เนชั่นทีวี

ข่าว

กังฟู วสวรรธน์ ชำแหละงบ กต. ปี 70 ถูกหั่นพันล้าน สวนทางชายแดนไทย-กัมพูชา

15 ก.ค. 2569 | titayu_pur

กังฟู วสวรรธน์ ชำแหละงบ กต. ปี 70 ถูกหั่นพันล้าน สวนทางชายแดนไทย-กัมพูชา

กังฟู วสวรรธน์ ชำแหละงบ กต. ปี 2570 ถูกหั่นเกือบพันล้าน สวนทางปมชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียด แฉเพื่อนบ้านขนรถถังประชิด จี้ปรับแผนทูตเชิงรุกคุ้มครองประชาชน

กังฟู วสวรรธน์ ชำแหละงบ กต. ปี 2570 ถูกหั่นเกือบพันล้าน สวนทางปมชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียด แฉเพื่อนบ้านขนรถถังประชิด จี้ปรับแผนทูตเชิงรุกคุ้มครองประชาชน

KEY

POINTS

  • ชำแหละงบ กต. ปี 2570 ลดฮวบ: งบประมาณกระทรวงการต่างประเทศถูกปรับลดลงเกือบ 1,000 ล้านบาท (ลดลง 9.96%) ท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์ชายแดนที่ผันผวน
     
  • แฉสถานการณ์จริงสวนทางนโยบายรัฐ: พบกัมพูชาเสริมรถถังและยุทโธปกรณ์ประชิดชายแดน ขณะที่ความสัมพันธ์ภาคประชาชนในพื้นที่ขัดแย้งรุนแรง สวนทางกับภาพลักษณ์ของรัฐบาลทั้งสองประเทศ
     
  • จี้แจงงบเขตแดนและเร่งช่วยเหยื่อคอลเซ็นเตอร์: เรียกร้องให้ กต. ชี้แจงงบสานสัมพันธ์ 56 ล้านบาท กรอบความร่วมมือ JBC/RBC และเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานในกัมพูชาโดยด่วน

15 กรกฎาคม 2569 นายวสวรรธน์ พวงพรศรี กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ได้ตั้งคำถามกลางที่ประชุมสภาฯ ถึงการจัดสรร งบประมาณปี 2570 ของ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ถูกปรับลดลงเกือบ 1,000 ล้านบาท ซึ่งสวนทางกับสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณ ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีความตึงเครียดและซับซ้อนยิ่งขึ้นในปัจจุบัน หลังมีรายงานฝั่งกัมพูชาเสริมยุทโธปกรณ์รถถังประชิดแนวหน้า พร้อมจี้รัฐบาลไทยเร่งแก้เกมการทูตเชิงรุก เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและลุยความสัมพันธ์ ไทยกัมพูชา อย่างจริงจัง


ประเด็นร้อนกลางห้องประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี เมื่อ นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ “กังฟู” หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ในฐานะกรรมาธิการ ได้ตั้งคำถามและสะท้อนภาพจริงของ “การทูตไทย-กัมพูชา” ที่กำลังดำเนินไปอย่างลักลั่นและย้อนแย้งกับความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่อย่างสิ้นเชิง พร้อมทั้งตั้งกระทู้ไล่บี้งบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ที่ถูกหั่นลงเกือบ 1,000 ล้านบาท ท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวน

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ “กังฟู” หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง

 

นายวสวรรธน์ ได้เปิดเผยตัวเลขงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศ ย้อนหลังพบว่า ปี พ.ศ. 2568 ได้รับจัดสรร 6,169 ล้านบาท, ปี พ.ศ. 2569 ได้รับจัดสรร 8,225 ล้านบาท และปี พ.ศ. 2570 กลับถูกปรับลดลงมาเกือบ 1,000 ล้านบาท (ลดลงประมาณ 9.96%)


หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ระบุว่า กต. ถือเป็นหน้าด่านสำคัญในการสื่อสารและการทูตในสถานการณ์โลก และระดับภูมิภาค การปรับลดงบประมาณเช่นนี้ ยิ่งซ้ำเติมศักยภาพของไทย เพราะในอดีตเรามักถูกมองว่าเสียเปรียบและ “สู้กัมพูชาไม่ได้” ในแง่การตอบโต้ทางการทูต


นายวสวรรธน์ ชี้ว่า นโยบายของกระทรวงการต่างประเทศที่มักระบุว่า “ให้รัฐบาลทะเลาะกับรัฐบาลพอ ส่วนประชาชนให้ดีกันไว้” นั้น ในความเป็นจริงสถานการณ์กลับ "กลับด้านกันโดยสิ้นเชิง"

 

“วันนี้คนในพื้นที่เขารู้สึกว่า รัฐบาลต่อรัฐบาลไม่ได้ทะเลาะกันเลย (ดีกันด้วยซ้ำ) แต่กลายเป็นประชาชนกับประชาชนในพื้นที่ต่างหากที่ขัดแย้งและทะเลาะกันเอง มันตรงข้ามกับที่กระทรวงคิด การทูตของเราจึงเดินสวนทางกับความรู้สึกของประชาชนคนชายแดนอย่างสิ้นเชิง” นายวสวรรธน์ กล่าว

นายวสวรรธน์ กล่าวว่า ข้อมูลที่น่ากังวลใจจากแนวชายแดน มีรายงานว่า ฝั่งกัมพูชาได้มีการส่งรถถังและยุทโธปกรณ์ มาเพิ่มตามแนวชายแดน จึงอยากถามปลัดกระทรวงการต่างประเทศว่า ไทยจะมีมาตรการเชิงรุกอย่างไร จะใช้วิธีทางการทูตเข้าไปเจรจากับประเทศมหาอำนาจ ที่มีอิทธิพลต่อกัมพูชา เช่น จีน เพื่อให้เกิดการเจรจาที่สร้างสรรค์และรักษาผลประโยชน์ของไทยได้หรือไม่


นายวสวรรธน์ ได้ตั้งคำถามถึงงบประมาณปี 70 ใน หน้า 180 รายการ G.9.2 ที่ระบุถึง “โครงการมุ่งสานต่อความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ด้วยสันติวิธี และกลไกทวิภาคีที่มีอยู่” จำนวน 56,563,800 บาท โดยได้เรียกร้องให้ กต. ส่งเอกสารชี้แจงว่า งบก้อนนี้ถูกนำไปใช้ในกรอบคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) หรือคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) อย่างไร และกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ซึ่งต้องทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหม มีแผนงานอย่างไร เพราะที่ผ่านมาประชาชนชายแดนแทบมองไม่เห็นความคืบหน้า จนอยากได้ “รั้วหรือกำแพงกั้น” มากกว่ารอการปักปัน

 

"การปักปันเขตแดนนี้จะเสร็จภายในกี่ปี หรือต้องรอกันชั่วลูกชั่วหลาน" รวมถึงขอให้แจงงบสัมพันธ์เพื่อนบ้านอีก 30 ล้านบาทด้วยว่าแบ่งไปใช้กับกัมพูชาเท่าใด

 

นายวสวรรธน์ ยังยังทวงถามความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทย ที่ถูกหลอกไปทำงานเป็นสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซนเตอร์ในกัมพูชา ซึ่งมีผู้เสียหายกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของไทย โดยยกกรณีเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่มีการประสานนำคนไทยกลับมาเกือบ 70 คน แต่พบว่า มีเพียง 4 คนเท่านั้นที่มีเอกสารประทับตราเข้าเมืองถูกต้อง จึงฝากไปยังกรมการกงสุลให้เร่งจำแนกเหยื่อ และดำเนินคดีกับกลุ่มที่เป็นใจ พร้อมช่วยเหลือคนไทยกลับมาให้ปลอดภัยก่อน


และยังได้ทวงถามกรณี “เรือมยุรี” ซึ่งแม้จะได้รับคำชมในการช่วยเหลือ แต่ยังมีปัญหาใหญ่คือ ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ยังไม่สามารถนำอัฐิกลับสู่ประเทศไทยได้ เนื่องจากติดขัดข้อกฎหมายและระบบประกันภัยของกระทรวงแรงงาน จึงขอให้ กต. ใช้ช่องทางทางการทูตเร่งรัดช่วยเหลือเยียวยาโดยด่วน


หัวหน้าพรรคไทรวมพลังระบุว่า ตนไม่ได้เสนอให้ปรับลดงบประมาณในชั้นอนุกรรมการฯ เนื่องจากเข้าใจในความจำกัด แต่ขอให้กระทรวงการต่างประเทศ ส่งเอกสารชี้แจงงบประมาณและกรอบความร่วมมือ ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับมหาอำนาจ ทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน รวมถึงผลการดำเนินงานในกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง


พร้อมทั้งฝากข้อสังเกตให้ กต. นำกลับไปทำการบ้าน เพื่อจัดสรรงบประมาณใหม่ในปี 2571 โดยตัดงบประมาณประเภท "แจกของ" หรือกิจกรรมที่ไม่จำเป็นออกไป แล้วหันมาเทน้ำหนักให้กับวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา และความปลอดภัยของประชาชนคนไทย ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่แท้จริง

ข่าวล่าสุด