เนชั่นทีวี

ข่าว

จับตางบบุคลากรพุ่ง 1.5 ล้านล้าน ห่วงภาระการคลังระยะยาว

15 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

จับตางบบุคลากรพุ่ง 1.5 ล้านล้าน ห่วงภาระการคลังระยะยาว

“มาดามเดียร์” ชมพัฒนาการงบปี 70 ตรวจสอบง่ายขึ้น จับตางบบุคลากรพุ่ง 1.5 ล้านล้าน ห่วงภาระการคลังระยะยาว ชี้ ถ้าไม่ผ่าตัดที่โครงสร้างใหญ่ งบประมาณประเทศในระยะยาวเหนื่อยแน่นอน

“มาดามเดียร์” ชมพัฒนาการงบปี 70 ตรวจสอบง่ายขึ้น จับตางบบุคลากรพุ่ง 1.5 ล้านล้าน ห่วงภาระการคลังระยะยาว ชี้ ถ้าไม่ผ่าตัดที่โครงสร้างใหญ่ งบประมาณประเทศในระยะยาวเหนื่อยแน่นอน

KEY

POINTS

  • พัฒนาการงบปี 70: ข้อมูลเปิดเผยเป็นไฟล์ Excel โปร่งใสขึ้น แต่ "มาดามเดียร์" เตือนงบบุคลากรพุ่งสูง 1.5 ล้านล้านบาท (40% ของงบทั้งหมด) สวนทางงบดำเนินงานที่ลดลง
  • ห่วงวิกฤตการคลัง: หากไม่ผ่าตัดโครงสร้างใหญ่ งบประเทศระยะยาวเหนื่อยแน่ ชี้งบประมาณต้องตอบคำถามได้ว่า "ประเทศไทยจะไปทางไหน"
  • งบ ศธ. หัก 40%: "ศิริกัญญา" ตรวจเจองบโครงการกระทรวงศึกษาธิการถูกหัก 40% เก็บไว้ส่วนกลางให้รัฐมนตรีใช้ ตั้งคำถามจะอนุมัติ 100% ไปทำไม

15 สิงหาคม 2569 บรรยากาศงาน เสวนา Behind Closed Doors “ส่องเบื้องหลังการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ที่คนนอกไม่รู้” ที่จัดขึ้นที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันนี้ มีผู้เข้าร่วมเสวนา ทั้งนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน นางสาววทันยา บุนนาค กรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา และนายวีรยุทธ สร้อยทอง สมาชิกวุฒิสภา ร่วมเสวนา

โดยช่วงหนึ่ง นางสาววทันยา ระบุว่า พัฒนาการของกระบวนการพิจารณางบประมาณว่า ปัจจุบันประชาชนสามารถติดตามการพิจารณางบประมาณผ่านการถ่ายทอดสดได้ ทำให้เกิดความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบมากขึ้น

และอีกพัฒนาการที่เห็นได้ชัดในปีนี้คือ สำนักงบประมาณได้จัดส่งข้อมูลร่างงบประมาณทั้งในรูปแบบ PDF และ Excel ซึ่งช่วยให้การตรวจสอบและวิเคราะห์รายละเอียดงบประมาณทำได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แม้อาจยังไม่สมบูรณ์ทั้งหมด แต่สะท้อนถึงความพยายามในการเปิดเผยข้อมูลและลดความซ้ำซ้อนของงบประมาณ

จับตางบบุคลากรพุ่ง 1.5 ล้านล้าน ห่วงภาระการคลังระยะยาว

สำหรับงบประมาณกลุ่มจังหวัดในปีนี้ พบว่าถูกปรับลดลงอย่างมาก โดยบางส่วนถูกตัดเกือบ 80% ซึ่งในมุมหนึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลมีความกล้าตัดสินใจในการทบทวนและลดงบประมาณที่อาจมีความซ้ำซ้อน และยังจำเป็นต้องติดตามว่าการลดงบดังกล่าวจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนภารกิจและการพัฒนาพื้นที่อย่างไร

