เนชั่นทีวี

ข่าว

อัปเดตอุทกภัย จ.น่าน ล่าสุดผู้เสียชีวิต 2 ราย กระทบชาวบ้านกว่า 8,000 ครัวเรือน

19 ส.ค. 2569 | prisana_tha

อัปเดตอุทกภัย จ.น่าน ล่าสุดผู้เสียชีวิต 2 ราย กระทบชาวบ้านกว่า 8,000 ครัวเรือน

อัปเดตผลกระทบอุทกภัย จ.น่าน ล่าสุดพบผู้เสียชีวิต 2 ราย กระทบชาวบ้านกว่า 8,000 ครัวเรือน 16,000 คน ขณะที่เทศบาลเมืองน่าน เตือนเก็บของ เตรียมรับมือน้ำท่วม ตั้งศูนย์อพยพ

อัปเดตผลกระทบอุทกภัย จ.น่าน ล่าสุดพบผู้เสียชีวิต 2 ราย กระทบชาวบ้านกว่า 8,000 ครัวเรือน 16,000 คน ขณะที่เทศบาลเมืองน่าน เตือนเก็บของ เตรียมรับมือน้ำท่วม ตั้งศูนย์อพยพ

KEY

POINTS

  • น้ำท่วมน่าน กระทบหนัก อ.ปัว ได้รับผลกระทบ 7 ตำบล 60 หมู่บ้าน 8,000 ครัวเรือน ประชาชนเดือดร้อนกว่า 16,000 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย
  • มวลน้ำไหลลงท่าวังผา แม้น้ำใน อ.ปัว เริ่มลดระดับ แต่พื้นที่ท่าวังผาและชุมชนริมแม่น้ำน่านยังเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน โดยมีการอพยพกลุ่มเปราะบาง และบางเส้นทางรถไม่สามารถผ่านได้
  • เร่งรับมือน้ำทะลักเมืองน่าน เทศบาลนำบิ๊กแบ็คอุดแนวป้องกันน้ำเข้าสู่ รพ.น่าน พร้อมเตรียมปิดสะพานนครน่านพัฒนา ขณะที่ทางหลวงปิดเส้นทาง 1256 หลังเสาไฟฟ้าแรงสูงล้ม 15 ต้น และเอนเอียง 23 ต้น

19 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น. สถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน ขณะนี้มีรายงานได้รับผลกระทบ 7 ตำบล 60 หมู่บ้าน  8,000 ครัวเรือน มีประชาชนกว่า 16,000 คน ได้รับความเดือดร้อน และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว จำนวน  2 ราย  รายแรกเป็นผู้ป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อาศัยอยู่กับแม่ ในพื้นที่หมู่ที่ 8  ต.ศิลาเพชร อ.ปัว จ.น่าน ถูกกระแสน้ำป่าหลากพัดออกมาเสียชีวิตนอกตัวบ้าน ส่วนรายที่ 2 ได้รับแจ้งจาก มูลนิธิเพชรเกษม ซึ่งเข้าพื้นที่อพยพชาวบ้าน มีรายงานพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชาย อายุประมาณ 45–50 ปี  บริเวณ หมู่ที่ 1 บ้านฝายมูล ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน ทำให้ขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยแล้วจำนวน 2 ราย  

 

นอกจากนี้ มีรายงานน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอสันติสุข และ อำเภอแม่จริมด้วย  โดยขณะนี้ปริมาณน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอปัว ได้ลดระดับลงแล้ว แต่มวลน้ำทั้งหมดกำลังไหลลงยังพื้นที่อำเภอท่าวังผา และชุมชนพื้นที่เสี่ยงติดริมแม่น้ำน่าน และลำน้ำสาขา จะได้รับผลกระทบน้ำท่วมฉับพลัน มีรายงานเตือนภัยวิกฤตระดับสีแดง ที่บ้านเชียงยืน ต.ยม  และ บ้านนาเตา ต.ริม อ.ท่าวังผา ปริมาณน้ำแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีรายงานว่า ช่วงถนนวรนครสายล่าง ตลาดท่าวังผา รถไม่สามารถผ่านได้แล้ว และดำเนินการอพยพผู้ป่วยผู้ติดอยู่ในบ้านกลุ่มเปราะบางบ้านฝายมูล 4 ราย ออกจากพื้นที่วิกฤต  

