เนชั่นทีวี

ข่าว

ศิริกัญญา อัดงบปี 70 หั่นงบลงทุน ทำถนนนำโด่ง โครงการ AI ไร้ยุทธศาสตร์

29 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ศิริกัญญา อัดงบปี 70 หั่นงบลงทุน ทำถนนนำโด่ง โครงการ AI ไร้ยุทธศาสตร์

ศิริกัญญา ชำแหละงบปี 70 ชี้รัฐบาลแก้ไม่ตรงจุด หั่นงบลงทุนแต่เน้นทำถนน ซัดโครงการ AI เป็นรหัส ATM ใหม่ แฉแผลเรื้อรังคลังไทยส่อวิกฤต

ศิริกัญญา ชำแหละงบปี 70 ชี้รัฐบาลแก้ไม่ตรงจุด หั่นงบลงทุนแต่เน้นทำถนน ซัดโครงการ AI เป็นรหัส ATM ใหม่ แฉแผลเรื้อรังคลังไทยส่อวิกฤต

KEY

POINTS

  • ชำแหละงบปี 70 บิดเบือนความจริง: ศิริกัญญา แฉรัฐบาลกู้เงินชดเชยขาดดุลสูงเกิน 3% ต่อ GDP จนกลายเป็นความปกติใหม่ และซุกซ่อนค่าใช้จ่ายประจำที่พุ่งสูง สวนทางงบลงทุนที่ถูกหั่นไปกว่า 70,000 ล้านบาท
     
  • งบลงทุนกระจุกตัว-AI ไร้ยุทธศาสตร์: ชี้เป้าหน่วยงานกว่า 70% ถูกลดงบประมาณ ส่วนงบลงทุนที่มีกลับเน้นไปที่การทำถนน พร้อมจี้โครงการ AI กลายเป็นช่องทางหาเงินหรือรหัส ATM ใหม่ที่ไม่มีเนื้อหายุทธศาสตร์รองรับ
     
  • เตือนแผลเรื้อรังคลังไทยใกล้แตก: สะท้อนปัญหารายได้รัฐบาลโตไม่ทันรายจ่ายประจำที่ปรับลดไม่ได้ วิจารณ์คำแถลงรัฐบาลไร้ความรับผิดชอบและไม่มีแนวทางปฏิรูปการคลังอย่างแท้จริง มุ่งแต่รักษาภาพพจน์จัดอันดับเรตติ้ง

29 มิถุนายน 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายกลางประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ ชำแหละงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท โดยอัดว่า จัดสรรงบไม่สอดคล้องความจริง หั่นงบลงทุนลงกว่า 7 หมื่นล้านบาทแต่เน้นทำถนน พร้อมจี้โครงการ AI กลายเป็นรหัส ATM ไร้ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน พร้อมเตือนรัฐบาลแบกหนี้ชดเชยขาดดุลจนแผลเรื้อรังคลังแตก หากไม่ปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณอย่างจริงจัง จะพาประเทศดิ่งลงเหว


ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงินงบประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท  น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปราย ว่า การตั้งงบประมาณครั้งนี้เพิ่มขึ้นเพียง 7,400 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของรายได้ 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 79,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับงบประมาณที่เพิ่ม ทั้งที่งบเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่รัฐบาลยังกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณในระดับที่สูงอยู่มาก


รัฐบาลอาจจะบอกว่า มีวิกฤตพลังงานที่ซ่อนอยู่ แต่รัฐบาลเพิ่งเซ็นเช็คเปล่าที่ได้กู้เงินให้กับตัวเองไปแล้ว 4 แสนล้านบาท ดังนั้น การเอาวิกฤตมาอ้างการขาดดุลสูงขนาดนี้อาจไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้งบประมาณเกิน 3% ต่อจีดีพี กลายเป็นความปกติใหม่ และสะท้อนว่าเรากำลังอยู่ในปัญหาที่เรื้อรัง ที่ค่าใช้จ่ายมีแต่จะเพิ่มขึ้น แต่ว่ารายได้ของรัฐบาลขยับตามไม่ทัน สะท้อนออกมาเป็นการจัดสรรงบประมาณของปีนี้ ว่ารายจ่ายลงทุนโดนหั่นลงไป 70,000 ล้านบาท แต่รายจ่ายประจำกลับเพิ่มขึ้นสวนทางหลายแสนล้านบาท โดยรายจ่ายประจำที่ปรับไม่ได้ จนไม่สามารถใช้กลเม็ดทางงบประมาณ ที่จะปกปิดอำพรางได้อีกต่อไป

"รัฐบาลที่ผ่านๆ มา จะใช้วิธีหลอกตาสภาว่า รายจ่ายประจำยังน้อยอยู่ โดยใส่ตัวเลขให้น้อยเข้าไว้ และใช้วิธีหมุนเงินเอา แต่นานวันยิ่งปกปิดอำพรางเรื่องนี้ต่อไปไม่ไหว จึงจำเป็นต้องใส่เข้ามาให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

 

ศิริกัญญา อัดงบปี 70 หั่นงบลงทุน ทำถนนนำโด่ง โครงการ AI ไร้ยุทธศาสตร์

 

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า งบประมาณปี 2570 แม้จะเพิ่มไม่มาก แต่มีข้อกังขาว่าทำไมเกือบครึ่งหนึ่งของหน่วยงานต่างๆกลับได้รับงบประมาณลดลงถ้วนหน้า ถ้าดูระดับกรมจะพบว่า 70% ของหน่วยรับงบประมาณได้รับงบลดลงจากปี 2569 ทั้งรายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุน ยิ่งหน่วยไหนที่มีงบลงทุนมากจะยิ่งถูกตัดมากตามไปด้วย เพราะหน่วยรับงบประมาณที่ได้เพิ่มเยอะจริงๆ มีไม่มาก ซึ่งส่วนที่เพิ่มมากที่สุดคืองบกลาง โดยเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นงบบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือเงินสมทบ กบข. ที่พบว่า เฉพาะกระทรวงการคลังกระทรวงเดียว ได้รับเพิ่มถึง 40,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่นำไปใช้พัฒนาโครงการอะไรใหม่ๆ แต่เป็นรายจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งไม่ได้มีการจ่ายอะไรเพิ่มเติมมากขนาดนั้น เพียงแต่ใส่ตัวเลขให้สะท้อนกับความเป็นจริงเท่านั้นเอง

“สะท้อนว่าวันนี้แผลเรื้อรังของงบประมาณไทย เอาอะไรมาปกปิดไว้ก็ไม่อยู่แล้ว ฝีที่ถูกบ่มมาหลายปีมันแตกแล้วในปีงบประมาณ 2570 เข้าใจว่ารัฐบาลนี้ยังเข้ามาได้ไม่นาน แต่ในคำแถลงของรัฐบาลไม่ได้แสดงความรับผิดชอบ หรือยืดอกยอมรับว่า จะต้องมีการปรับปรุงปฏิรูปการคลัง ยังคงกอดคำพูดสวยหรูว่า เรารักษาวินัยการเงินการคลังไว้แล้ว ยังคงภูมิใจที่บริษัทจัดอันดับเรตติ้งเพิ่ม แต่ปัญหาที่ซ่อนอยู่ใต้พรมไม่ได้มีการหยิบมาพูดถึง หรือจัดการอย่างจริงจัง ถ้ายังคงทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่หนองที่จะไหลออกมา แต่เลือดจะไหลออกไม่หยุดเช่นกัน"


 

ศิริกัญญาอัดหั่นงบลงทุนแต่ทำถนนยังฉ่ำนำโด่ง

 

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ปัญหาที่ซ่อนอยู่คือ เราจัดเก็บรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เราไม่กู้เท่าที่จะจ่ายไหว เราไม่จัดการกับรายจ่ายประจำที่ลดยากลดเย็น ในอนาคตเหตุการณ์แบบนี้จะวนเป็นลูปนรก งบประมาณประเทศจะขาดดุลในระดับสูงแบบนี้แบบที่กดไม่ลง แต่การพัฒนาประเทศด้วยการทำอะไรใหม่ๆ เพื่อนำประเทศพาไปข้างหน้าจะไม่เกิดขึ้น เพราะไม่เหลืองบประมาณอีกต่อไป ความหวังที่จะลดหนี้สาธารณะ ลดการขาดดุล จะยิ่งเป็นไปไม่ได้


น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดของงบประมาณปี 2570 ที่จัดออกมาเพื่อรับกับสถานการณ์ฝีแตก ในส่วนของรายจ่ายลงทุนลดลง 73,736 ล้านบาท แต่สิ่งที่ไม่คิดว่าจะนับเป็นรายจ่ายลงทุนกลับถูกนำมานับ เช่น ในงบกลางเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินจำเป็นที่ปีนี้มีการอนุมัติ 100,000 ล้านบาท พบว่า 60,000 ล้านบาท ถูกนับว่าเป็นรายจ่ายลงทุน แต่ที่ยังไม่เข้าใจจนถึงตอนนี้ คืองบรายจ่ายประเภทรายจ่ายฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจที่ปีนี้ตั้งมา 12,000 ล้านบาท เป็นงบรายจ่ายลงทุนถึง 80% ซึ่งปกติที่ตนเห็นเป็นการแจกเงิน จึงไม่มีทางนับเป็นรายจ่ายลงทุนได้ แต่ยังมีข่าวดีที่งบประมาณที่ใช้กับการวิจัย และพัฒนา 100% นับเป็นรายจ่ายลงทุน แต่ข่าวร้ายคืองบวิจัยสำหรับปีนี้ถูกลดลงไปถึง 6,000 ล้านบาท จาก 19,000 ล้านบาท เหลือเพียง 13,000 ล้านบาท

 

 

ในปีงบประมาณ 2569 มีการอภิปรายกันมากในส่วนของงบก่อสร้างที่เยอะเกินไป ปีนี้ต้องขอบคุณที่มีการตัดลดงบประมาณการสร้างตึกลงไปครึ่งหนึ่งซึ่งถือว่าโหดมาก แต่ส่วนที่ยังเป็นรายจ่ายสูงสุดสำหรับรายจ่ายลงทุน ยังเป็นการลงทุนในถนนกันต่อไป


 

ตั้งงบฯ หลอกตาสภาว่าใช้น้อย ไม่มีโครงการใหม่ แค่ใส่ “พลัส”

 

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า แม้ปีนี้รายจ่ายประจำจะพุ่งขึ้นสูงมาก แต่ยังไม่เพียงพอต่อการครอบคลุมค่าใช้จ่ายจริงในปีนี้ ทั้งในส่วนของเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล งบชำระดอกเบี้ย และเงินสมทบ กบข. ทำให้ทั้งหมดยังขาดอีกกว่า 85,000 ล้านบาท

 

“พอเราต้องจัดงบให้ใกล้เคียงกับที่จ่ายจริง มีรายจ่ายประจำที่เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากเกือบแสนล้านบาท ซึ่งงบประมาณมีข้อจำกัดหมดแล้ว จนไม่สามารถขยายไปรองรับค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้อีกแล้ว ได้แต่ภาวนาว่าในปี 2570 รัฐบาลจะหมุนเงินได้ทันและเพียงพอ เพื่อนำมาจ่ายในส่วนของงบประมาณที่ตั้งไว้แต่ขาดอยู่ เพราะต้องยอมรับว่าตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา หมุนเงินไม่ทันต้องไปควักเงินคงคลังมาใช้ เหมือนเป็นกระเป๋าสำรองเป็นเก๊ะสมบัติเจ้าคุณปู่ ที่เมื่อไหร่ที่ควักออกมาใช้ปีต่อๆไปก็ต้องจ่ายคืน“ น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

