เนชั่นทีวี

ข่าว

ไม่เลือกข้าง AI ไทยเป็นกลาง หลังสหรัฐบีบพันธมิตรต้านจีน

17 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

ไม่เลือกข้าง AI ไทยเป็นกลาง หลังสหรัฐบีบพันธมิตรต้านจีน

"ยศชนัน​" มอง​ "สหรัฐฯ​" กดดันเลือกข้าง AI​ ไทย ต้องสร้างพื้นฐานข้อมูล​ -​ ความรู้ให้แน่น หวัง​เป็นแต้มต่อเลือกตามความเหมาะสมทางเทคโนโลยี​

"ยศชนัน​" มอง​ "สหรัฐฯ​" กดดันเลือกข้าง AI​ ไทย ต้องสร้างพื้นฐานข้อมูล​ -​ ความรู้ให้แน่น หวัง​เป็นแต้มต่อเลือกตามความเหมาะสมทางเทคโนโลยี​

KEY

POINTS

  • ไทยยันจุดยืนเป็นกลาง: "ยศชนัน" ชี้ไทยไม่จำเป็นต้องเลือกข้าง AI สหรัฐฯ-จีน แต่ต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ
  • สร้าง "เอกราชฐานข้อมูล": เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ไซเบอร์ซีเคียวริตี และบุคลากร เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ไม่ให้ถูกมหาอำนาจกดดัน
  • ผนึกกำลัง กรอ. 4 ขา: รัฐบาลเตรียมความพร้อมด้านการลงทุน ค้าขาย เทคโนโลยี และกฎหมาย ดึงดูดการลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างชาติอย่างมั่งคั่ง

17 ที่ทำเนียบ​รัฐบาล​ นายยศชนัน​ วงศ์สวัสดิ์​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมแจ้งประเทศพันธมิตร ว่าต้องเลือกข้างในการแข่งขัน ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กับประเทศจีน ว่า เรื่อง AI มีหลากหลายกลุ่ม​ และจากการที่เดินทางร่วมประชุม AI ที่ประเทศจีน​ ในการประชุมสุดยอดอินเทอร์เน็ตโลก​ หรือ ​ WIC ซึ่งเรามีความจำเป็นจะต้องเข้าร่วม แต่ก็จะต้องมีบางมุมที่ต้องพิจารณา​ แต่ในส่วนของประเทศไทยหากต้องการได้เปรียบที่สุดจะต้องเป็นประเทศที่เป็นกลาง 

เพราะฉะนั้น ในมุมการเข้าร่วมนั้น จะต้องมีการหารือร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ​ ว่าจะวางตัวอย่างไร​

นายยศชนัน​ วงศ์สวัสดิ์​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ส่วนเมื่อถามว่ามองการเลือกข้างมีความจำเป็นหรือไม่นั้น นายย​ศชนัน​ ยืนยันว่า​ ท้ายที่สุดแล้ว เราต้องสร้างความเข้มแข็งภายใน ในส่วนที่เรามีความจำเป็น เรื่องพื้นฐาน​ที่ขาดไม่ได้เลย​ ซึ่งที่ผ่านมาเราได้คุยกับหลายประเทศทั้ง ฝรั่งเศส​ ญี่ปุ่น​ เกาหลีใต้​ เพื่อสร้างพื้นฐาน​ของไทยให้เข้มแข็ง​ ไม่เช่นนั้นเราจะถูกต่อรองโดยตลอด ฉะนั้นที่เร่งทำมา 2-3 เดือนนี้ เพื่อให้เรามีเรื่องพื้นฐานเป็นของเราเอง​ แม้จะถูกปฏิเสธบางเรื่องแต่ก็พออยู่ได้ และมีความคืบหน้าพอสมควร​ ไม่ต้องกังวลอะไร​ เพราะ ตนติดตามเรื่องนี้อยู่ตลอด นอกจากนี้มีการเตรียมทีมทั้งในและต่างประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ให้สามารถทำเรื่องเหล่านี้ร่วมกันได้

“เรื่องเหล่านี้ควรเป็นตัวตั้ง และจากนั้นก็ไปดูว่าเรื่องไหนยอมได้หรือไม่ ไม่ใช่ไปดูว่าเรายอมใครหรือไม่ยอมใคร แต่ต้องอยู่ที่พื้นฐานของเราจริงๆว่า เรื่องไหนเป็นของเรา และมีความเข้มแข็ง จากนั้นจะนำไปสู่เรื่องการวางแผน ซึ่งเป็นแผนที่เคยทำอยู่แล้ว และต้องเร่งทำให้เข้มแข็งโดยเร็วที่สุด”

เมื่อถามว่าการออกมากดดันของประเทศมหาอำนาจเช่นนี้ไทยจะวางตัวเป็นกลางอย่างไรให้สามารถอยู่ได้ นายยศชนัน​ ยืนยันว่า​ ความรู้พื้นฐาน​ วิทยาศาสตร์​ และเทคโนโลยี​ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก​ การลงทุนเรื่องนี้อย่างจริงจังจะต้องเกิดขึ้น โครงสร้างพื้นฐานด้านนี้ไม่ใช่เพียงแค่ AI อย่างเดียว AI คือ ชั้นบนสุด แต่ข้างล่าง คือ เรื่องข้อมูลทั้งหมด รัฐบาลคิดคนเดียวไม่ได้​ ภาคเอกชนต่างๆ ต้องเข้ามาร่วม​ แต่ตรงไหนเสี่ยงรัฐบาลจะเริ่มทำให้ก่อน ตรงไหนเริ่มเห็นผลทางธุรกิจ​ ภาคเอกชนก็จะเข้ามาเชื่อมโยง​ ฉะนั้นเรื่องความจำเป็นในการเก็บข้อมูลต่างๆ และความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ มีความเชื่อมโยงกันหมด

นายยศชนัน อธิบายเพิ่มว่า ถ้าพูดถึงเรื่อง AI​ แล้วถามว่าต้องร่วมหรือไม่ร่วม แต่พื้นฐานที่แท้จริง คือ เรื่องของ ฮาร์ดแวร์ ความปลอดภัย และข้อมูลต่างๆด้วย​ เพราะฉะนั้นถ้าเรามีฐานข้อมูลก็จะมี “เอกราชฐานข้อมูล” ว่า AI ตัวใดจำเป็นที่จะต้องร่วมมือ กับใคร หรือตัวใดที่จะสามารถร่วมมือกับใครได้บ้าง
 

“ถ้าเรามีพื้นฐานที่แน่น ก็จะตอบง่ายเลยว่า​เรื่องนี้ควรจะไปกับคนไหน แต่ถ้าเราไม่มีพื้นฐานก็จะกลัว เรื่องนี้มองว่าควรจะต้องลงทุนจริงๆ และทุกคนก็ต้องมาร่วมกัน ใช้ คอนเนคชัน​ ทั้งรัฐและเอกชน​ เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ​ AI เป็นสับเซตของเทคโนโลยี​ และอยากให้มองในภาพรวมว่าจะเป็นโอกาสของประเทศไทย”

เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจกับนักลงทุนอย่างไร​ นายยศชนัน​ ขอให้มั่นใจ​ เพราะ รัฐบาลทำ กรอ.​4 ขา​ คือ​

  1. ด้านลงทุน กำกับดูแลโดยนายเอกนิติ​ นิติ​ทัณฑ์​ประภาศ​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การคลัง
  2. การขาย​ กำกับดูแลโดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  3. คนและเทคโนโลยี ซึ่งตนเป็นผู้กำกับดูแล จะเชื่อมโยงกับด้านการลงทุนและการค้าขาย ซึ่งขณะนี้เราเตรียมความพร้อม อย่างชัดเจน จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นกับนักลงทุน และเข้ามาลงทุนกับประเทศไทย มีความสามารถในการดึงดูดและถ่ายทอดเทคโนโลยีออกมาได้ โดยไม่เสียเปรียบประเทศใด
  4. การพัฒนาและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ​ โดยมีนายปกรณ์​ นิลประพันธ์​ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ดูแล

ข่าวล่าสุด