เคล็ด(ไม่)ลับ เลือกบ้าน-คอนโดฯ ให้เหมาะกับทุกวัย ต้องดูอะไรบ้าง
11 ส.ค. 2569 | prisana_tha

เคล็ด(ไม่)ลับ การเลือกซื้อบ้าน หรือคอนโดมิเนียม ให้เหมาะกับทุกวัย ทั้งวัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน และผู้สูงอายุต้องดูอะไรบ้าง
Business
11 ส.ค. 2569 | prisana_tha

เคล็ด(ไม่)ลับ การเลือกซื้อบ้าน หรือคอนโดมิเนียม ให้เหมาะกับทุกวัย ทั้งวัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน และผู้สูงอายุต้องดูอะไรบ้าง
KEY
POINTS
การซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัย จัดเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ ที่ต้องอยู่กับครอบครัวไปอีกหลายปี โดยเฉพาะครอบครัวที่มีสมาชิกหลายช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก วัยเรียน วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ ความต้องการของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน
ดังนั้น การเลือกบ้านหรือคอนโดมิเนียมสำหรับครอบครัว จึงไม่ควรมองเพียงว่า ในครอบครัวมีสมาชิกกี่คน แต่ควรคิดไปถึงอนาคตด้วยว่า หากลูกโตขึ้น พ่อแม่อายุมากขึ้น หรือครอบครัวมีสมาชิกเพิ่ม บ้านหรือคอนโดมิเนียมสามารถรองรับการใช้ชีวิตได้หรือไม่
สิ่งที่ควรทำก่อนเลือกโครงการ คือ สำรวจจำนวนสมาชิกและรูปแบบการใช้ชีวิตของครอบครัว ครอบครัวที่มีเด็กเล็กอาจต้องการพื้นที่เล่นและพื้นที่ทำกิจกรรม ขณะที่ครอบครัวที่มีวัยรุ่นอาจต้องการห้องส่วนตัวมากขึ้น ส่วนวัยทำงานอาจต้องมีพื้นที่สำหรับ Work From Home และหากมีผู้สูงอายุอยู่ด้วย ก็ต้องคำนึงถึงการเดินขึ้น-ลงบันได ห้องน้ำ และความปลอดภัยเป็นพิเศษ
การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้ไม่ต้องเสียเงินปรับปรุงบ้านในอนาคต หรือย้ายที่อยู่ เพราะพื้นที่ไม่เพียงพอ
ครอบครัว 2-3 คน คอนโดมิเนียมแบบ 1 ห้องนอน หรือ 1 ห้องนอนพลัส อาจเพียงพอ หากสมาชิกยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ส่วนตัวมากนัก แต่หากมีบุตรและวางแผนอยู่อาศัยระยะยาว แบบ 2 ห้องนอน จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า เพราะสามารถแบ่งพื้นที่ให้พ่อแม่และลูกได้อย่างเป็นสัดส่วน
ส่วนบ้านแนวราบ อาจเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีแผนเลี้ยงสัตว์ ต้องการพื้นที่ทำกิจกรรม หรือมีผู้สูงอายุอยู่ร่วมกัน
สิ่งสำคัญคืออย่าดูเพียง “จำนวนตารางเมตร” แต่ควรดูว่าแต่ละพื้นที่ใช้งานได้จริงมากน้อยแค่ไหน ห้องขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มีการจัดวางฟังก์ชันได้ดี จะตอบโจทย์มากกว่าบ้านที่มีพื้นที่มาก แต่เหลือพื้นที่ใช้งานจริงน้อย
บ้านที่มีเด็กควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ ตั้งแต่พื้นบ้าน บันได หน้าต่าง ระเบียง ไปจนถึงปลั๊กไฟ อาทิ วัสดุปูพื้นไม่ควรลื่น บันไดควรมีราวจับที่แข็งแรง และหากเป็นคอนโดมิเนียมควรตรวจสอบความปลอดภัยของระเบียงและหน้าต่าง รวมถึงระบบควบคุมการเข้า-ออกอาคาร
พื้นที่ส่วนกลาง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ควรพิจารณา เช่น สนามเด็กเล่น สวน ห้องกิจกรรม หรือพื้นที่ออกกำลังกาย เพราะช่วยให้เด็ก มีพื้นที่ทำกิจกรรมนอกห้องพัก
นอกจากนี้ ทำเลที่อยู่ใกล้โรงเรียน โรงพยาบาล ร้านค้า และระบบขนส่งสาธารณะ ก็ช่วยให้การใช้ชีวิตของครอบครัวสะดวกขึ้น