ขณะที่ ทางเทศบาลเมืองน่าน เร่งนำบิ๊กแบ็ค อุดรอยช่องโหว่ ด้านหลังชุมชนบ้านน้ำล้อม เพื่อป้องกันน้ำเข้าท่วมโรงพยาบาลน่าน รวมทั้งเร่งแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม 

 

อัปเดตอุทกภัย จ.น่าน ล่าสุดผู้เสียชีวิต 2 ราย กระทบชาวบ้านกว่า 8,000 ครัวเรือน

 

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เปิดเผยว่า ช่วงการแจ้งเตือนระหว่างวันที่ 18 -21 สิงหาคม ช่วงนี้มีโอกาสตลอดเพราะร่องมรสุมพาดผ่าน ส่งผลต่อปริมาณน้ำฝนสะสม เกือบทุกพื้นที่ มากกว่า 200 มม. และพื้นที่อำเภอปัว มากกว่า 300 มม. ส่งผลต่อปริมาณน้ำในลำน้ำสาขาต่างๆ เพราะฉะนั้นการคาดการณ์ว่าระดับความสูงเท่าไหร่ ยังบอกไม่ได้ แต่เทียบกับระดับน้ำ ในปี  2549 นั้นอาจจะมีความเป็นไปได้ ทางเทศบาลเมืองน่าน ได้เตรียมพร้อมทุกอย่าง ทั้งพยายามสูบน้ำออกอย่างเต็มกำลัง เพื่อหน่วงเวลาให้กับประชาชนได้มีโอกาสเก็บของหนีน้ำได้ทัน การปิดช่องโหว่ด้วยบิ๊กแบ็คและกระสอบทราย 

อัปเดตอุทกภัย จ.น่าน ล่าสุดผู้เสียชีวิต 2 ราย กระทบชาวบ้านกว่า 8,000 ครัวเรือน

 

อย่างไรก็ตาม ต้องประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจาก N64 บ้านผาขวาง และปริมาณน้ำที่จุด N1  ซึ่งเทศบาลเมืองน่าน ได้ออกแจ้งประกาศเตือนฉบับที่ 1 ให้ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองน่านที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะชุมชนที่เคยประสบน้ำท่วมในปี 2549 และปี 2567 ให้เก็บสิ่งของเครื่องใช้ขึ้นไว้บนที่สูง เตรียมอาหารน้ำดื่ม ยารักษาโรค เตรียมย้ายยานพาหนะและเตรียมย้ายกลุ่มเปราะบางไปไว้ในพื้นที่ปลอดภัย  และเทศบาลเมืองน่านได้ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือแล้ว  

 

อัปเดตอุทกภัย จ.น่าน ล่าสุดผู้เสียชีวิต 2 ราย กระทบชาวบ้านกว่า 8,000 ครัวเรือน

 

โดยล่าสุดขณะนี้ เทศบาลเมืองน่าน เตรียมปิดเส้นทางสัญจร สะพานนครน่านพัฒนา (สะพาน รพ.น่าน) เวลา 16.00 น. เนื่องจากมีปริมาณน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขอให้ผู้ใช้เส้นทางโปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางการสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวด้วย

 

นอกจากนี้ แขวงทางหลวงน่านที่ 2 ได้ประกาศปิดใช้ เส้นทางหมายเลข 1256  ปัว - อุทยานแห่งชาติดอยภูคา - บ่อเกลือ ห้ามผ่านทุกกรณี  ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เสาไฟฟ้าแรงสูงล้ม และ เอนเอียงจำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง จากตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มจำนวน 15 ต้น  และเอนเอียงอีกประมาณ 23 ต้น สภาพความเสียหายรุนแรงมาก  จึงขอแจ้งให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางดังกล่าว

ข่าวล่าสุด