"ประธาน กสทช." ชู 4 แนวทาง ดันประมูลทีวีดิจิทัล ลดต้นทุนผู้ประกอบการ หนุนรายเดิมไปต่อ
19 มิ.ย. 2569 | NATTHANAN

"ประธาน กสทช." ชู 4 แนวทาง ดันประมูลทีวีดิจิทัล ลดต้นทุนผู้ประกอบการ หนุนรายเดิมไปต่อ เปิดทางแข่งขันอนาคต
ข่าว
19 มิ.ย. 2569 | NATTHANAN

"ประธาน กสทช." ชู 4 แนวทาง ดันประมูลทีวีดิจิทัล ลดต้นทุนผู้ประกอบการ หนุนรายเดิมไปต่อ เปิดทางแข่งขันอนาคต
KEY
POINTS
กสทช ทีวีดิจิทัล ประมูลทีวีดิจิทัล ดิจิทัลทีวี อุตสาหกรรมทีวี ข่าวธุรกิจ OTT ทีวีดาวเทียม สรณบุญใบชัยพฤกษ์
19 มิถุนายน 2569 ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำโรดแมปทีวีดิจิทัลว่า ความล่าช้าในการพิจารณาแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่จะชะลอการดำเนินงาน แต่เป็นผลจากกระบวนการพิจารณาที่มีความซับซ้อน
รวมถึงความจำเป็นที่ต้องให้คณะกรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คน เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลต่อทิศทางของอุตสาหกรรมในระยะยาว โดยคาดว่าที่ประชุมบอร์ด กสทช. จะสามารถพิจารณาวาระสำคัญดังกล่าวได้ภายในการประชุมในวันศุกร์นี้
ประธาน กสทช. กล่าวว่า แผนแม่บทฉบับใหม่ถือเป็นกรอบนโยบายสำคัญที่จะนำไปสู่การกำหนดโรดแมปอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในอนาคต โดยมีประเด็นสำคัญทั้งการกำกับดูแลบริการวิดีโอออนดีมานด์ (Video on Demand) และแพลตฟอร์มแชร์วิดีโอออนไลน์ ตลอดจนแนวคิดการพัฒนา National Platform เพื่อรองรับผู้ประกอบการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ขณะที่ประเด็นโรดแมปทีวีดิจิทัลเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณาแยกออกมา โดยเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการคลื่นความถี่ภายหลังใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลจะสิ้นสุดลงในปี 2572
ศ.คลินิก นพ.สรณ ยืนยันว่า กสทช. มีความชัดเจนต่อแนวทางหลังปี 2572 มาโดยตลอด แต่ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลังจากการประมูลทีวีดิจิทัลในอดีต ธุรกิจโทรทัศน์ไม่ได้เติบโตตามที่คาดหวัง มีผู้ประกอบการบางส่วนคืนใบอนุญาตและได้รับมาตรการเยียวยา ขณะที่ปัจจุบันผู้ชมจำนวนมากหันไปรับชมคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และบริการวิดีโอออนดีมานด์มากขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาไหลออกจากสื่อโทรทัศน์ไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม ประธาน กสทช. เห็นว่ากิจการโทรทัศน์ไทยยังมีบทบาทสำคัญในฐานะสื่อที่สะท้อนอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของประเทศ จึงควรได้รับการส่งเสริมให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยยอมรับว่าผู้ประกอบการทีวีในปัจจุบันต้องปรับตัวสู่รูปแบบธุรกิจแบบ Hybrid ที่ผสมผสานทั้งการออกอากาศทางโทรทัศน์และการเผยแพร่คอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
ศ.คลินิก นพ.สรณ ระบุว่า กฎหมายปัจจุบันไม่เปิดช่องให้มีการต่ออายุใบอนุญาตโดยอัตโนมัติ ดังนั้นเมื่อใบอนุญาตหมดอายุจึงจำเป็นต้องจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ผ่านกระบวนการประมูล แต่ในมุมมองส่วนตัวต้องการให้การออกแบบหลักเกณฑ์ครั้งใหม่มุ่งลดต้นทุนของผู้ประกอบการให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้ประกอบการเดิมสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาดทั้งนี้หากสามารถกำหนดต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จะช่วยให้ผู้ประกอบการเดิมไปต่อได้ และยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีแนวคิดและรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ เข้ามาแข่งขันได้ด้วย
"ทั้งนี้มองว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกำหนดทิศทางการจัดสรรคลื่นครั้งใหม่ควรอยู่ในช่วง 1-2 ปีก่อนสิ้นสุดใบอนุญาต หรือราวปี 2570 ซึ่งจะต้องเริ่มกระบวนการจัดทำร่างหลักเกณฑ์และเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยคำนึงถึงทั้งความต้องการของผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ยังต้องการรับชมโทรทัศน์ในรูปแบบเดิม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต" ศ.คลินิก นพ.สรณ เผย
ศ.คลินิก นพ.สรณ ระบุว่า ยังไม่สามารถกำหนดตัวเลขได้ล่วงหน้า เนื่องจากต้องปล่อยให้กลไกตลาดสะท้อนความต้องการที่แท้จริง อีกทั้งอาจมีผู้ประกอบการรายใหม่ที่ต้องการนำเสนอคอนเทนต์เฉพาะทาง เช่น กีฬา เกม หรือเนื้อหารูปแบบใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาสร้างมูลค่าทางธุรกิจ จึงควรออกแบบระบบให้มีความยืดหยุ่นและเปิดกว้างต่อการแข่งขัน
ในประเด็นคลื่นความถี่ย่าน 3,500 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้บริการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและถูกจับตามองว่าจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านโทรคมนาคมเพิ่มเติมหรือไม่
ศ.คลินิก นพ.สรณ ระบุว่า กสทช. ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ประกอบการทีวีเป็นสำคัญ โดยยังไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงการใช้งานคลื่นดังกล่าวจนกว่าจะมีเทคโนโลยีหรือแนวทางทดแทนที่เหมาะสม เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการประกอบธุรกิจและอัตลักษณ์ของกิจการโทรทัศน์ไทย ซึ่งต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ผู้ประกอบการทีวีไทยยังพึ่งพาคลื่น 3,500 เมกะเฮิรตซ์อยู่ หากจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องมีทางออกที่เหมาะสม และต้องพิจารณาอย่างรอบคอบทั้งเรื่องการรบกวนสัญญาณและภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้งาน
"ทั้งนี้ หากแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ได้รับความเห็นชอบตามกำหนด คาดว่าช่วงต้นปี 2570 จะเริ่มกระบวนการจัดทำหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรคลื่นความถี่และการประมูลครั้งใหม่ต่อไป โดยย้ำว่ากระบวนการทั้งหมดไม่ได้ถูกชะลอหรือดึงเวลา แต่เป็นการดำเนินงานตามขั้นตอนและข้อจำกัดของกระบวนการกำกับดูแล เพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสมกับทั้งผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมสื่อของประเทศในระยะยาว" ศ.คลินิก นพ.สรณ เผยว่า
ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เปิดเผยว่า แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ฉบับใหม่ คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด กสทช. ในวันศุกร์นี้ เพื่อกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมทีวีไทยหลังใบอนุญาตทีวีดิจิทัลหมดอายุในปี 2572
1. เดินหน้าประมูลใหม่ตามกฎหมาย
ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลไม่สามารถต่ออายุอัตโนมัติได้
หลังปี 2572 จึงต้องมีการจัดสรรคลื่นและเปิดประมูลใหม่
2. ลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการเดิม
กสทช. ต้องการออกแบบหลักเกณฑ์ใหม่ให้ต้นทุนต่ำลงกว่าการประมูลในอดีต
เพื่อให้ผู้ประกอบการทีวีรายเดิมสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้
3. เปิดทางผู้เล่นรายใหม่
ระบบใหม่จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่และคอนเทนต์เฉพาะทาง เช่น กีฬา เกม และบริการรูปแบบใหม่ เข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น
4. รักษาสมดุลระหว่างทีวีกับแพลตฟอร์มออนไลน์
แม้ผู้ชมจะย้ายไปดูคอนเทนต์ผ่าน OTT และ Video on Demand มากขึ้น แต่ทีวีไทยยังมีบทบาทด้านข่าวสาร วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของประเทศ
ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวสู่โมเดล Hybrid ที่ผสมผสานทั้งทีวีและออนไลน์
คลื่น 3500 MHz ยังไม่เปลี่ยนแปลง
กสทช. ยืนยันว่า ยังไม่ต้องการนำคลื่น 3500 MHz ไปใช้ด้านอื่น หากยังไม่มีทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการทีวีดาวเทียม
เพื่อลดผลกระทบต่อธุรกิจและผู้ชม
* ปี 2569 : แผนแม่บทผ่านความเห็นชอบ
* ปี 2570 : เริ่มจัดทำหลักเกณฑ์และรับฟังความคิดเห็น
* ปี 2572 : เปิดประมูลทีวีดิจิทัลรอบใหม่
กสทช. ต้องการให้มีการประมูลทีวีดิจิทัลรอบใหม่ แต่ปรับกติกาให้ต้นทุนต่ำลง ช่วยผู้ประกอบการเดิมอยู่รอด เปิดทางผู้เล่นรายใหม่ และรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมทีวีไทยในยุค OTT และแพลตฟอร์มออนไลน์.