2.กลุ่มสิงห์เก่า สิงห์ลูกหม้อ
- ท่านรองฯ ร่วมมืออยู่กับกลุ่มทุน แกนนำสถานประกอบการ (ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน)
- กลุ่มนี้อยู่ในพื้นที่มานาน มีคนการเมืองหนุนหลัง เป็นระดับ “ผอ.พรรคสีเข้ม” ทำงานให้ “ท่านรองฯในทำเนียบฯ” และ “ผู้ยิ่งใหญ่เมืองรองแห่งอีสานใต้”
- กลุ่มเก่ามีเอี่ยวยึดที่สาธารณะทำเลงาม แบ่งล็อกให้เช่า เก็บค่าลงหาด
- เท่านั้นยังไม่พอ ยังมี หุ้นส่วน+หุ้นลมธุรกิจผิดกฎหมาย ขุดดิน ขายหน้าดิน จัดคอนเสิร์ต รุกที่ กว้านซื้อที่ สร้างที่พัก สร้างท่าเรือ (ทั้งเกาะภูเก็ต และเกาะเล็กใกล้เคียง เช่น เกาะสิเหร่)
3.เมื่อ สิงห์กลุ่มใหม่ ปะทะ สิงห์กลุ่มเก่า
- ข่าว 2 กระแส คือ ทีมใหม่ใสสะอาด ต้องการกวาดบ้าน จนสะเทือนกลุ่มเก่า / หรืออีกกระแสก็คือ ทีมใหม่ก็ไม่ธรรมดา กดดันตัวเลขที่สูงกว่าเดิมครึ่งเท่าถึง 1 เท่าตัว
- กลุ่มเก่าวางแผนปลุกม็อบไล่มือขวา มือทำงาน อาศัยจังหวะเดินงานช่วงนายกฯลงพื้นที่รอบที่แล้ว
- เมื่อย้าย “ปจ. มือทำงาน” สำเร็จ จึงปล่อยข่าวเด้งผู้ว่าฯ
- เรื่องถึงหู มท.1 สั่งย้ายระดับรองฯ
- แค่วันเดียว ผู้ว่าฯโดนด้วย
แหล่งข่าวระดับสูงในจังหวัดเผย “การสั่งย้ายฟ้าผ่าครั้งนี้ เกิดจากดีลการเมืองระดับบน... คุยกันไม่ลงตัว เมื่อเคลียร์กันไม่ได้ จึงต้องสั่งล้างไพ่ ย้ายออกไปทั้งหมด"
อ้างคำพูดเบอร์ใหญ่ “ในเมื่อย้ายคนของข้า ก็ต้องเอาคนของเอ็งออกไปด้วย”
“ผอ.พรรค” ซัดข่าวมั่ว จับโยงเรื่องปวดหัวในภูเก็ต
ข้อมูลของ “ช่าวข้นคนข่าว” ตั้งแต่วันแรกที่มีประเด็น “รองฯซีฟู้ด” คือประเด็นความเชื่อมโยงระหว่าง “รองฯท่านนี้” ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเป็นท่านไหนแน่ แต่ที่แน่ๆ คือ มีแบ็ก หรือผู้ที่ตัวเองสนิทสนม เคารพนับถือ เป็นฝ่ายการเมือง มีตำแหน่งระดับ “ผู้อำนวยการพรรค”
ข่าวนี้เราได้จากแหล่งข่าวในพื้นที่ ซึ่งล่าสุดไปสอดคล้องกับข้อมูลที่เสนอผ่านเพจ “ศูนย์ข้อมูลภูเก็ต” หรือ Phuket Info Center มีการเปิดภาพรองผู้ว่าฯที่เพิ่งถูกย้าย กับคนการเมืองระดับ “ผู้อำนวยการพรรค”
บุคคลตามภาพ ซึ่งเราไม่ได้ยืนยันว่าเกี่ยวข้องอะไรกับข่าวที่ออกมา แค่เราตรวจสอบจากเพจที่นำเสนอภาพนี้ว่าเป็นใคร ปรากฏว่า คือ ท่านสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้อำนวยการพรรคภูมิใจไทย
เราเห็นว่าท่านเป็นบุคคลสาธารณะ ถูกนำมาอ้างถึงแบบนี้ น่าจะได้อธิบายหรือใช้สิทธิพาดพิง เราจึงให้ทีมข่าวโทรหาท่าน เพื่อขอสัมภาษณ์ แต่ท่านปฏิเสธ และบอกว่าเป็นข่าวมั่ว และยังบ่นทีมข่าวเนชั่นมาเล็กน้อยด้วย แต่เราไม่ติดใจ
ฝีแตก! โรงแรมหรูแฉ “มาเฟียมีสี” ไล่บี้เพิ่มส่วยเท่าตัว!
