ได้เวลา “คลาวด์กลางภาครัฐ” จบปัญหาคนไทยผวา “ข้อมูลรั่ว”
19 ส.ค. 2569 | prisana_tha

ได้เวลา “คลาวด์กลางภาครัฐ” ” โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลส่วนกลางของประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ จบปัญหาคนไทยผวา “ข้อมูลรั่ว”
ข่าว
19 ส.ค. 2569 | prisana_tha

ได้เวลา “คลาวด์กลางภาครัฐ” ” โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลส่วนกลางของประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ จบปัญหาคนไทยผวา “ข้อมูลรั่ว”
KEY
POINTS
แม้ระยะนี้ ข่าวเกี่ยวกับ “ข้อมูลรั่ว” จะเริ่มซาไปแล้ว แต่ปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญก็ยังคาใจผู้คนในสังคม เพราะถือเป็น “ภัยใกล้ตัว” อย่างหนึ่งของประชาชนคนไทย ที่สำคัญ ข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลเกือบทั้งหมด เป็นข้อมูลที่จัดเก็บโดยหน่วยงานของรัฐ
ซ้ำร้าย “ข้อมูลรั่ว” ยังรั่วจากหลายแหล่ง เพราะแต่ละหน่วยงานก็มีข้อมูลของตนเอง ยกตัวอย่าง ข้อมูลสุขภาพ ที่มีข่าวรั่วเมื่อไม่นานนี้ แม้แต่ข้อมูลชุดสุขภาพด้วยกัน ก็ยังต้องตรวจสอบจาก 2 ส่วน ว่าอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข หรือของ สปสช.กันแน่
ขณะที่ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลระดับนายกรัฐมนตรี แถมยังเป็นนายกฯคนปัจจุบันอย่าง นายกฯอนุทิน ก็หลุดจากข้อมูลผู้ครอบครองรถยนต์
การแก้ปัญหาหลังจากมีข่าว “ข้อมูลรั่ว” ก็คือ “ปิดรูรั่ว” ในลักษณะ “รั่วตรงไหน ปิดตรงนั้น” แต่ประเทศไทยมีหน่วยงานรัฐมากมาย ทั้งกระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานกึ่งรัฐ ไม่เว้นแม้แต่องค์กรอิสระ แต่ละหน่วยงานเก็บข้อมูลกระจัดกระจาย ซ้ำซ้อน และไม่มีระบบบริหารจัดการและเก็บรักษาข้อมูลที่ดีพอ ทำให้มีรูรั่วหลายจุด ตามที่เป็นข่าว
การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน คือ การเร่งผลักดันให้เกิด GDCC หรือ Government Data Center and Cloud Service ซึ่งหมายถึง “ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ” ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลส่วนกลางของประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ โดยมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นเจ้าของนโยบาย และกำกับดูแล
ที่ผ่านมา บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็น “ผู้บริหารจัดการระบบ” ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของประเทศ ได้เดินหน้าโครงการไประดับหนึ่งแล้ว โดยเลือกจับมือกับ “หัวเว่ย” พัฒนาและวางโครงสร้างให้เกิดอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
ผลลัพธ์ที่ได้ คือ “ระบบคลาวด์กลางของภาครัฐ” นอกจากจะช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้นับพันล้านบาทต่อปี เพราะหน่วยงานรัฐไม่ต้องจัดซื้อฮาร์ดแวร์หรือสร้างศูนย์ข้อมูลเองแล้ว
สิ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลในระดับสากล และมีระบบป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งยังช่วยให้หน่วยงานราชการต่างๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและเชื่อมโยงระบบระหว่างกันได้ง่ายขึ้น โดยข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนคนไทยก็จะปลอดภัยมากขึ้น ป้องกันการรั่วไหลได้อย่างสมบูรณ์