และหลังจากที่คณะอนุกรรมาธิการทำงานทั้ง 7 คณะ ทำงานไปได้ระยะหนึ่งก็จะตั้งคณะที่ 8 คณะอนุกรรมาธิการข้อสังเกต
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า การทำงานของคณะอนุกรรมาธิการได้มีการวางกรอบ ไม่เกิน 30 วัน เพื่อให้ทั้ง 7 คณะอนุฯ ได้พิจารณารายละเอียด ของแต่ละหน่วยงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยได้มีการกำหนดกรอบใหญ่ คือ TQD
T คือ target (ทาเกจ) มุ่งเน้นให้การพิจารณางบประมาณตอบโจทย์ตรงเป้าต่อภารกิจต่างๆ ที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และตรงเป้าในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ตรงเป้าในการทำภารกิจสำคัญของรัฐบาลให้บรรลุวัตถุประสงค์
Q คือ Quality (ควอลิตี้ ) คำนึงถึงจำนวนปริมาณ ในการใช้งบประมาณให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ และภารกิจในปัจจุบัน เรื่องไหนที่จำเป็นปรับลดได้ เช่น จำนวนของคุรุภัณฑ์ต่างๆ คอมพิวเตอร์ หรือจำนวนผู้เข้าร่วมในโครงการต่างๆ หากมีการปรับลดได้ก็ขอให้ปรับลด เพื่อให้ ประหยัดงบประมาณให้ได้มากที่สุด
D คือ Duration(ดูเรชั่น) ระยะเวลา ได้คุยกันว่า สิ่งของต่างๆในครุภัณฑ์ เช่น รถยนต์ยานพาหนะ จะพิจารณาในการยืดอายุการใช้งานให้ยาวขึ้น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จะยืดเวลาของการใช้งานของหน่วยงานต่างๆให้มากขึ้นด้วย
นอกจากนี้ อยากได้มีการพูดคุยถึงแนวทางการพิจารณาว่า ให้อนุฯพิจารณาตามกรอบภารกิจสำคัญของรัฐบาลนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ชาติ ถ้าหน่วยงานไหนมีการเสนองบประมาณที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นก็ให้สามารถพิจารณาปรับลดโครงการได้ เป็นรายโครงการ ไม่ใช่เป็นการปรับลดยอดล่ำซำ เช่น ในปีที่ผ่านมาอาจมีบางหน่วยงานขอปรับลดเป็นก้อน แล้วให้หน่วยงานเกลี่ยงบประมาณเอาเอง หรือ บางครั้งมีการปรับลดโดยพิจารณาเป็นรายเปอร์เซ็นต์ แล้วให้หน่วยงานไปพิจารณาเองว่าจะปรับอย่างไร
"การปรับครั้งนี้จะไม่ได้ปรับลอยๆ แต่ดูถึงความจำเป็นโครงการไหนที่ไม่จำเป็น จะมีมูลค่ากี่ 100 ล้านก็แล้วแต่ ถ้าไม่ตอบโจทย์ประเทศก็ให้ตัดทั้งโครงการทิ้ง ดังนั้นการปรับลดโครงการลักษณะแบบนี้ จะทำให้ประชาชน สามารถจะตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมาธิการได้ ว่าเป็นการปรับลดงบแบบตรงไปตรงมาหรือไม่ หรือปรับเพื่อช่วยการเมือง หรือสนับสนุนกลุ่มการเมืองใดเป็นพิเศษหรือไม่ การพิจารณาแบบนี้จะทำให้ การพิจารณาปรับลดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตรวจสอบติดตามการทำงานได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ว่าโครงการไหนที่ถูกปรับลดออกไป "นายกรวีร์ กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ปกติคณะอนุฯจะมีการเข้ามารายงานต่อก็มาห้องใหญ่ หลังจากเสร็จสิ้นการพิจารณาแล้ว แต่ครั้งนี้จะให้คณะอนุฯเข้ามารายงานต่อกมธ.ห้องใหญ่ทุก 15 วัน เพื่อที่จะดูว่าเจอปัญหาและอุปสรรคในเรื่องใดต่อการทำงานหรือไม่ เพื่อที่จะให้มีมติหรือแนวทาง ช่วยกันในการช่วยกันพิจารณาปรับลด และแก้ไขปัญหาการทำงานการทำงานของคณะอนุต่อไป
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมที่จะตัดงบกลาง 12,000 ล้าน ที่มีความซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน นั้น นายกรวีร์ กล่าวว่า ต้องมาดูกันเพราะในการพิจารณา ของกรรมาธิการดูถึงความจำเป็นเป็นหลัก หากโครงการไหนที่ซ้ำซ้อน คิดว่าทุกพรรคยินดี เพื่อจะให้การใช้งบประมาณปีนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นถ้างบไหนที่เป็นงบกลาง และซ้ำซ้อนกับเงินกู้หรือซ้ำซ้อนกับโครงการอื่น เราก็มีเจตนาเดียวกันคือปรับลด ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด