"อนุชา" โชว์วิสัยทัศน์ "เวทีเนชั่น" ชู 5 ธงรบพลิกโฉมเมือง ดัน "แพลตฟอร์มส่องรัฐ" ล้างโกง กทม.
23 มิ.ย. 2569 | natthanan_chu

"อนุชา" โชว์วิสัยทัศน์ "เวทีเนชั่น" ชู 5 ธงรบพลิกโฉมเมือง ดัน "แพลตฟอร์มส่องรัฐ" ล้างโกง กทม.-หั่นตั๋วรถไฟฟ้า 40 บาท
ข่าว
23 มิ.ย. 2569 | natthanan_chu

"อนุชา" โชว์วิสัยทัศน์ "เวทีเนชั่น" ชู 5 ธงรบพลิกโฉมเมือง ดัน "แพลตฟอร์มส่องรัฐ" ล้างโกง กทม.-หั่นตั๋วรถไฟฟ้า 40 บาท
KEY
POINTS
23 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือเนชั่นทีวี ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้า เปิดฉากเวทีประชันความคิดในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งในงาน Nation Election DEBATE: "ผู้ว่าฯ กรุงเทพ โอกาสของคนเมือง" โดยเป็นการพบกันของ 4 แคนดิเดตตัวตึง ประกอบด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9, นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 10, นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 5 และ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 14 พร้อมด้วยการประชันวิสัยทัศน์ของผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จาก 4 เขตไฮไลท์สำคัญ (เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69)
โดย นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 ได้นำเสนอนโยบายสำคัญพร้อมตั้งคำถามถึงคนกรุงเทพฯ ว่า "วันวันนี้ กทม. ดีพอหรือยัง" เนื่องจากตนยังคงเห็นปัญหาอยู่อีกมากมาย จึงขออาสานำเสนอนโยบายหลัก 5 เรื่อง เพื่อเปลี่ยนเมือง ประกอบด้วย
1. เดินทางสะดวกขึ้น 2. บ้านเมืองสะอาดขึ้น 3. ชีวิตสบายขึ้น 4. เศรษฐกิจดีขึ้น และ 5. คอร์รัปชันจะไม่มีอีกต่อไป
โดยย้ำว่าไม่เพียงแต่เข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาเท่านั้น แต่ กทม. ยุคใหม่ต้องเดินหน้าต่อด้วยการสร้างความหวัง เพราะเชื่อมั่นว่ากรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่าที่เป็นอยู่
นายอนุชา ชี้แจงว่า ปัญหาเรื่องกลิ่นจะต้องได้รับการแก้ไขด้วยการจัดการระบบปิดอย่างเบ็ดเสร็จ 100% รวมถึงรถขนขยะเองก็ต้องผ่านกระบวนการล้างทำความสะอาดอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้มีน้ำเสียรั่วไหลลงสู่พื้นผิวถนน นอกจากนี้ ระบบการแยกขยะจากต้นทางก็ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการ
นายอนุชา เผยว่า กทม. ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในเรื่องของระบบตั๋วร่วม โดยพรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจจะผลักดันค่าโดยสารให้อยู่ที่เที่ยวละ 40 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สามารถควบคุมได้ โดยการนำงบประมาณบางส่วนของ กทม. มาอุดหนุนเพื่อตัดปัญหาค่าแรกเข้าที่ซ้ำซ้อน ส่วนปัญหายืดเยื้ออื่นๆ ในรายละเอียด ให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของสัมปทานไปเคลียร์ร่วมกันในระบบหลังบ้าน
นายอนุชา เสนอแนวคิดว่า นอกจากการจัดเทศกาลตามประเพณีปกติ เช่น สงกรานต์ หรือ ตรุษจีน แล้ว กทม. ยุคใหม่จะต้องจัดกิจกรรมหมุนเวียนตลอดทั้ง 12 เดือน พร้อมทั้งช่วยทำการประชาสัมพันธ์ในเชิงรุกเพื่อสร้างกระแสไวรัล (Viral) ให้สะพัดว่า กทม. มีกิจกรรมอะไรและจัดขึ้นที่ไหน สำหรับในเรื่องของซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) นั้น ตนมองว่าทุกวันนี้มีแนวโน้มนำไปขายในรูปแบบฮาร์ดเซลล์ (Hard Sale) ซึ่งเป็นแนวทางที่ผิด แต่ความจริงแล้วต้องปรับเปลี่ยนวิธีด้วยการทำให้ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในผลิตภัณฑ์และการบริการอย่างสร้างสรรค์
นายอนุชา ระบุว่า ความยากจนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องที่อยู่อาศัย แต่เรื่องการทำมาหากินก็เป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่ กทม. ต้องเร่งแก้ไขคือการหารายได้ เปิดโอกาสให้ออกมาค้าขายได้ โดยทำการจัดระเบียบจุดผ่อนผัน สตรีทฟู้ดยังคงต้องมีควบคู่ไปกับการจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ตลอดจนการส่งเสริมการฝึกอาชีพ ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ และการนำระบบตั๋วร่วมบัตรเดียวที่สามารถเดินทางได้ครอบคลุมทุกโหมดมาใช้เพื่อลดภาระค่าแรกเข้า รวมถึงการเข้าไปแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย ซึ่งทั้งหมดนี้ตนพร้อมลงมือทำได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง
นายอนุชา ยืนยันว่า ตนจะส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า "รับไม่ได้" กับการทุจริตใน กทม. โดยทางพรรคประชาธิปัตย์มี "แพลตฟอร์มส่องรัฐ" ที่ตรวจพบข้อมูลว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงในสัดส่วนที่สูงมากจนมีพิรุธ ซึ่งเรื่องนี้มีหลายประเด็นที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบตัวเองอย่างเข้มงวด
นายอนุชา ลั่นวาจาว่า จากนี้ไปชาวต่างชาติจะไม่มีโอกาสเข้ามาสวมสิทธิ์เพื่อแย่งอาชีพคนไทยอีกต่อไป เพราะ กทม. จะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการเข้าไปตรวจสอบในทุกจุด หากพบสิ่งใดที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงตามกฎหมาย จะสั่งการดำเนินคดีทันทีเพื่อปกป้องและรักษาอาชีพของคนไทยในทุกระดับ