ข่าวฝุ่นตลบในภูเก็ต ไม่ว่าจะมีกระแสวิจารณ์อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ท่านนายกฯ ซึ่งควบรัฐมนตรีมหาดไทย ในฐานะ “มท.หนู” ให้ความสนใจ และจริงจัง จริงใจ ในการแก้ไขปัญหาอย่างมาก
ด้านหนึ่งประกาศให้ภูเก็ตเป็น “แซนด์บ็อกซ์” ในการจัดการปัญหารุกที่ รุกหาดสาธารณะ ปราบมาเฟีย อิทธิพล ทั้งไทยและต่างด้าวให้สิ้นซาก ซึ่งทั้งกระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ภายใต้การนำของ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ก็รับลูกพรึ่บพรั่บ ทยอยลงพื้นที่กันแล้ว
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เป็น “คำสั่งลับ” ก่อนไปรัสเซีย ซึ่งไม่มีใครรู้มากนัก แต่ “ข่าวข้นฯ” รู้มา ก็คือ ท่านนายกฯไฟเขียวให้ดำเนินคดี “มาเฟียมีสี” ในภูเก็ต และให้ “ลงมือจับ” หรืออย่างน้อย “ออกหมายจับ” ให้จบในช่วงที่ท่านเยือนรัสเซีย
- เรื่องนี้เป็นการบูรณาการกัน 3 หน่วยงาน คือ ซีไอบี ดีเอสไอ และ ป.ป.ท. (หมายถึง ตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งรวม ปปป.ตร.ด้วย กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และสำนักงาน ป.ป.ท.)
- ลงไปฝังตัวในพื้นที่มาระยะหนึ่ง กระทั่งได้เบาะแสและหลักฐานการ “เรียกรับผลประโยชน์” โรงแรมหรู ยอดเงินหลักล้าน
- เดิมก็มีการจ่ายอยู่แล้ว แต่ช่วงหลังมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลข กดดัน ขอเพิ่ม ราวๆ ครึ่งเท่าถึง 1 เท่า
- โรงแรมจ่ายไม่ไหว จึงต้องร้องเรียน เมื่อทีมเฉพาะกิจ 3 หน่วยงานเข้าชาร์จ จึงยอมสารภาพ จึงเตรียมกันเป็นพยาน
จ่อหมายจับ “ยกแก๊ง” เดินแรงเก็บเบี้ยรายวัน-อาหารหรู
กระแสที่ 1 - ผู้บริหารโรงแรมสารภาพสิ้น มีหลักฐานการพูดคุย แชทไลน์ และเส้นทางเงินครบ โยงถึงข้าราชการระดับ “ปป.” (บอกใบ้ เทียบกับ ปจ. ตัวย่อนี้คล้ายๆ กัน) และพาดพิงถึงระดับ “ท่านรอง” ด้วย
- ข่าวว่าหลักฐานครบ เตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับชุดแรก อาจถึง “ท่านรอง” แต่ถ้ายังไม่ถึง ก็ต้องมีชื่อ “ปป.” ด้วยแน่นอน
- ทีมเฉพาะกิจ 3 หน่วยงาน พบข้อมูลที่ทำให้ต้องอึ้ง มีการวางเครือข่าย แบ่งสายเก็บส่วยเข้มแข็งมาก รีดนาทาเร้นถึงขั้น ร้านค้า ร้านอาหารก็เก็บ “ส่วยรายวัน - รายสัปดาห์” โดยส่ง “ทีม อส.” ออกปฏิบัติการ เก็บตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น ตามขนาดกิจการ
- ร้านไหนไม่มีจ่าย ก็ให้ “ทำอาหารเสิร์ฟนาย” แทน หรือไม่ก็สั่งว่า “วันนี้นายอยากกินปลากุดสลาด” (ปลาราคาแพง ระดับ “วากิวแห่งท้องทะเลไทย” กิโลฯละ 2.5 ถึง 5 พันบาท) ร้านก็ต้องก้มหน้าหามาเสิร์ฟ
- ร้านไหนแข็งข้อ ก็จะโดนตรวจ โดนเล่นงาน โดนระงับใบอนุญาต
- ข่าวว่าหมายจับจะลุยดำเนินคดีจนถึง “หัวเบี้ย - ตัวเดินเก็บ” เรียกว่าถอนรากถอนโคน
เครียด! เจอคัตเอาต์ เอาผิดได้แค่ อส.ยอมพลีชีพ
กระแสที่ 2 - นายกฯสั่งจริง ให้เร่งปิดเกม แต่การทำงานจริงไม่ง่าย
- เครือข่ายใต้ดินแข็งโป๊ก มีระบบคัตเอาต์ ตัดตอนแบบมืออาชีพ
- หลักฐานแทบไม่มีโยงถึง “ตัวใหญ่” ได้แค่ “อส.” ที่ทำหน้าที่เดินเก็บ และเจรจาตามคำสั่งนาย
- พอ “อส.” ถูกซัดทอด ก็ไม่ยอมคาข้อมูล แต่ “ยอมตายแทนนาย” เรียกว่า “ยอมพลีชีพ” ทำให้ขบวนการนี้ดูแลกันถึงระดับครอบครัว
- หลักฐานตัน ตัดตอนแค่ อส. หากจะขยับขึ้นมาที่ “ปอ.” (ปลัดอำเภอ - ไม่ต้องออกชื่อ) หรือ “ปป.” ก็ยังยากมาก
- ส่วนระดับ “ท่านรอง” ไม่มีหลักฐานโยงถึงเลย
- ทีมเฉพาะกิจ 3 หน่วยงานกำลังเร่งกดดัน หาหลักฐานเพิ่มให้ได้โดยด่วน เพื่อหยุดขบวนการนี้