“มาดามเดียร์” ซัด TH-AI Passport สะท้อนช่องโหว่กองทุนดิจิทัลฯ
21 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

“มาดามเดียร์” ซัด TH-AI Passport สะท้อนช่องโหว่กองทุนดิจิทัลฯ ถูกตัดงบยังฟื้นคืนชีพได้ - เตือนระวังการอนุมัติโครงการที่สภาตัดงบจะเป็นภาระของงบประมาณแผ่นดิน
ข่าว
21 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

“มาดามเดียร์” ซัด TH-AI Passport สะท้อนช่องโหว่กองทุนดิจิทัลฯ ถูกตัดงบยังฟื้นคืนชีพได้ - เตือนระวังการอนุมัติโครงการที่สภาตัดงบจะเป็นภาระของงบประมาณแผ่นดิน
ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 น.ส.วทันยา บุนนาค กรรมาธิการฯ ได้ตั้งคำถามต่อ กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบลักษณะการดำเนินงานที่ทำให้ กองทุนดังกล่าวดูคล้ายเป็นแหล่งเงินคู่ขนานของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)
น.ส.วทันยา กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือกองทุนดังกล่าวใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นแหล่งสนับสนุนหลัก แต่กลับไม่มีการแสดงสถานะทางการเงินและรายละเอียดการดำเนินงานต่อคณะกรรมาธิการอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกรณีโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเคยถูกตัดงบประมาณจากกระบวนการพิจารณาปกติ แต่กลับมีการขอรับการสนับสนุนผ่านกองทุน สิ่งที่เราเห็นคือโครงการที่ถูกตัดออกจากงบประมาณในสภา สามารถฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีกครั้งผ่านเงินกองทุน
น.ส.วทันยา ยังได้ขอให้ สดช. ส่งเอกสารชี้แจงอย่างละเอียด ทั้งรายงานสถานะทางการเงินของกองทุน เงินคงเหลือสะสม บัญชีโครงการที่ได้รับอนุมัติในปี 2568-2569 รวมถึงกรอบวงเงินปี 2570 และหลักเกณฑ์ในการป้องกันไม่ให้มีการนำเงินกองทุนไปอนุมัติโครงการที่ “สภาหรือสำนักงบประมาณได้ตัดออกไปแล้ว”
ระหว่างการชี้แจง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้พยายามอธิบาย แต่ประธานในที่ประชุมได้ตัดบทและสรุปคำถามของ น.ส.วทันยา ว่า
“ท่านวทันยาถามเพียงว่า โครงการนี้ของบประมาณแล้วจากสำนักงบประมาณไม่ให้ ท่านถึงไปเอาเงินกองทุนมาใช้ ท่านตอบว่า ใช่หรือไม่ ก็จบเลย“
จากนั้นผู้แทน สดช. ตอบสั้น ๆ ว่า
“ใช่ครับ ถูกตัดตั้งแต่สำนักงบประมาณแล้วครับ”
น.ส.วทันยา จึงได้ตั้งข้อสังเกตปิดท้ายไว้ว่า ในส่วนของกองทุนดิจิทัลฯ อยากให้ระมัดระวังในเรื่องของการอนุมัติโครงการที่ถูกปัดตกไม่ให้งบประมาณไปแล้ว เพราะนั่นหมายถึงโครงการดังกล่าวอาจจะไม่มีความเหมาะสมหรือความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งบประมาณ เพราะหากกองทุนฯยังอนุมัติโครงการลักษณะนี้ต่อไป สุดท้ายภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการดูแลระบบในระยะยาวอาจย้อนกลับมาเป็น ภาระของงบประมาณแผ่นดิน