ล่าสุด แหล่งข่าวจากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เปิดเผยกับ “ข่าวข้นคนข่าว” NationTV-Online ว่า คดีนี้จะไม่จบลงเพียงแค่นายรุ่งเรืองอย่างแน่นอน แต่ชุดสืบสวนเตรียมที่จะเข้าจับกุมปลัดอำเภอ ปลัดจังหวัด และ อส. เพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีการเปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ (Operation) ในเร็ววันนี้
รายงานข่าว ระบุว่า คดีของปลัดรุ่งเรืองมีจุดเริ่มต้นจากการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมเป็นเงินจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ "ข่าวข้นคนข่าว" เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้ว่า องค์กรตรวจสอบ 3 ป. อันประกอบด้วย ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ บก.ปปป. ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลในจังหวัดภูเก็ตหลังเกิดกรณี “รองซีฟู้ด” และพบว่าเครือข่ายที่ทำเรื่องนี้โยงใยไปถึงข้าราชการตำแหน่งใหญ่ระดับ "ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด" และ "พ่อเมือง"
แต่จากการเปิดเผยของแหล่งข่าว บก.ปปป. ยอมรับว่า แม้ข้อมูลสืบสวนจะพาดพิงไปถึงระดับ ผู้ว่าราชการจังหวัด และ รองผู้ว่าฯ จริง แต่ในขณะนี้พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะอนุมัติออกหมายจับได้ จึงทำให้เกิดข้อกังขาว่าปฏิบัติการที่กำลังจะเกิดขึ้น จะสามารถเอาผิดได้สูงสุดเพียงแค่ระดับปลัดจังหวัดเท่านั้นหรือไม่
นอกจากนี้ ข้อมูลจากองค์กรตรวจสอบ 3 ป. ยังชี้ชัดอีกว่า กลุ่มข้าราชการที่มีสัญลักษณ์ “แก๊งสิงห์” ได้ร่วมกันวางเครือข่ายส่วยภูเก็ตเอาไว้อย่างแน่นหนาและเป็นระบบ โดยมีบุคคลที่ทำหน้าที่เป็น “หน้าเสื่อ” คอยเจรจาต่อรองและกำหนดราคา และมี “หัวเบี้ย” เดินสายเก็บรวบรวมผลประโยชน์เพื่อส่งต่อกันเป็นทอดๆ
ทว่า เรื่องราวกลับมาแดงและเกิดอาการ “ฮั้วแตก” เนื่องจากมี “หน้าเสื่อใหม่” ที่มาพร้อมกับ “สิงห์กลุ่มใหม่”
ซึ่งได้เข้าไปเจรจาเรียกรับผลประโยชน์ใต้โต๊ะ เพื่อแลกกับการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม
โดยเรียกรับเงินสูงถึงตัวเลข 7 หลัก ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มราคาจากหน้าเสื่อชุดเดิมสูงถึง 50%
พฤติการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการทนไม่ไหว รวมตัวกันร้องเรียนต่อองค์กรตรวจสอบ 3 ป. โดยมีผู้ประกอบการที่พร้อมเปิดหน้าสู้มากกว่า 1 แห่ง และมีการแตกยอดร้องเรียนเป็นคดีความแล้วไม่ต่ำกว่า 4 คดี ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ ส่วนจะสามารถเอาผิดถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับสูงได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความหนักแน่นของพยานหลักฐานและความกล้าในการแสดงตัวของผู้เสียหาย
ทั้งนี้ แหล่งข่าวระดับสูงจาก "บิ๊ก 3 ป." ได้เปรยถึงสภาพปัญหาและพฤติกรรมของข้าราชการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตด้วยความตกใจว่า
“ตั้งแต่ทำงานมา ไม่เคยพบเคยเห็นข้าราชการระดับผู้ใหญ่กระทำความผิดแบบไม่เกรงกลัวกฎหมายขนาดนี้มาก่อน พฤติกรรมคือเรียกรับผลประโยชน์แทบทุกวัน
เหมือนเป็นภารกิจหลักในชีวิตประจำวันไปแล้ว เรียกว่าตื่นนอนมาก็เรียกรับกันเลย หรือจะใช้คำว่า เรียกรับกันเป็นปกติธุระ ก็ได้”