เมื่อเด็กโตขึ้น ความต้องการพื้นที่ส่วนตัวจะเพิ่มขึ้น ครอบครัวจึงควรพิจารณาบ้านหรือคอนโดมิเนียม ที่วางแผนสำหรับการแบ่งพื้นที่ได้ชัดเจนในอนาคต
บ้าน 3 ห้องนอนอาจเหมาะกับครอบครัวที่มีลูก 1-2 คน เพราะสามารถจัดห้องนอนให้สมาชิกแต่ละคนได้ ขณะที่พื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือพื้นที่รับประทานอาหาร ยังเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัว
สำหรับคอนโดมิเนียม หากมีสมาชิกหลายคน ควรพิจารณาห้องแบบ 2 ห้องนอนขึ้นไป และตรวจสอบพื้นที่เก็บของให้เพียงพอ เพราะเมื่อเด็กโตขึ้น เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน และของใช้ส่วนตัวก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ครอบครัววัยทำงาน ควรให้ความสำคัญกับทำเลเป็นพิเศษ เพราะเวลาและค่ารถ ค่าน้ำมัน จัดเป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายในทุกวัน
บ้านหรือคอนโดมิเนียม ที่อยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ ถนนสายหลัก โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่งจับจ่าย อาจช่วยลดเวลาเดินทางและค่าใช้จ่ายในระยะยาว
เพราะนอกจากราคาซื้อแล้ว วัยทำงานควรคำนวณค่าใช้จ่ายอื่นๆด้วย เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าที่จอดรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าซ่อมบำรุง และค่าเดินทาง
สำหรับคนที่ทำงานแบบ Hybrid หรือ Work From Home การมีพื้นที่สำหรับทำงานโดยเฉพาะ ก็เป็นสิ่งที่ควรนำมาคิดในการเลือกบ้าน เพราะการนำโต๊ะทำงานไปวางในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นอาจไม่ตอบโจทย์ในระยะยาว
สำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ บ้านชั้นเดียวหรือบ้านที่มีห้องนอนและห้องน้ำอยู่ชั้นล่างจะช่วยลดความเสี่ยงจากการขึ้น-ลงบันได
รวมทั้งการพิจารณารายละเอียดก็สำคัญ พื้นควรเรียบและไม่ลื่น ไม่มีระดับต่างกันมากเกินไป ห้องน้ำควรมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเคลื่อนไหว มีราวจับ และควรออกแบบพื้นที่อาบน้ำให้ลดความเสี่ยงในการลื่นล้ม
ในส่วนของคอนโดมิเนียม ควรตรวจสอบว่ามีลิฟต์ ทางลาด รถเข็น หรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือไม่ รวมถึงระยะทางไปโรงพยาบาลและบริการด้านสุขภาพ
อีกเรื่องที่ควรพิจารณาคือ ระบบรักษาความปลอดภัย เช่น เจ้าหน้าที่ประจำอาคาร กล้องวงจรปิด ระบบเข้า-ออก และระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน
บ้านสำหรับครอบครัวควรเลือกวัสดุที่เน้นความแข็งแรง ทนทาน และซ่อมบำรุงง่าย มากกว่าความสวยงามเพียงอย่างเดียว พื้นบ้านควรเหมาะกับการใช้งานของสมาชิกทุกวัย หากมีเด็กหรือผู้สูงอายุ ควรหลีกเลี่ยงวัสดุที่ลื่นง่าย ขณะที่ประตูและหน้าต่างควรเปิด-ปิดสะดวกและมีความแข็งแรง
ส่วนวัสดุภายนอก เช่น หลังคา ผนัง และกระจก ควรพิจารณาคุณสมบัติในการกันความร้อนและความชื้น เพราะประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนชื้น การลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านสามารถช่วยลดภาระการใช้เครื่องปรับอากาศได้
ระบบไฟฟ้าและประปาก็ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะบ้านที่ต้องอยู่อาศัยเป็นเวลานาน ควรตรวจสอบมาตรฐานการติดตั้งและการรับประกันจากโครงการให้ละเอียด
สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการอาจเป็นปัจจัยดึงดูดใจ แต่ไม่จำเป็นต้องเลือกโครงการที่มีทุกอย่าง หากสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ถูกใช้งานจริง อาทิ ครอบครัวที่มีเด็ก สนามเด็กเล่นและพื้นที่สีเขียวสำคัญกว่าห้องออกกำลังกายขนาดใหญ่หรือฟิตเนส
ส่วนวัยทำงาน Co-working Space ห้องประชุม หรือพื้นที่ส่วนกลางที่สามารถทำงานได้ อาจมีประโยชน์มากกว่า
ส่วนครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ควรให้ความสำคัญกับทางลาด ลิฟต์ ที่นั่งพัก และระบบรักษาความปลอดภัย
อีกหนึ่งเทคนิคสำคัญคือการเลือกบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่ยืดหยุ่น เพราะครอบครัวไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ ห้องอเนกประสงค์ในวันนี้อาจเป็นห้องเด็กในวันข้างหน้า และอาจเปลี่ยนเป็นห้องทำงานหรือห้องนอนผู้สูงอายุในอนาคตได้
บ้านที่มีโครงสร้างและพื้นที่รองรับการปรับเปลี่ยน จึงอาจคุ้มค่ากว่าบ้านที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการใช้งานในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
ดังนั้น การตัดสินใจเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมให้ครอบครัว ต้องคิดไกลกว่าวันที่ซื้อ และไม่ควรตัดสินจากราคา พื้นที่ หรือโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว แต่ควรมองภาพรวมตั้งแต่ จำนวนสมาชิก อายุของคนในครอบครัว รูปแบบการใช้ชีวิต ทำเล ความปลอดภัย วัสดุ ค่าใช้จ่าย และการรองรับอนาคต
รวมทั้งบ้านหรือคอนโดมิเนียที่เหมาะกับแต่ละครอบครัว ไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุดหรือแพงที่สุด แต่ควรเป็นที่อยู่อาศัยที่ทุกคนอยู่ได้อย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย และปรับเปลี่ยนไปตามชีวิตของครอบครัวในอนาคต
โดยหนึ่งในที่อยู่อาศัยแนะนำ คือ บ้านชาวไทย บ้านที่สนับสนุนคุณภาพชีวิต เพื่อการอยู่อาศัยของครอบครัว บ้านที่ตอบโจทย์การวางแผนในระยะยาว โดย บ้านชาวไทย มี 2 โครงการ ประกอบด้วย
1. โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์ (ดีโค้ด) ทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า ถอดรหัสคุณภาพชีวิตรูปแบบใหม่พื้นที่รวมคอมมูนิตี้มอลล์ คอนโดมิเนียม และคลับเฮ้าส์ไว้ด้วยกันอย่างสมดุล ออกแบบด้วยแนวคิด “DECODE The Good Life” ถอดรหัสความต้องการของคนอยากมีบ้านสร้างโอกาส สู่บ้านหลังแรกของทุกคน
2. โครงการ D:CRAFT คลองหลวง (ดีคราฟต์) ใกล้สถานศึกษา โรงงาน บริษัทห้างร้านจำนวนมาก สร้างคุณภาพชีวิตรูปแบบใหม่ ผสมผสานพื้นที่หลากหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อให้การใช้ชีวิต การทำงาน และการพักผ่อน สามารถเกิดขึ้นได้ในพื้นที่เดียวอย่างลงตัว
ทั้งนี้ ในส่วนของ โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์ (ดีโค้ด) บ้านชาวไทย ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 จะเปิดให้ผู้ที่ได้การจัดสรรสิทธิ D:CODE ศรีนครินทร์ เข้ามาเซ็นใบจองสิทธิ ได้ 2 สถานที่
1. BTS Visionary Park ฝั่ง North ชั้น 1 (Lobby)
วันจันทร์ - ศุกร์ เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 - 18.00 น.
2. Sales Gallery D:CODE ศรีนครินทร์
เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.30 - 20.00 น.
ส่วน โครงการ D:CRAFT คลองหลวง (ดีคราฟต์) จะใช้วิธีการจัดสรรสิทธิ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.baan-chaothai.com/