พร้อมทั้งมองว่า งบประมาณรอบนี้ โดยส่วนใหญ่ของกระทรวง กรม จะถูกตัดกันถ้วนหน้า มีบางอย่างที่เป็นงบผูกพันที่ตัดไม่ได้จริงๆ แต่อยากจะชวนคุยต่อเรื่องงบรายจ่ายประจำปีที่พุ่งสูง โดยเฉพาะรายจ่ายที่เกี่ยวกับบุคลากรสูงมาก แต่สิ่งที่เจอคือ ค่าจ้างต่างๆไปถูกฝังอยู่ในงบดำเนินงาน และพอแกะงบออกมา พบว่า งบที่เกี่ยวกับบุคลากร 1.5 ล้านล้านคิดเป็น 40% ของงบประมาณที่ใช้ ซึ่งตนเองมองว่าจะเป็นภาระทางการคลังในระยะยาว และเงินเดือนที่จะปรับเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละกรม ก็จะไปลดงบดำเนินการทิ้ง ขณะที่บางหน่วยงานเพิ่มคนเข้าไปอีก จึงไม่เข้าใจความสัมพันธ์ ว่าทำไมงบดำเนินน้อยลง แต่งบบุคลากรเพิ่ม แล้วในเมื่อไม่มีงบดำเนินการจะเอาคนไปทำภารกิจอะไร แล้วงบโครงการก่อสร้างก็ลดลงไปอีกแต่จะเป็นภาระผูกพันในปีถัดไป

ดังนั้นจึงมองว่า “จะต้องกลับมาดูลักษณะโครงสร้างงบ คนคือปัจจัยที่ตัดออกยากสุด นั่นหมายความว่างบดำเนินการปีถัดไปจะตัดออกอีก ถ้าไม่ผ่าตัดที่โครงสร้างใหญ่ งบประมาณประเทศในระยะยาวเหนื่อยแน่นอน ถ้าเปรียบเป็นบริษัท บริษัทนี้ ล้มละลายไปนานแล้ว”

จับตางบบุคลากรพุ่ง 1.5 ล้านล้าน ห่วงภาระการคลังระยะยาว

ทั้งนี้ เมื่อมีการนำเอไอมาใช้ประสิทธิภาพงานดีขึ้น และเมื่อเอาใช้ ก็จะต้องลดคนลง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ งบไอทีเพิ่ม งบไซเบอร์ security ก็เพิ่มเข้ามา แต่งบประมาณคนก็ยังเพิ่มอีก แต่งบทำงานกลับลดลง

จับตางบบุคลากรพุ่ง 1.5 ล้านล้าน ห่วงภาระการคลังระยะยาว

นางสาววทันยา ยังกล่าวถึงการพิจารณางบประมาณในชั้นอนุกรรมาธิการด้วยว่า เป็นชั้นที่น่าสนใจ เพราะจะได้เห็นไส้ใน และสิ่งที่ สส.เราทำคือการตัดโครงการ แต่ไม่ใช่มาตัดรายละเอียดปลีกย่อย แต่มาดูว่าเอาไปใช้อะไร

ดังนั้นจึงมองว่า การกำหนดงบบริษัท คือการจะบอกวิชั่นว่าจะเดินไปทางไหน แต่งบประเทศไม่ได้บอกวิชั่นว่าเดินไปทางไหน ถ้าเป็นบริษัทล้มละลายไปแล้ว และงบที่จะต้องมาตัดเป็นรายโครงการ ก็จะมีไอเท็มราคามาประหลาดๆ เช่น เครื่องชงกาแฟของกรมสวัสดิการและพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อให้คนมาฝึกงาน เครื่องละ 4 แสน และถ้าจะใช้บริษัทไหนจะวนอยู่ 2-3 บริษัทเป็นคู่เทียบ และบางบริษัทมีรายได้หลักแสนบาท แต่ก็มาประกวดราคาหลักสิบหลักร้อยล้านได้ จึงมองว่า เรื่องพวกนี้ไม่ควรมาอยู่ในชั้น กมธ.แต่ควรมาดูเรื่องของความเหมาะสมการใช้งบมากกว่า

