ข่าวดี!! ครม.เคาะตั๋วร่วมรถไฟฟ้าทุกสาย 17-45 บาท ดีเดย์ 1 ม.ค. 70
23 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

"พิพัฒน์" ดัน พ.ร.บ.ตั๋วร่วมรถไฟฟ้าทุกสี จ่าย 17-45 บาท เก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียว คาดเริ่ม 1 ม.ค. 2570 เล็งใช้กองทุน TFFIF ดึงระบบกลับเป็นของรัฐ
ข่าว
23 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

"พิพัฒน์" ดัน พ.ร.บ.ตั๋วร่วมรถไฟฟ้าทุกสี จ่าย 17-45 บาท เก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียว คาดเริ่ม 1 ม.ค. 2570 เล็งใช้กองทุน TFFIF ดึงระบบกลับเป็นของรัฐ
KEY
POINTS
23 มิถุนายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมนำร่าง พ.ร.บ.ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันนี้ เพื่ออนุมัติโครงสร้างค่าโดยสารรถไฟฟ้าอัตราใหม่ 17-45 บาททุกสี และเก็บค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว หวังลดภาระค่าครองชีพและมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนกรุงเทพและปริมณฑล โดยตั้งเป้าหมายเริ่มเปิดใช้งานจริง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงมาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชน ผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน หรือ “ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า” เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนว่า เป็นนโยบายที่ทำมาอยู่แล้วในสายสีม่วงและสีแดง ในราคา 40 บาทตลอดวัน และขณะนี้จะขยายเส้นทางครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสี โดยดึงเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
แต่ปัญหาขณะนี้คือ รัฐบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอ ที่จะซื้อกิจการจากผู้ประกอบการ ในส่วนที่ไม่ใช่ของรัฐ โดยขณะนี้มีหลายสัญญา ที่กำลังจะหมดอายุสัมปทานในปี 2572 ซึ่งหากรัฐจะซื้อทั้งหมดมีมูลค่าสูงถึงแสนล้านบาท จึงจะใช้วิธีการ “ตั๋วร่วม” ในราคา 17-45 บาท โดยเก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียว ไม่ว่าจะเดินทางกี่สายก็จะเก็บเพียงครั้งเดียว ซึ่งจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะต้องหารือกับกระทรวงการคลังว่า การที่รัฐบาลจะนำรถไฟฟ้าทั้งหมดมาอยู่ภายใต้ รฟม. จะระดมทุนได้จากที่ใด ซึ่งเบื้องต้นมีแนวคิดว่า จะนำรถไฟฟ้าทั้งหมดไประดมทุนใน Thailand Future Fund (TFFIF) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย ที่จัดตั้งโดยภาครัฐ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี ซึ่งเมื่อใช้วิธีการนี้การนำรถไฟฟ้าทั้งหมดมาเป็นของรัฐก็จะเกิดขึ้นได้จริง และเมื่อถึงตอนนั้นก็จะมีการกำหนดรายละเอียด แยกราคาตั๋วเป็นรายสัปดาห์ ราคาสำหรับนักเรียนนักศึกษา และราคาผู้สูงอายุ
จะพยายามทำระบบตั๋วร่วมให้ทันภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ เพื่อให้เริ่มใช้ได้ในวันที่ 1 มกราคม 2570 ซึ่งจะรวมถึงรถไฟฟ้าสายสีเขียวด้วย โดยต้องพิจารณาว่า เอกชนมีรายได้เท่าใด และรัฐจะต้องนำงบประมาณบางส่วนชดเชยรายได้ส่วนต่างให้กับเอกชนด้วย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนที่สำคัญอีกหนึ่งเรื่องคือ การเลือกสถาบันการเงินว่า จะใช้สถาบันใดมาเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อคืนให้กับเอกชน ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมที่จะต้องเป็นผู้พิจารณา