หมอพรทิพย์ ชี้ปัญหาไฟไหม้โรงเบียร์ ซ้ำรอยซานติก้า สุดท้ายตายฟรี
14 ก.ค. 2569 | prisana_tha

หมอพรทิพย์ ชี้โศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงเบียร์ ซ้ำรอยซานติก้า เพราะไทยไม่เคยถอดบทเรียนจริงจัง เสนอรัฐหาสาเหตุเชิงระบบ ป้องกันเหยื่อสูญเสียซ้ำ
ข่าว
14 ก.ค. 2569 | prisana_tha

หมอพรทิพย์ ชี้โศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงเบียร์ ซ้ำรอยซานติก้า เพราะไทยไม่เคยถอดบทเรียนจริงจัง เสนอรัฐหาสาเหตุเชิงระบบ ป้องกันเหยื่อสูญเสียซ้ำ
KEY
POINTS
14 กรกฎาคม 2569 หมอพรทิพย์ ย้อนบทเรียน ซานติก้า เตือนเหตุ ไฟไหม้ ครั้งใหญ่ในไทยยังวนซ้ำ มาถึงไฟไหม้โรงเบียร์ เพราะรัฐไม่เคยแก้ปัญหาเชิงระบบอย่างจริงจัง ชี้คดีเพลิงไหม้จำนวนมากลงเอยด้วยคำว่า “ไฟฟ้าลัดวงจร” ทำให้เอาเจ้าของสถานบริการได้ไม่เต็มที่ เหยื่อแทบ “ตายฟรี”
โดย แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีประสบการณ์ตรงในการคลี่คลายคดีเพลิงไหม้ซานติก้า ผับ คร่าชีวิตนักเที่ยวถึง 67 ศพ กล่าวถึง “บทไม่ยอมเรียน” ของสังคมไทย จนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำซาก รวมถึงข้อจำกัดในการสืบสวนสอบสวน ทำให้มีช่องโหว่ในการเอาผิดเจ้าของสถานบริการได้ไม่เต็มที่ สุดท้ายเหยื่อแทบจะตายฟรีเกือบทุกเคส
หมอพรทิพย์ บอกว่า ประเทศไทยเรา เวลาเกิดเหตุร้าย หรือโศกนาฏกรรมใหญ่ๆ ก็จะชอบบอกว่าต้อง “ถอดบทเรียน" แต่ในความเป็นจริงกลับไม่ได้ทำอย่างจริงจัง พอเรื่องจบก็จบไป ทุกเหตุการณ์ยังคงติดหล่มอยู่กับปัญหาเดิมๆ เช่น การดัดแปลงอาคาร การอนุมัติก่อสร้างหรือให้ใบอนุญาตสถานบันเทิงที่ไม่ได้มาตรฐาน และป้ายทางหนีไฟที่ไม่ชัดเจนหรือใช้งานไม่ได้จริง
ยกตัวอย่าง คดีประเภทนี้แทบทุกคดี จะสรุปว่าสาเหตุเกิดจาก "ไฟฟ้าลัดวงจร" แต่รัฐก็ไม่ได้ลงลึกไปควบคุมหรือแก้ไขเชิงระบบ เช่น การกำหนดอายุการใช้งานของสายไฟที่ต้องเปลี่ยน ทำให้เกิดเหตุซ้ำๆ
ขณะที่การสืบสวนในทางคดีก็ "ไปไม่สุด" กลายเป็นความยากในการพิสูจน์ความผิดเจ้าของสถานบริการ หรือผู้รับผิดชอบสถานที่ เช่น ผู้จัดการร้าน สุดท้ายลงเอยด้วยการที่ผู้สูญเสียแทบจะ "ตายฟรี" หรือได้รับการเยียวยาไม่เต็มที่
ปัญหาทั้งหมดนี้ยังเกิดบนความยากในทางนิติวิทยาศาสตร์ คือ เหตุเพลิงไหม้เป็นเรื่องของ Dynamic มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เมื่อไฟกวาดทุกอย่างไปหมด การหาหลักฐานจากกองเพลิงเพื่อชี้จุดเกิดเหตุที่แท้จริงจึงทำได้ยากมาก บริเวณไหนที่ไฟไหม้นานก็จะเสียหายเป็นวงกว้างจนดูไม่ออกว่าเริ่มจากตรงไหน
บทสรุปของคดีประเภทนี้ คือ สูตรสำเร็จที่ว่า "ไฟฟ้าลัดวงจร" โดยไม่ได้วิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมอื่นอย่างลึกซึ้ง เช่น พฤติกรรมการลามของไฟ การทุบกระจก หรือการเปิดประตูที่เติมออกซิเจนจนไฟพุ่ง เมื่อไม่ได้เหตุผลที่ชัดเจนและรอบด้านในชั้นพิสูจน์หลักฐาน การไปไล่เบี้ยเอาผิดตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องในศาลจึงทำได้ยากและไม่เต็มที่ มักจบลงแค่คดีอุบัติเหตุหรือประมาทเลินเล่อทั่วไป
หมอพรทิพย์ เสนอว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเอาจริงเอาจัง การเปลี่ยนแปลงจะหวังพึ่งตำรวจอย่างเดียวไม่ได้ เพราะตำรวจสนใจแค่การ "ดำเนินคดี" แต่รัฐบาลต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการกำกับดูแล ต้องมีการหา "สาเหตุที่แท้จริง" โดยแยกแยะประเภทการบาดเจ็บ เสียชีวิต เพื่อนำข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการ "ควบคุมและป้องกัน" ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคตตามมาตรฐานสากล