เนชั่นทีวี

ข่าว

สว.ประชุมลับ ไฟเขียว “จักรพงศ์ วิวัธน์วานิช” นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่

23 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

สว.ประชุมลับ ไฟเขียว “จักรพงศ์ วิวัธน์วานิช” นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่

มติวุฒิสภาประชุมลับ 140 เสียง เห็นชอบ จักรพงศ์ วิวัธน์วานิช นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ สายนักวิชาการ แม้ สว.พันธุ์ใหม่ รุมค้านปมคุณสมบัติไม่ตรงสายรัฐศาสตร์

มติวุฒิสภาประชุมลับ 140 เสียง เห็นชอบ จักรพงศ์ วิวัธน์วานิช นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ สายนักวิชาการ แม้ สว.พันธุ์ใหม่ รุมค้านปมคุณสมบัติไม่ตรงสายรัฐศาสตร์

KEY

POINTS

  • สว.ไฟเขียวตุลาการใหม่: วุฒิสภามติท่วมท้น 140 ต่อ 17 เสียง เห็นชอบให้ "จักรพงศ์ วิวัธน์วานิช" ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ สายนักวิชาการ
     
  • สว.พันธุ์ใหม่รุมเบรกขัดสายงาน: กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ อภิปรายค้านหนัก ชี้ผลงานวิชาการผู้ถูกเสนอชื่อเอนเอียงไปทาง "นิติศาสตร์" ไม่ตรงคุณสมบัติสาย "รัฐศาสตร์" ตามที่ประกาศรับสมัคร
     
  • เปิดสถิติล่าฝันองค์กรอิสระ: ในสภาเผยข้อมูล นายจักรพงศ์ มุ่งมั่นยื่นสมัครองค์กรอิสระมาแล้วรวม 10 ครั้ง (ป.ป.ช. 9 ครั้ง, กกต. 1 ครั้ง) ก่อนจะประสบความสำเร็จในรอบนี้

23 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมวุฒิสภา (สว.) มีมติเห็นชอบ 140 ต่อ 17 เสียง อนุมัติให้ "จักรพงศ์ วิวัธน์วานิช" ดำรงตำแหน่งเป็น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คนใหม่ในโควตา สายนักวิชาการ เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง การลงมติครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการพิจารณาวาระด่วน โดยตัวแทนกลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ ได้ลุกขึ้นอภิปรายอย่างดุเดือด เพื่อขอให้ชะลอการโหวตออกไปก่อน เนื่องจากพบข้อกังขาสำคัญเกี่ยวกับ คุณสมบัติ ของผู้ถูกเสนอชื่อ ที่มีผลงานวิชาการและองค์ความรู้ เอนเอียงไปทางด้านนิติศาสตร์ มากกว่าสายงานรัฐศาสตร์ตามเกณฑ์ที่เปิดรับสมัคร


ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ซึ่งมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุม ในวาระพิจารณาเรื่องด่วน ให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

 

หลังการประชุมลับ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบ 140 เสียง ไม่เห็นด้วย 17 เสียง และงดออกเสียง 22 เสียง ถือว่า นายจักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในสายนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ แทน นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ครบวาระการดำรงตำแหน่ง

นายจักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่

 

ก่อนการประชุมลับและลงมติ ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายแสดงความเห็น ซึ่ง สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ ได้ลุกอภิปรายไม่เห็นชอบและเห็นว่า ควรชะลอการลงมติออกไป เพราะมีประเด็นที่ต้องการให้เกิดการตรวจสอบ และคำชี้แจงให้ชัดเจน โดยเฉพาะคุณสมบัติของผู้เสนอชื่อว่า ตรงกับสาขาที่เปิดรับสมัครหรือไม่


นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. อภิปรายว่า กระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีความผิดปกติ ทั้งกรณีการประชุมเมื่อ 7 เม.ย. 2567 ที่พบว่า กรรมการสรรหาไม่ครบองค์ประกอบตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ถือว่าเป็นฝ่ายตรวจสอบ ทั้งนี้หากชะลอการสรรหาออกไป 1-2 สัปดาห์ จะได้กรรมการสรรหาที่ครบองค์ประชุม มีผู้นำฝ่ายค้าน และทำให้กระบวนการสรรหาโปร่งใสและตรวจสอบได้มากกว่า นอกจากนี้บุคคลที่ถูกเสนอชื่อยังมีคำถามต่อความรู้ความสามารถ ที่ไม่ตรงกับสาขาที่สมัคร ซึ่งต้องการบุคคลในสาขารัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ ไม่ใช่โควตานิติศาสตร์

 

“ผู้ได้รับการเสนอชื่อเคยเป็นนักวิชาการคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งถูกตั้งคำถามในเรื่ององค์ความรู้และผลงานวิชาการว่า ตรงกับสาขาที่สมัครอย่างแท้จริงหรือไม่ และจากผลงานวิชาการที่นำเสนอ พบว่าเป็นผลงานสืบสวนและกฎหมาย มากกว่างานวิชาการด้านรัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ อย่างไรก็ดี แม้มีการทบทวนคุณสมบัติ แต่พบว่า 2 เสียงที่ไม่เห็นด้วยเป็นระดับประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานกรรมการสรรหา ดังนั้น สว. ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่รีบร้อน ทั้งนี้ควรชะลอการลงมติเพื่อให้มีการชี้แจงให้สิ้นสงสัย เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ” นายพรชัย กล่าว

