เนชั่นทีวี

ข่าว

คดีมาเฟียภูเก็ต! "ไปต่อ" หรือพอแค่ "ปลัดรุ่งเรือง" โยง "แก๊งสิงห์" รีดส่วย 7 หลัก จ่อหมายจับเพิ่ม "ปลัด-อส." ยกชุด

03 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

คดีมาเฟียภูเก็ต! "ไปต่อ" หรือพอแค่ "ปลัดรุ่งเรือง" โยง "แก๊งสิงห์" รีดส่วย 7 หลัก จ่อหมายจับเพิ่ม "ปลัด-อส." ยกชุด

คดีมาเฟียภูเก็ต! "ไปต่อ" หรือพอแค่ "ปลัดรุ่งเรือง" โยง "แก๊งสิงห์" รีดส่วย 7 หลัก บก.ปปป. จ่อหมายจับเพิ่ม "ปลัด-อส." ยกชุด รีดไถรายวันจนเป็นปกติธุระ

คดีมาเฟียภูเก็ต! "ไปต่อ" หรือพอแค่ "ปลัดรุ่งเรือง" โยง "แก๊งสิงห์" รีดส่วย 7 หลัก บก.ปปป. จ่อหมายจับเพิ่ม "ปลัด-อส." ยกชุด รีดไถรายวันจนเป็นปกติธุระ

KEY

POINTS

  • โยงใย 2 คดีใหญ่: ปลัดรุ่งเรืองพัวพันทั้งปมเรียกรับส่วยโรงแรมภูเก็ตและเงินโกงสอบท้องถิ่นนราธิวาส
  • จ่อบิ๊กโอเปอเรชั่น: บก.ปปป. แย้มเตรียมจับกุมปลัดอำเภอ ปลัดจังหวัด และ อส. เพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้
  • แฉพฤติกรรมแก๊งสิงห์: บิ๊ก 3 ป. ช็อก ข้าราชการใหญ่ภูเก็ตตั้งเครือข่ายรีดไถรายวันจนเป็นปกติธุระ

จากกรณีปฏิบัติการทางกฎหมายที่เกิดควบคู่กับคดี “โกงสอบท้องถิ่น” ซึ่งนำไปสู่การจับกุม นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต อย่างรวดเร็ว เข้มแข็ง และจริงจัง ภายหลังได้รับคำสั่งจากอธิบดีกรมการปกครองให้ส่งตัวกลับไปนั่งเก้าอี้เดิมได้เพียงแค่ 1 วันเท่านั้น ทว่า คดีดังกล่าวได้ถูกสังคมตั้งคำถามและจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า จะเป็นการ "ตัดตอน" ผู้กระทำความผิดอยู่เพียงเท่านี้ หรือจะมีการขยายผลไปถึงข้าราชการระดับสูงรายอื่นที่อยู่เบื้องหลังหรือไม่

 

 

 

3 กรกฎาคม 2569 สำหรับคดีของ "ปลัดรุ่งเรือง" นั้น พบพฤติการณ์ความผิดที่โยงใยใน 2 ส่วนสำคัญ คือ การเรียกรับผลประโยชน์-รีดไถผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และ การเรียกรับเงินที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยเป็นการรับเงินจากสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) และลูกจ้างในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลัดรุ่งเรืองเคยรับราชการอยู่ก่อนหน้านี้

 

ขณะเดียวกัน การจับกุมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ก็ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น "เกมการเมือง" ภายในหน่วยงานหรือไม่ เนื่องจากมีความขัดแย้งโดยตรงกับ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสายตรง จากกรณีประเด็นร้อนเรื่อง “ไลน์หลุด...ช่วยน้ำเงินด้วย”

 

 

 

ล่าสุด แหล่งข่าวจากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เปิดเผยกับ “ข่าวข้นคนข่าว” NationTV-Online ว่า คดีนี้จะไม่จบลงเพียงแค่นายรุ่งเรืองอย่างแน่นอน แต่ชุดสืบสวนเตรียมที่จะเข้าจับกุมปลัดอำเภอ ปลัดจังหวัด และ อส. เพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีการเปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ (Operation) ในเร็ววันนี้

 

รายงานข่าว ระบุว่า คดีของปลัดรุ่งเรืองมีจุดเริ่มต้นจากการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมเป็นเงินจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ "ข่าวข้นคนข่าว" เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้ว่า องค์กรตรวจสอบ 3 ป. อันประกอบด้วย ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ บก.ปปป. ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลในจังหวัดภูเก็ตหลังเกิดกรณี “รองซีฟู้ด” และพบว่าเครือข่ายที่ทำเรื่องนี้โยงใยไปถึงข้าราชการตำแหน่งใหญ่ระดับ "ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด" และ "พ่อเมือง"

 

 

แต่จากการเปิดเผยของแหล่งข่าว บก.ปปป. ยอมรับว่า แม้ข้อมูลสืบสวนจะพาดพิงไปถึงระดับ ผู้ว่าราชการจังหวัด และ รองผู้ว่าฯ จริง แต่ในขณะนี้พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะอนุมัติออกหมายจับได้ จึงทำให้เกิดข้อกังขาว่าปฏิบัติการที่กำลังจะเกิดขึ้น จะสามารถเอาผิดได้สูงสุดเพียงแค่ระดับปลัดจังหวัดเท่านั้นหรือไม่

 

นอกจากนี้ ข้อมูลจากองค์กรตรวจสอบ 3 ป. ยังชี้ชัดอีกว่า กลุ่มข้าราชการที่มีสัญลักษณ์ “แก๊งสิงห์” ได้ร่วมกันวางเครือข่ายส่วยภูเก็ตเอาไว้อย่างแน่นหนาและเป็นระบบ โดยมีบุคคลที่ทำหน้าที่เป็น “หน้าเสื่อ” คอยเจรจาต่อรองและกำหนดราคา และมี “หัวเบี้ย” เดินสายเก็บรวบรวมผลประโยชน์เพื่อส่งต่อกันเป็นทอดๆ

ทว่า เรื่องราวกลับมาแดงและเกิดอาการ “ฮั้วแตก” เนื่องจากมี “หน้าเสื่อใหม่” ที่มาพร้อมกับ “สิงห์กลุ่มใหม่”

ซึ่งได้เข้าไปเจรจาเรียกรับผลประโยชน์ใต้โต๊ะ เพื่อแลกกับการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม

โดยเรียกรับเงินสูงถึงตัวเลข 7 หลัก ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มราคาจากหน้าเสื่อชุดเดิมสูงถึง 50%

 

พฤติการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการทนไม่ไหว รวมตัวกันร้องเรียนต่อองค์กรตรวจสอบ 3 ป. โดยมีผู้ประกอบการที่พร้อมเปิดหน้าสู้มากกว่า 1 แห่ง และมีการแตกยอดร้องเรียนเป็นคดีความแล้วไม่ต่ำกว่า 4 คดี ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ ส่วนจะสามารถเอาผิดถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับสูงได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความหนักแน่นของพยานหลักฐานและความกล้าในการแสดงตัวของผู้เสียหาย

 

 

ทั้งนี้ แหล่งข่าวระดับสูงจาก "บิ๊ก 3 ป." ได้เปรยถึงสภาพปัญหาและพฤติกรรมของข้าราชการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตด้วยความตกใจว่า

 

“ตั้งแต่ทำงานมา ไม่เคยพบเคยเห็นข้าราชการระดับผู้ใหญ่กระทำความผิดแบบไม่เกรงกลัวกฎหมายขนาดนี้มาก่อน พฤติกรรมคือเรียกรับผลประโยชน์แทบทุกวัน

เหมือนเป็นภารกิจหลักในชีวิตประจำวันไปแล้ว เรียกว่าตื่นนอนมาก็เรียกรับกันเลย หรือจะใช้คำว่า เรียกรับกันเป็นปกติธุระ ก็ได้

 

 


 

ข่าวล่าสุด