ตนเองก็ได้ขอใส่ไปในข้อสังเกตการพิจารณาด้วยว่า ภาษีของประชาชน งบทุกบาททุกสตางค์ควรถูกใช้อย่างระมัดระวังและคุ้มค่า แต่เราก็ไม่กล้าพูดว่าหน่วยงานราชการนั่งเทียนตัดแปะ แต่ไม่ได้วางเป้าหมายและวัตถุประสงค์จริงๆของความคาดหวังและผลลัพธ์ ดังนั้นในฐานะประชาชน ควรจะต้องใช้งบทุกบาททุกสตางค์ไปอย่างระมัดระวัง

ทั้งนี้ ในชั้นอนุกรรมาธิการ ก็ยังพบความซ้ำซ้อนของโครงสร้างไอทีในแต่ละกระทรวง แต่ไม่ได้มีการวางโครงสร้างพื้นฐานว่าข้อมูลจะเชื่อมกันอย่างไรเลย

จับตางบบุคลากรพุ่ง 1.5 ล้านล้าน ห่วงภาระการคลังระยะยาว

ขณะที่ นางสาวศิริกัญญา กล่าวช่วงหนึ่งถึงการพิจารณางบประมาณในชั้นอนุกรรมาธิการฯ ว่า มองว่า เมื่อมีงบประมาณมีปัญหาก็มีการปรับตัว อย่างถนนหายไป 30% ก็ทำให้เห็นว่าเขาเข้าใจที่ยอมปรับลดงบ และในปีนี้ อนุกรรมาธิการฯที่ส่งไป ก็ให้กรมทางหลวงไปเคาะว่าเส้นที่จะสร้างใหม่ยาวจากไหนไปไหนให้เห็นในแผนที่ประเทศไทย ทำให้เห็นว่า ถนนไปกระจุกอยู่ที่ไหน ซึ่งทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า งบประมาณถนนไปกระจุกอยู่ที่อีสานใต้ แม้งบประมาณถนนถูกตัดออกไป แต่จำนวนโครงการเท่าเดิม โดยเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าเกิน600ล้านบาท

และมองว่า ตลอดที่ตนเองเป็นกรรมาธิการมา 7 ปี อาจจะยังไม่เห็นอะไรตื่นเต้น แต่ก็ไปเจอเอกสารของกระทรวงศึกษาที่มีการหักค่าต๋งของโครงการเก็บไว้ที่ส่วนกลาง 40% เช่นโครงการปรับปรุงหลักสูตร เช่น ตั้งงบประมาณไว้ 1 ล้าน ใช้ได้แค่ 6 แสน อีก 40% ต้องปล่อยให้เป็นงบเหลือจ่าย แล้วเป็นแบบนี้ทุกโครงการ ซึ่งได้รับคำชี้แจงครั้งแรกว่า เป็นการหมุนเงิน

แต่พอถามไปเรื่อยๆ ก็บอกว่า มีสำนักงานเขตพื้นที่หลายจังหวัดเงินไม่พอต้องส่งไปให้ดำเนินงาน แต่พอถามไปจริงๆที่สำนักงบประมาณ ก็พบว่าเป็นการหักไว้ส่วนกลาง ที่รัฐมนตรีใช้ แต่ยังไม่ถึงขั้นทุจริตคอร์รัปชัน ยังตรวจไม่เจอถึงขั้นนั้น แล้วจึงเกิดคำถามว่าสภาจะอนุมัติไปให้ 100% ทำไม

จับตางบบุคลากรพุ่ง 1.5 ล้านล้าน ห่วงภาระการคลังระยะยาว

ข่าวล่าสุด