"รมว.วัฒนธรรม" ดัน "วัดพระมหาธาตุ" สู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
25 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

ทีมไทยแลนด์เฮ! “วัดพระมหาธาตุ นครศรีฯ“ ขึ้นแท่นมรดกโลกแห่งใหม่ - "รมว.วัฒนธรรม" เดินหน้าบริหารจัดการอย่างยั่งยืน-ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ข่าว
25 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

ทีมไทยแลนด์เฮ! “วัดพระมหาธาตุ นครศรีฯ“ ขึ้นแท่นมรดกโลกแห่งใหม่ - "รมว.วัฒนธรรม" เดินหน้าบริหารจัดการอย่างยั่งยืน-ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก คนที่หนึ่ง และหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก คนที่สาม และประธานคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมศิลปากร สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ และจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อผลักดันวาระของประเทศไทยในการเสนอขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ในบัญชีมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (วาระที่ 8B) "วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช" เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก โดยได้นำเสนอคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value) ทั้งในมิติของการเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและศิลปกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนการเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต (Living Heritage) ซึ่งปรากฏผ่านประเพณีการแห่ผ้าขึ้นธาตุที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน
ผลการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกได้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายของรัฐบาลไทย โดยคณะกรรมการฯ มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้ขึ้นทะเบียน "วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช" เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ คุ้มครอง และส่งเสริมมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยกย่องในระดับสากล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมจะบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพื้นที่แหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์โบราณสถานและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติขององค์การยูเนสโกต่อไป