ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า ตนได้รับเสียงสะท้อนและข้อกังวลจากประชาชนจำนวนมากที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ประชาชนต้องเร่งทำความสะอาดบ้านเรือน ฟื้นฟูทรัพย์สิน และจัดการความเสียหายหลังน้ำลด จึงไม่สะดวกอย่างยิ่งที่จะต้องเดินทางไปสถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันก่อน แล้วจึงนำเอกสารมาเข้ากระบวนการยื่นเรื่องกับหน่วยงานท้องถิ่นอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ หรือผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัว การเดินทางหลายขั้นตอนเช่นนี้ถือเป็นภาระที่หนักหนาเกินกว่าจะรับไหว
"สส.ชลณัฏฐ์" จี้ กทม. เร่งปลดล็อกเงื่อนไข "บันทึกประจำวัน" ขอเงินเยียวยาน้ำท่วม แนะเปลี่ยนมาใช้หลักฐานภาพถ่ายความเสียหายแทน
🔵เจ้าหน้าที่เห็นพ้องเป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือ
ชลณัฏฐ์ ระบุอีกว่า จากการได้พูดคุยกับทางสำนักงานเขตหนองแขม เจ้าหน้าที่เองก็เห็นตรงกันว่าไม่ควรต้องมีเอกสารในส่วนนี้ และเชื่อว่าอีกหลายสำนักงานเขตที่ได้ลงพื้นที่ไปเห็นความเดือดร้อนของประชาชนด้วยตัวเอง ก็คงมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน แม้เข้าใจว่าขั้นตอนนี้มีไว้เพื่อยืนยันเหตุการณ์และความเสียหาย แต่ในทางปฏิบัติกลับกลายเป็นการสร้างอุปสรรคและความล่าช้าในการเข้าถึงความช่วยเหลือ
🔵ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขจากพรรคประชาชน
ชลณัฏฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอสะท้อนเสียงของประชาชนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กทม. ให้เร่งทบทวนและสร้างความกระจ่างโดยด่วน ว่าขั้นตอนนี้ยังมีความจำเป็นหรือไม่ พร้อมเสนอให้พิจารณายกเลิกเงื่อนไขดังกล่าว แล้วเปลี่ยนมาใช้หลักฐานอื่นที่ประชาชนมีอยู่แล้ว เช่น ภาพถ่ายความเสียหาย เพื่อให้การจ่ายเงินเยียวยาเข้าถึงมือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ตรงจุด และไม่เป็นการซ้ำเติมภาระของประชาชนในวันที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด