สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานวิเคราะห์สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา และ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมายืนยันว่า สหรัฐฯ เตรียมงัดมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจขั้นสูงสุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ เพื่อเข้ามากดดันประเทศอิหร่านเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า
นับตั้งแต่วิกฤตการณ์สงครามเปิดฉากขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ สหรัฐฯ ได้อายัดสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี) ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านไปแล้วกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งคว่ำบาตรเรือพาณิชย์ เครื่องบิน และบุคคลไปแล้วมากกว่า 1,000 รายการ โดยบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ระบุว่า รัฐบาลทรัมป์มี 5 ทางเลือกหลักในการยกระดับการกดดัน ดังนี้
1. คว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมันอิสระในจีน (Teapot Refineries)
จีนถือเป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน โดยนำเข้าคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของการส่งออกน้ำมันทางเรือทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ถูกดูดซับโดยโรงกลั่นน้ำมันเอกชนรายย่อยในจีน หรือที่เรียกว่า "Teapot" การใช้มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจทุติยภูมิ (Secondary Sanctions) กับกลุ่มโรงกลั่นเหล่านี้จะช่วยตัดเส้นทางรายได้หลักของเตหะราน แม้ว่าโรงกลั่นบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจำกัดเนื่องไม่ได้ใช้ระบบการเงินของสหรัฐฯ ก็ตาม