เมื่อถามว่า กกต. ออกเอกสารข่าวว่าจะพิจารณาคดีฮั้ว สว. ภายในเดือนสิงหาคม 2569 นี้ มองว่ากระแสกดดันจากภายนอกมีผลหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตามกรอบกฎหมาย กกต. ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 90 วัน การที่ให้คำมั่นว่าจะเสร็จในเดือนสิงหาคม 2569 ถือว่าเป็นไปตามกรอบเวลา 90 วัน ที่จะครบในช่วงต้นเดือนกันยายน 2569
“สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่จบเมื่อไหร่ แต่จบอย่างไร สิ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น กกต. ตัดตอนกระบวนการยุติธรรมให้เรื่องไปไม่ถึงศาล แต่ที่กังวลในตอนนี้คือจะจบอย่างไร ผมเชื่อว่าความสนใจของประชาชนต่อหลักฐานที่ถูกนำเสนออย่างเป็นระบบ จะมีส่วนทำให้ กกต. ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา สั่งฟ้องเรื่องที่ศาล“ นายพริษฐ์กล่าว
เมื่อถามว่า หาก กกต. ไม่ตอบฝ่ายค้านว่าจะดำเนินการอย่างไร เกี่ยวกับนาย ส.ที่รับเงิน มีช่องทางเอาผิดได้หรือไม่ ฝ่ายค้านจะใช้ช่องทางไหน นายพริษฐ์ ถามกลับสื่อมวลชนว่าให้เวลากี่วันดี ตนให้โอกาส กกต. 1-2 วัน ว่าจะชี้แจงหรือไม่ มั่นใจว่าเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เชื่อว่า กกต. เข้าถึงได้เช่นกัน หากสอบสวนไปแล้วขอให้ชี้แจงว่าเรื่องถึงขั้นไหน หากยังไม่ได้สอบสวน ตนพร้อมนำข้อมูลที่มีไปยื่นต่อ กกต.
เมื่อถามว่า ข้อสรุปสำนวนของ กกต. อาจไม่ได้นำเรื่องเส้นเงินมาเกี่ยวข้องด้วย จะทำให้น้ำหนักของสำนวนเบาหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า กกต. มีหน้าที่นำพยานหลักฐานทุกส่วน ทั้งโพยและเส้นเงินไปพิจารณา หากความปรากฏว่าไม่ได้นำไปพิจารณาต้องถามกลับว่ากกต. ละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
เมื่อถามว่า สว. ดำรงตำแหน่งมาถึงครึ่งทางแล้ว จะมีโอกาสไปยื่นให้เป็นโมฆะหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ตอนนี้ต้องพิจารณาว่า กกต. จะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่ หากส่งตามข้อเรียกร้อง หากคนที่ถูกส่งเรื่องไปยังศาลเป็น สว. จะมีกรอบกฎหมายเรื่องของการหยุดปฏิบัติหน้าที่ สิ่งที่ต้องการคือความเป็นธรรมไม่ได้ถูกเตะถ่วง
ส่วนข้อกังวลว่าการเลือก สว.สมัยหน้า ถ้าไม่ปรับกลไกการเลือก สว. จะเกิดการฮั้วหนักขึ้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่ควรเลือก สว. แบบนี้อีกในประเทศเราหรือประเทศไหนในโลก ความเป็นไปได้ไม่ให้เกิดขึ้นคือ การเดินหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากดำเนินการตามประชามติ และมี สสร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เชื่อว่าจะไม่เห็นการเลือก สว. เช่นนี้อีก เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่กำหนดกติกาเช่นนี้ แต่ก็เป็นคนละเรื่องกับการชำระปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2567