"ในส่วนนี้ต้องยอมรับว่า มันมีความจําเป็น คนจันทบุรีส่วนมากน่าจะอยากให้มันเกิดขึ้น แต่คนที่อื่น เขาอาจจะไม่เข้าใจในพื้นที่ เพราะเขาไม่ได้เกิดมาแล้วมองเห็นต้นทุเรียน มองเห็นต้นเงาะ ต้นลองกอง เขาไม่เห็นนี่ครับ ฉะนั้นมันก็ต่างกันตรงนี้นะครับ“
เมื่อถามว่า การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดเป็นหมื่นไร่ จะทําให้ป่าเสียไป แล้วช้างป่าจะไปอยู่ที่ไหน นายสุชาติ กล่าวว่า การจะทําอะไรสักอย่างนั้น มีเหรียญสองด้านเสมอ คือ ด้านที่ได้ประโยชน์ เราต้องยอมรับว่ารายได้หลักของพี่น้องชาวจันทบุรีภาคตะวันออกทั้งหมดคืออะไร
”คนชอบบิดเบือนไปว่าแหล่งน้ำไปช่วยเรื่องของโรงงานอุตสาหกรรม EEC แต่ผมบอกเลย แหล่งน้ำวังโตนดถ้าเกิดขึ้นมาได้ เฉพาะคนที่ปลูกผลไม้ที่จันท์ยังไม่พอ ไม่น่าจะเพียงพอซะด้วยเลย มันกันน้ำท่วมด้วยนะครับ”
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า เราควรเอาน้ำที่จะไหลลงสู่ทะเลมากักเก็บอยู่ในอ่างเก็บน้ำนี้ เพื่อเอาไปใช้ตอนที่เกิดภาวะแล้ง ด้านการเกษตรการปลูกผลไม้ ซึ่งเป็นวงจรของการเกษตรที่เราต้องเก็บน้ำไว้ใช้ตอนหน้าแล้งด้วย
”แต่คนที่กล่าวหาว่า ที่ดินจะหายไปเท่านั้นเท่านี้ การทํา EHIA เขามีการประเมิน โดยกรมอุทยานฯ ก็ต้องวิเคราะห์กันว่า ถ้าพื้นที่เราหายไปประมาณนี้จริงๆ อุทยานฯ ไม่ได้หายเป็นหมื่นไร่นะครับ จริงๆ มีของกรมป่าไม้ส่วนหนึ่ง ที่กรมป่าไม้ไม่มีปัญหาเลย เพราะ เป็นที่ชาวบ้านอยู่อยู่แล้ว ชาวบ้านก็โดนเวนคืน ประมาณ 300 กว่าครอบครัว เขาก็มีผลกระทบเหมือนกัน แต่เขาก็เสียสละให้กับส่วนรวม“
ช่วงท้าย นายสุชาติ กล่าวว่า “คนจันทบุรี” เขารอ (อ่างเก็บน้ำ) มาทั้งชีวิต“ "แม้จะมีประชาชนได้รับผลกระทบ แต่เขาก็เสียสละเพื่อส่วนรวม ขอให้ชี้แจงข้อมูลกันด้วยเหตุและผล อยากให้คนจันทบุรี หรือชาวสวนผลไม้ชี้แจงกลับไป ยังคนที่เขาเป็นห่วงในเรื่องการสูญเสียป่าด้วย