"มัลลิกา" ลั่น เปลี่ยนกรุงเทพฯ สู่เมืองศิวิไลซ์ อัดฉีดกู้เงินหนุน SME-งัด กม.ความมั่นคงทลายทุนจีนเทา
23 มิ.ย. 2569 | natthanan_chu

"มัลลิกา" ลั่น บริหารสไตล์ CEO เปลี่ยนกรุงเทพฯ สู่เมืองศิวิไลซ์ อัดฉีดกู้เงินหนุน SME-งัดกฎหมายความมั่นคงทลายทุนจีนเทา
ข่าว
23 มิ.ย. 2569 | natthanan_chu

"มัลลิกา" ลั่น บริหารสไตล์ CEO เปลี่ยนกรุงเทพฯ สู่เมืองศิวิไลซ์ อัดฉีดกู้เงินหนุน SME-งัดกฎหมายความมั่นคงทลายทุนจีนเทา
KEY
POINTS
23 มิถุนายน 2569 เครือเนชั่นทีวี ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้า เปิดฉากเวทีประชันความคิดในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งในงาน Nation Election DEBATE: "ผู้ว่าฯ กรุงเทพ โอกาสของคนเมือง" โดยเป็นการพบกันของ 4 แคนดิเดตตัวตึง ประกอบด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9, นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 10, นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 5 และ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 14 พร้อมด้วยการประชันวิสัยทัศน์ของผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จาก 4 เขตไฮไลท์สำคัญ (เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69)
โดย ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อิสระ หมายเลข 14 นำเสนอนโยบายสำคัญในการพลิกโฉมกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำถึงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ "จับคู่กู้เงินซัพพอร์ตเอสเอ็มอี (SME) กรุงเทพฯ" เพื่อสร้างงาน ฟื้นฟูอาชีพ คืนความมั่นคงให้กับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
ตลอดจนการผลักดันโครงการ "สตรีทฟู้ดพาราไดซ์" (Street Food Paradise) และการจัดโซนนิ่งเพื่อคืนชีวิตให้ถนนทุกสาย
พร้อมประกาศให้ชาวกรุงเทพฯ เลือกมัลลิกาเพื่อโอกาสในการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองศิวิไลซ์อย่างแท้จริง
ดร.มัลลิกา ชี้แจงว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมสามารถลงมือทำได้ทันทีและใช้งบประมาณไม่มาก โดยตนจะนำเทคโนโลยี AI มาทำงานร่วมกับสมองของผู้ว่าฯ และทีมงานในการวางแผนระบบ และจะใช้การบริหารจัดการในรูปแบบ CEO สั่งการเพื่อให้เกิดบริการประชาชนแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) โดยไม่ต้องเสียเวลารอแก้กฎหมาย การแก้น้ำท่วมในยุคนี้จะใช้เพียงกำลังคนหรือให้ผู้ว่าฯ ไปยืนดูหน้างานไม่ได้แล้ว โดย กทม. จะต้องจัดให้มีการขุดลอกคูคลองทุกๆ ต้นปี และสร้างแก้มลิงเพิ่มเติมเพื่อทำหน้าที่พักน้ำ ซึ่งจะช่วยให้การปฏิบัติงานป้องกันน้ำท่วมประสบความสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม
ดร.มัลลิกา ระบุว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องปฏิรูประบบการจัดการขยะทั้งกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่แค่เฉพาะที่อ่อนนุชเท่านั้น โดยปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวนต้องถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของสัญญา ซึ่งแนวทางแก้ไขคือต้องรื้อสัญญาเดิมนำมาพิจารณาใหม่ทั้งหมด และระบุชัดเจนว่าวิธีการกำจัดขยะด้วยการฝังกลบต้องยุติลง แล้วเปลี่ยนผ่านไปสู่นำขยะไปแปรรูปเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้มากขึ้น
ดร.มัลลิกา ให้ทัศนะว่า ปัญหาจีนเทาและกระบวนการนอมินีเป็นเรื่องสำคัญที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างหนัก ซึ่งเครื่องมือสำคัญที่สามารถนำมาจัดการได้ทันทีคือกฎหมาย โดยนอกจาก พ.ร.บ. การจัดระเบียบราชการกรุงเทพมหานครแล้ว ยังมี พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งผู้ว่าฯ กทม. มีอำนาจตามกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้อย่างเต็มที่ ทำให้ กทม. สามารถทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการระดมสรรพกำลังและองคาพยพต่างๆ เข้าไปกวาดล้างและจัดการปัญหาได้อย่างเด็ดขาด
ดร.มัลลิกา เผยความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาว่า เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่และน่าขยะแขยงมาก แต่สิ่งที่น่าขยะแขยงยิ่งกว่าคือการที่สังคมกล้าแบกคนทุจริตให้เดินหน้าต่อไป ตนจึงขอประกาศสัญญาไว้กับพี่น้องประชาชนว่า หากทีมงานของผู้ว่าฯ หรือข้าราชการ กทม. คนใดเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ตนจะจัดการอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น และพร้อมจะสละทีมงานนั้นออกไปเพื่อให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทันที