รายงานจากสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนในประเทศเมียนมาที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างก้าวประโดด โดยรายงานฉบับล่าสุดระบุหลักฐานยืนยันว่า กองทัพรัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมาเป็นต้นเหตุในการเสียชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ไปมากกว่า 700 ราย ในช่วงกรอบระยะเวลาเพียง 6 เดือนของกระบวนการเตรียมการเลือกตั้ง ท่ามกลางสถานการณ์สงครามกลางเมืองที่ลากยาวมานานถึง 5 ปีนับตั้งแต่การก่อรัฐประหารเมื่อปี 2564
สลดสถิติ 6 เดือนดับทะลุ 700 ศพ เหยื่อมีทั้งผู้หญิงและเด็กเพียบ
รายงานจากสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเก็บระบบข้อมูลสถิติตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีก่อนหน้าจนถึงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ระบุว่า แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ทำการตรวจสอบและยืนยันตัวเลขพลเรือนที่ถูกกองทัพเมียนมาสังหารอย่างโหดเหี้ยมเป็นจำนวนอย่างน้อย 702 ราย โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าว ประกอบไปด้วยผู้หญิงจำนวน 224 ราย และเด็กบริสุทธิ์อีกถึง 153 ราย ซึ่งกรอบเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลา 6 เดือนหลังจากกองทัพเมียนมาประกาศแผนการจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งถูกประชาคมโลกและกลุ่มต่อต้านตราหน้าว่าเป็นเพียง "การเลือกตั้งลวงโลก" (Sham Election) เนื่องจากมีการสั่งแบนและกีดกันพรรคฝ่ายค้านหลักออกไปจากการแข่งขันทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง
รายงานระบุอีกว่า ปัจจุบัน พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย หัวหน้าคณะรัฐประหารปี 2564 ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเก้าอี้ในรัฐสภาถูกเติมเต็มไปด้วยกลุ่มผู้ภักดีและกองทัพที่ได้รับโควตาส่วนแบ่งที่นั่ง 1 ใน 4 โดยอัตโนมัติ ขณะที่พรรค USDP ซึ่งเป็นพรรคการเมืองนอมินีของกองทัพกวาดชัยชนะไปได้ถึงร้อยละ 80 จากที่นั่งที่เหลือทั้งหมดในการเลือกตั้งที่ถูกเซ็ตระบบขึ้นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายเผด็จการทหาร