ด้าน กรุณพล กล่าวเสริมว่า ปัญหาดังกล่าวเรื้อรังและทวีความรุนแรงขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
- 1. ปล่อยมลพิษทางกลิ่นและน้ำเสียในนิคมฯ 304 ที่ยังไร้การจัดการ
- 2. การลักลอบเปิดโรงงานเถื่อนนอกเขตนิคมฯ โดยกลุ่มทุนสีเทาและทุนจีน ซึ่งอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายและการจ่ายส่วยเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
- 3. ความกังวลของชาวอำเภอกบินทร์บุรีต่อโครงการโรงไฟฟ้าขยะ 3 แห่ง โดยประชาชนกังวลว่าหากปราจีนบุรีเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ EEC จะยิ่งทำให้พื้นที่กลายเป็น “ถังขยะ” ของภูมิภาค ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ยังพบการฝังกลบขยะอุตสาหกรรมบดละเอียดปริมาณมหาศาล ซึ่งเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในดินและแหล่งน้ำใต้ดินระยะยาว
ส่วนการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พูนศักดิ์ ได้เสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมาย โดยเร่งผลักดันกฎหมายรายงานการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) และแก้ไขประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2566 ให้มีระบบติดตาม (Dashboard) แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อควบคุมเส้นทางขยะตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ป้องกันการลักลอบทิ้ง รวมถึงเสนอแก้ไข พ.ร.บ.โรงงาน เพื่อเพิ่มโทษและลดขั้นตอนการเอาผิดผู้ฝ่าฝืน
ขณะเดียวกัน ณัฐพงษ์ ได้เสนอการแก้ปัญหาเชิงระบบ โดยแนะให้บูรณาการฐานข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม GISDA เข้ากับข้อมูลเชิงทะเบียนการขออนุญาตโรงงานก็จะทราบได้ว่าโรงงานที่ปรากฏบนภาพถ่ายดาวเทียมนั้นมีโรงงานใดบ้างที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
ณัฐพงษ์ ระบุว่า ปัญหาในปราจีนบุรีเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของ “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่กลุ่มทุนเทาประสานผลประโยชน์ร่วมกับเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐถูกข่มขู่และมีทนายทุนเทาฟ้องร้องปิดปากหากเข้าไปตรวจสอบ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อการรับส่วยเรียกสินบนเกิดใน ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่สภาพการเมืองท้องถิ่นเข้มข้น และมีความเกี่ยวพันกับบ้านใหญ่ นักการเมืองสีน้ำเงิน กลายเป็นว่ายิ่งจังหวัดสีน้ำเงินเข้ม ปัญหาการจัดการกากขยะอุตสาหกรรมกลับยิ่งรุนแรง
ในช่วงท้าย ผู้นำฝ่ายค้านยังได้ฝากข้อเรียกร้องไปยัง สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้รับฟังเสียงสะท้อนจากภาคประชาชนและฝ่ายค้าน เพื่อดำเนินการกับโรงงานที่ลักลอบปล่อยมลพิษและขนย้ายขยะอุตสาหกรรมเข้ามาในพื้นที่อย่างเร่งด่วน รวมถึงให้สร้างความชัดเจนกับประชาชนว่ามีแผนจะผลักดันปราจีนบุรีเข้า EEC หรือไม่ และมีแนวทางอย่างไรเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนาและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของประชาชน