อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกร้องทั้ง 3 รายกลับไม่ยอมรับคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยอ้างว่ายังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง พร้อมทั้งมีการออกหนังสือยืนยันการจัดประชุม และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสนับสนุนการดำรงตำแหน่งของ ศ.คลินิก นพ.สรณ อย่างต่อเนื่อง
นายขวัญไชย ระบุพฤติการณ์ความผิดแบ่งเป็นรายบุคคล คือ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล และ นางสาวอรดา เทพยายน เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157 ประกอบ ม.83 และ ม.91) เนื่องจากมีอำนาจหน้าที่จัดระเบียบการประชุม กสทช. ให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับไม่ดำเนินการห้ามปรามหรือจัดให้มีการเลือกรักษาการประธานขึ้นแทน ทั้งยังออกหนังสือยืนยันการประชุมเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในลักษณะกล่าวอ้างว่าการไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่อาจเข้าข่ายลดทอนพระราชอำนาจ
"ขณะที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ แม้ผลคำวินิจฉัยจะทำให้ขาดสถานะเจ้าพนักงานแล้ว แต่การดึงดันเข้าทำหน้าที่ประธานในการประชุมวันที่ 5–6 สิงหาคม 2569 จนทำให้กรรมการ กสทช. เสียงส่วนใหญ่ต้องบอยคอตออกจากห้องประชุม ถือเป็นการสมคบคิด จึงเข้าข่าย เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157 ประกอบ ม.86) และอาจเข้าข่าย แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน (ม.145) อีกด้วย" นายขวัญไชย ระบุ
นายขวัญไชย ได้นำหลักฐานยื่นประกอบการร้องทุกข์ ได้แก่ คำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ 1/2569, หนังสือสำนักงาน กสทช. ด่วนที่สุด ที่ สทช 2001/2343 และภาพอินโฟกราฟิกการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยขอให้พนักงานสอบสวน บก.ป. เร่งสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเหตุเกิดในพื้นที่สำนักงาน กสทช. แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องกันตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม ถึง 6 สิงหาคม 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริหารงานขององค์กรและประโยชน์สาธารณะ