เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทวี" จี้ มท.ส่งไฟล์คะแนน แฉทุจริตสอบท้องถิ่น 5 พันล้าน

11 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"ทวี" จี้ มท.ส่งไฟล์คะแนน แฉทุจริตสอบท้องถิ่น 5 พันล้าน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง จี้กระทรวงมหาดไทยเลิกยื้อเวลา เร่งส่งมอบไฟล์คะแนนสอบท้องถิ่นให้ ป.ป.ช. แฉขบวนการอัปเกรดคนสอบตกแลกเงิน 5 พันล้าน ย้ำอย่าตัดตอนช่วยผู้บงการ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง จี้กระทรวงมหาดไทยเลิกยื้อเวลา เร่งส่งมอบไฟล์คะแนนสอบท้องถิ่นให้ ป.ป.ช. แฉขบวนการอัปเกรดคนสอบตกแลกเงิน 5 พันล้าน ย้ำอย่าตัดตอนช่วยผู้บงการ

KEY

POINTS

  • จี้ส่งหลักฐานทันที: พ.ต.อ.ทวี เรียกร้อง มท.-กสถ.-สถ. หยุดยื้อเวลา และส่งไฟล์คะแนนสอบท้องถิ่นให้ ป.ป.ช. เทียบข้อมูล มศว เพื่อหาคนแก้คะแนนตัวจริง
     
  • แฉขบวนการ 5 พันล้าน: พบเบาะแสซื้อเก้าอี้ข้าราชการ 4.5 แสน - 1 ล้านบาท/ราย เปลี่ยนสถานะ "สอบตก" เป็น "สอบผ่าน" รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 5,000 ล้านบาท
     
  • คัดค้านการตัดตอน: ชี้การเพิกถอนรายชื่อ 5,924 ราย เป็นเพียงโทษทางปกครอง แต่ต้องลากตัวผู้บงการและเจ้าหน้าที่ระดับอนุมัติมารับโทษทางอาญา

11 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยหยุดประวิงเวลา และเร่งส่งมอบไฟล์คะแนนสอบท้องถิ่นให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบทันที หลังพบพิรุธส่อ ทุจริตสอบท้องถิ่น ขบวนการอัปเกรดคนสอบตกเป็นสอบผ่าน วงเงินสะพัดกว่า 5,000 ล้านบาท ชี้การเพิกถอนชื่อเป็นเพียงการแก้ไขทางปกครองโดยจี้ให้เปรียบเทียบข้อมูลต้นทาง มศว กับ กสถ. เพื่อลากตัวผู้บงการตัวจริงมาลงโทษ และป้องกันไม่ให้ผู้สมัครตกเป็นแพะรับบาปแทนอาชญากร


พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุถึงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ระบุว่า กระทรวงมหาดไทย “ต้องไม่กลัวความจริง” และเลิกพฤติกรรมยื้อเวลา โดยเรียกร้องให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เร่งส่งมอบไฟล์ประมวลผลคะแนนสอบ และบัญชีประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับข้อมูลต้นทางที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เก็บรักษาไว้ 



พ.ต.อ.ทวร สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า คดีนี้กำลังถูกทำให้หลงประเด็น หากมุ่งตรวจสอบเพียงผู้สมัคร 5,924 รายที่ถูกเพิกถอนชื่อ เพราะนั่นอาจกลายเป็นยุทธการ “อาชญากรรมเพื่อช่วยเหลืออาชญากร” ที่พยายามเปลี่ยนผู้สมัครให้กลายเป็น “แพะ” เพื่อปล่อยให้ผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบ แต่กลับมีส่วนเกี่ยวข้อง ลอยนวลอยู่ในบทบาทผู้ตรวจสอบเสียเอง


โดยผู้สมัครไม่สามารถประกาศให้ตัวเองสอบผ่าน หรือบรรจุเป็นข้าราชการเองได้ ผู้ที่ทำให้รายชื่อมีผลตามกฎหมายคือ กสถ., สถ. และกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น การตรวจสอบจึงต้องมุ่งเป้าไปที่ผู้รับผลคะแนน ผู้เก็บรักษาข้อมูล ผู้จัดทำบัญชี ผู้เสนอ ผู้อนุมัติ และผู้ลงนามประกาศ ตลอดจนผู้บงการเป็นลำดับแรก


สำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงคือ กสถ. ซึ่งมีกรรมการจำนวน 19 คน และ สถ. ในฐานะหน่วยงานปฏิบัติ โดยตามขอบเขตงาน (TOR) มศว ได้จัดสอบ 8 ศูนย์แรกเมื่อ 7 ธันวาคม 2568 และส่งมอบข้อมูลคะแนนให้ กสถ. ผ่าน สถ. ระหว่างวันที่ 11–12 ธันวาคม 2568 ส่วนศูนย์สอบภาคใต้จัดสอบ 15 กุมภาพันธ์ 2569 และส่งมอบข้อมูล 18–19 กุมภาพันธ์ 2569


ข้อมูลจากการประชุม กสถ. ครั้งที่ 16/2568 และ 4/2569 ระบุจำนวนผู้ผ่านภาค ก และ ข รวมกว่า 55,000 ราย ก่อนมีการประกาศขึ้นบัญชีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และเมษายน 2569 อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ป.ป.ช. และตำรวจได้เข้าตรวจค้นแ ละพบข้าราชการส่วนท้องถิ่น กำลังดำเนินการกับกระดาษคำตอบ และไฟล์คะแนนอย่างน่าสงสัย


จากการตรวจยึดอุปกรณ์และข้อมูล พบประเด็นต้องตรวจสอบผู้สมัครถึง 5,960 ราย ทั้งที่มีการประกาศผลไปแล้ว จึงเกิดข้อสงสัยอย่างหนักว่า เป็นการแก้ไขคะแนนหรือพยานหลักฐานย้อนหลัง เพื่อให้ตรงกับบัญชีที่ กสถ. ประกาศไว้หรือไม่

พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ประเด็นที่น่าตกใจคือ ข้อมูลการเรียกรับผลประโยชน์ ที่มูลค่ารวมอาจสูงถึง 5,000 ล้านบาท โดยมีการ
กล่าวอ้างถึงค่าใช้จ่ายรายละประมาณ 450,000 ถึง 1,000,000 บาท เพื่อแลกกับการใช้อำนาจฝากชื่อเข้าสู่บัญชีผู้สอบผ่าน


พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า หากนำข้อมูลจาก มศว, โรงพิมพ์จันวาณิชย์ และ กสถ. มาเปรียบเทียบกัน จะสามารถทราบความจริงได้ภายในวันเดียวว่า ข้อมูลถูกเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนใด ใครเป็นคนเข้าถึงอุปกรณ์ และใครคือผู้ที่เปลี่ยนสถานะจาก "สอบไม่ผ่าน" ให้กลายเป็น "สอบผ่าน"


โดยปัจจุบัน มศว และโรงพิมพ์จันวาณิชย์ ได้ส่งมอบข้อมูลให้ ป.ป.ช. ตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2569 แต่ทาง กสถ. และ สถ. กลับยังไม่ส่งมอบหลักฐานสำคัญอย่างครบถ้วน ทั้งที่เวลาล่วงเลยมานานกว่าหนึ่งเดือน ความล่าช้านี้สะท้อนถึงความพยายามปกปิดหรือประวิงเวลา ซึ่งเสี่ยงต่อการที่พยานหลักฐานจะสูญหายหรือถูกแก้ไข

 

"การเพิกถอนรายชื่อ 5,924 ราย เป็นเพียงการแก้ไขผลทางปกครอง ไม่อาจลบความรับผิดทางอาญาที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่ใช่คำตอบว่าใครปลอม ใครใช้ ใครสั่ง"

 

พ.ต.อ.ทวี ทิ้งท้ายว่า กระทรวงมหาดไทยต้องสั่งการให้ กสถ. และ สถ. ส่งมอบหลักฐานทั้งหมดทันที เพื่อพิสูจน์ความจริงและสาวไปให้ถึงผู้บงการทุกระดับ ไม่ใช่เพียงลงโทษเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ เพื่อฟื้นคืนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการและกระบวนการยุติธรรมของไทยให้กลับมาอีกครั้ง 
 

 

 

ข่าวล่าสุด