เนชั่นทีวี

ข่าว

ภราดรรับงบปี 70 แค่ปะผุ เล็งล้างบางรื้อโครง สร้างคลังใหม่

29 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ภราดรรับงบปี 70 แค่ปะผุ เล็งล้างบางรื้อโครง สร้างคลังใหม่

ภราดรยอมรับงบประมาณปี 2570 เป็นแค่การปะผุ ย้ำเดินหน้า Zero-Based Budgeting ตัดงบไม่จำเป็น รักษาวินัยการเงินการคลัง เล็งดึงเงินนอกงบประมาณกู้ชีพเศรษฐกิจ

ภราดรยอมรับงบประมาณปี 2570 เป็นแค่การปะผุ ย้ำเดินหน้า Zero-Based Budgeting ตัดงบไม่จำเป็น รักษาวินัยการเงินการคลัง เล็งดึงเงินนอกงบประมาณกู้ชีพเศรษฐกิจ

KEY

POINTS

  • ยอมรับงบปี 70 แค่ปะผุ: รัฐบาลไม่ปฏิเสธข้อครหาฝ่ายค้าน ชี้เป็นปีแรกที่เข้ามาจัดทำงบประมาณ จึงต้องปรับแก้เพื่อป้องกันไม่ให้วินัยการคลังพังทลายใน 2-3 ปีข้างหน้า
     
  • นำร่องงบประมาณฐานศูนย์: เริ่มใช้แนวทาง Zero-Based Budgeting เพื่อตัดลดรายการจ่ายที่ไม่จำเป็น ยืนยันไม่มีการโยกงบจังหวัดเข้างบกลางเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ สส.
     
  • จ่อปฏิรูปคลังดึงเงินนอกงบประมาณ: เล็งแก้กฎหมายลดภาระส่งเงินกองทุน กบข. พร้อมเตรียมดึงเงินสะสมของท้องถิ่นและกองทุนหมุนเวียนรวมหลายแสนล้านมาบริหารจัดการเพื่อลดการกู้เงิน

29 มิถุนายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 หรือ งบปี 70 โดยยอมรับข้อวิจารณ์ของฝ่ายค้านว่า โครงสร้างงบประมาณปัจจุบันเป็นแบบ "ปะผุ" เพื่อเร่งแก้แผลเรื้อรังและป้องกันวิกฤตคลังในอีก 2-3 ปีข้างหน้า รัฐบาลจึงเตรียมนำร่องระบบ Zero-Based Budgeting เพื่อรื้อระบบปฏิรูปการคลังและดึงเงินสะสมจากกองทุนหมุนเวียน มาบริหารจัดการให้โปร่งใสและตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง


ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล กรณีที่ สส.ฝ่ายค้านมองว่า เป็นการจัดทำงบประมาณแบบฝีแตก แผลเรื้อรัง และหาเช้ากินค่ำ
 

โดยยอมรับว่ารัฐบาลไม่ปฏิเสธข้อเท็จจริงดังกล่าว เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้เพิ่งเข้ามาจัดทำงบประมาณเป็นปีแรก  และเห็นปัญหาไม่แตกต่างจากที่ฝ่ายค้านมอง หากไม่มีการปรับแก้หรือดำเนินการตามโครงสร้างเดิม ประเทศจะเกิดปัญหาใน 2-3 ปีข้างหน้า

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

นายภราดร ยอมรับว่า ไม่สามารถจัดทำงบประมาณปี 2570 ให้สมบูรณ์ตามที่ทุกคนปรารถนาได้ แต่จำเป็นต้อง "ปะผุ" โดยรัฐบาลจะไม่จัดทำงบประมาณแบบตามน้ำ หรือกู้เงินเมื่อไม่เพียงพอ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะพยายามปรับโครงสร้างและรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด รวมถึงลดการขาดดุลลงเรื่อย ๆ เนื่องจากหากไม่แก้ไขในปีนี้ รัฐบาลถัดไปก็ต้องเผชิญปัญหาเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ งบประจำที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้งบลงทุนลดลงจากปีที่แล้วถึง 70,000 ล้านบาท

นายภราดร เปิดเผยว่า หลังการอภิปรายของ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตนได้เข้าไปหารือและเห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างงบประมาณใหม่ร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายค้าน ภาคเอกชน และภาคราชการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน เช่น การเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยเด็ก และการแก้ไขโครงสร้างขนาดใหญ่ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณจึงไม่สามารถทำได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดนี้ได้เริ่มต้นวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด โดยจะไม่นำเงินคงคลังมาใช้และจะทำให้โครงสร้างงบประมาณมีความโปร่งใสมากขึ้น

 

นายภราดร กล่าวว่า รัฐบาลได้ทลายกำแพงการจัดทำงบประมาณเดิม และเริ่มการทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ หรือ Zero-Based Budgeting เพื่อลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น

 

พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการตัดลดงบประมาณของจังหวัดเข้างบกลาง เพื่อจัดสรรลงพื้นที่ สส. เพราะถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 144

 

นายภราดร ชี้แจงกรณี สส.ฝ่ายค้านตั้งข้อสงสัยเรื่องงบกลางที่เพิ่มขึ้นว่า รัฐบาลสามารถใช้ได้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ที่หน่วยงานไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,000 ล้านบาท ในส่วนของเบี้ยหวัดและเงินสำรองจ่ายให้กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ตามกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลพร้อมแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าว ตามข้อเสนอของนางสาวศิริกัญญาเพื่อลดภาระการจ่ายเงินเข้ากองทุน

 

ส่วนการตั้งงบกลางเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตผันผวนพลังงาน 12,000 ล้านบาท นายภราดร ชี้แจงว่า ปัจจุบันรัฐบาลกู้เงินมาใช้กว่า 700,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีดอกเบี้ย 3-4% ต่อปี ในขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีเงินสะสมถึง 600,000 ล้านบาท และกองทุนหมุนเวียนในประเทศกว่า 100,000 ล้านบาท หน่วยงานภาครัฐสามารถเก็บเงินนอกงบประมาณได้มหาศาล แต่รัฐบาลกลางต้องกู้เงิน 700,000-800,000 ล้านบาทเพื่อจ่ายดอกเบี้ย ทั้งที่หลายหน่วยงานฝากเงินไว้ในธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ย


ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องปฏิรูปการคลัง พร้อมเชิญชวน สส. ร่วมวางโครงสร้างระบบงบประมาณใหม่ ทั้งการจัดเก็บรายได้และการนำเงินสะสม ในกองทุนหมุนเวียนมาอยู่ในระบบงบประมาณ เพื่อให้โครงสร้างงบประมาณมีความสมบูรณ์ และตอบโจทย์ประเทศมากขึ้น

ข่าวล่าสุด