 

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตกลงแล้วประเทศนี้ใช้งบประมาณแต่ละปีเท่าไหร่กันแน่ เพราะที่ขอสภาไปมันไม่ถึง แต่พอใช้จ่ายไม่พอก็ไปขอเงินคงคลัง ทำให้วนลูปอยู่แบบนี้ที่ปีต่อๆไปต้องไปตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลัง กินงบประมาณที่เราจะสามารถใช้ได้ในอนาคต เท่ากับว่าจะต้องขาดดุลเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ พองบประมาณติดข้อจำกัดแบบนี้ ทำให้เราไม่ค่อยเห็นโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้น

 

ในเอกสารงบประมาณปี 2570 อาจจะเห็นเรื่องของการเปลี่ยนชื่อโครงการ แต่ยังเป็นโครงการเดิม และที่ตลกคือการที่รองนายกฯ และรมว.คลัง อ่านชื่อโครงการต่างๆออกมามากมาย ที่มีชื่อต่อท้ายว่า “พลัส” แต่พอดูในเอกสารงบประมาณปรากฏว่าไม่มีโครงการที่มีชื่อต่อท้ายว่า “พลัส” แต่อย่างใด

 

ฉะโครงการ AI กลายเป็นรหัส ATM ใบใหม่หมกงบเพิ่มแต่ไร้ยุทธศาสตร์

 

นอกจากนี้ ในส่วนของยุทธศาสตร์มีลักษณะคล้ายของเดิมมาก โดยมีการปรับแก้น้อยมาก และเมื่อดูนโยบายหาเสียงที่ระบุไว้ในนโยบายรัฐบาล เช่น อาสาพยาบาล หนึ่งอำเภอหนึ่งศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่ไม่สร้างแล้วแต่คิดโปรแกรมบำบัดใหม่ พลทหารอาสา ที่โฆษณาเอาไว้ว่าจะรับ 100,000 นาย แต่ในเล่มงบประมาณทำจริงแค่ 25,000 นาย แม้จะเป็นนโยบายที่หาเสียง แต่ยังไม่สามารถทำได้ แล้วท่านไปเพิ่มงบประมาณอะไรเข้ามา ที่เห็นได้ชัดอีกอย่างคือคำว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์ กลายเป็นรหัสเอทีเอ็มใหม่ของปี 2570 ถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับ AI จะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งปีนี้เพิ่มขึ้น 2 เท่า ประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท จำนวน 176 โครงการ แต่ยังหายุทธศาสตร์เกี่ยวกับ AI ในโครงการปีนี้ไม่เจอ

 

"ในส่วนของรายจ่าย เราพบปัญหาเต็มไปหมด งบประมาณรายจ่ายพุ่ง สะท้อนแผลเรื้อรังของรัฐบาลที่ผ่านมา โดยที่รัฐบาลปัจจุบันยังไม่มีแนวทางแก้ไข สุดท้ายงบประมาณที่จะเหลือไปพัฒนาประเทศจะน้อยลงเรื่อยๆ เพื่อต้องการให้ปัญหาเรื้อรังนี้หมดไปเราต้องการผู้นำทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ และ รมว.คลัง ที่มุ่งมั่นจริงจังอยากแก้ปัญหาจริงๆ และพูดปัญหาอย่างตรงไปตรงมา เพื่อนำประเทศออกจากวิกฤตแผลเรื้อรัง ที่เป็นฝีแตกของประเทศอย่างทุกวันนี้ แต่ในปีงบประมาณ 2570 ยังไม่เห็นว่าจะนำพาประเทศออกจากจุดนั้นได้อย่างไร" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

ข่าวล่าสุด