ด้าน นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. อภิปรายว่า จากการตรวจสอบประวัติการทำงานของนายจักรพงศ์ เมื่อปี 2564 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขณะที่ผลงานวิชาการที่นำมาอ้างต่อกรรมการสรรหาว่า เป็นผลงานที่เป็นประจักษ์ในสาขารัฐประศาสนศาสตร์ คือ กลยุทธ์ศึกษาและคู่มือปฏิบัติงานหลักและทฤษฎีการสอบสวน ตนได้ตรวจสอบในห้องสมุดพบว่า ถูกจัดอยู่ในหมวดกฎหมาย แทนหมวดรัฐศาสตร์ ดังนั้นการจัดหมวดหมู่องค์ความรู้ที่อ้างอยู่ในส่วนกฎหมาย ขณะที่รายละเอียดพบเป็นรายละเอียด ที่เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การสอบสวน พยานหลักฐาน ทฤษฎีการสอบสวน ซึ่งเป็นองค์ความรู้ทางด้านกฎหมาย นิติศาสตร์ มากกว่าด้านรัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์

 

“กรณีที่ผู้ถูกเสนอชื่อพยายามอธิบายว่า มีองค์ความรู้สาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ ทั้งที่องค์ความรู้นั้นเหมาะสมกับสาขานิติศาสตร์มากกว่า ผมไม่แน่ใจว่าคำอธิบายที่พยายามบิดเบือนเพื่อให้เข้ากับการตีความตามมาตรา 200(4) อาจจะมีคำถามในแง่จริยธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นคนมุ่งมั่นพยายามเป็นองค์กรอิสระมาถึง 10 ครั้ง โดยก่อนหน้านั้นสมัครเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 9 ครั้ง โดย 6 รอบนั้นตกการสรรหา และ 3 ครั้งถอนตัว และก่อนหน้านั้นสมัครเป็นกรรมการการเลือกตั้ง แต่ได้ถอนตัว จากนั้นจึงมาลงสมัครเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ผมมองว่า ผู้ถูกเสนอชื่อควรรอมาสมัครให้ตรงสาขา เพื่อให้เป็นมาตรฐานของการพิจารณาคุณสมบัติ” นายเทวฤทธิ์ อภิปราย

 

ขณะที่ นพ. เปรมศักดิ์ เพียรยุระ สว. อภิปรายว่า ขอให้วุฒิสภาพิจารณาให้รอบคอบ อย่าให้เกิดความเสียหายเหมือนกับ สว. ชุดที่ผ่านมาที่เห็นชอบ 2 กรรมการ ป.ป.ช. แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เข้าทำหน้าที่

 

จากนั้น นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ในฐานะเลขานุการ กมธ. ชี้แจงว่า ในส่วนของรายงานฉบับเปิดเผย ได้พิจารณาอย่างรอบคอบโดยรายละเอียดตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทั้งนี้กรณีที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติ แม้กรรมการสรรหาพ้นวาระไปแล้ว ยังกลับมาพิจารณา ส่วนที่อ้างเสียงข้างน้อยมีประธานศาลฎีกาด้วยนั้น ทำไมไม่กล่าวถึงเสียงข้างมากที่มีประธานศาลปกครองสูงสุดด้วย เพราะถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเช่นกัน ทั้งนี้การพิจารณาคุณสมบัตินั้นไม่เป็นอำนาจของ กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ แต่เป็นกรรมการสรรหาซึ่งได้ทำแล้ว ดังนั้นข้อกังวลที่อภิปรายได้ดำเนินการแล้วตามรัฐธรรมนูญ ทั้งการทบทวนคุณสมบัติของนายจักรพงศ์ ทั้งนี้ก่อนที่มี พ.ร.บ.ตำรวจ โรงเรียนนายร้อยเปิดสอนคณะรัฐศาสตร์มาก่อน และเมื่อมีกฎหมายตำรวจจึงเปิดสอนคณะนิติศาสตร์ และนายจักรพงศ์ จบการศึกษาปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร์

 

“แม้ ส.ว. จะพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ จะวินิจฉัยอย่างไร ขอให้ต่างคนต่างทำหน้าที่ เชื่อว่า สว. มีวุฒิภาวะพิจารณาว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ ซึ่งไม่มีใครสั่ง สว. ได้ เพราะมีความคิดเป็นของตนเอง” นายวุฒิชาติ กล่าว

 

นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า ตนเป็นห่วงและกังวลที่กล่าวอ้างถึงการโปรดเกล้าฯ หรือไม่โปรดเกล้าฯ เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นพระราชวินิจฉัย ไม่ควรอ้างถึง และเอกสารนั้นอยู่ในชั้นความลับ

 

ข่าวล่าสุด