เนชั่นทีวี

ข่าว

“ลอรี่ พงศ์พล” หนุน TH-AI Passportt กาง 5 เหตุผลคุ้มค่า-โต้โกง

12 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

“ลอรี่ พงศ์พล” หนุน TH-AI Passportt กาง 5 เหตุผลคุ้มค่า-โต้โกง

“ลอรี่ พงศ์พล” หนุน TH-AI Passport ชี้งบ 1,621 ล้านสุดคุ้ม อัปสกิล SMEs แก้ปมโกงด้วยระบบจ่ายตามจริง วอนรัฐเดินหน้าอย่าสั่งเบรก เสี่ยงโดนฟ้อง

“ลอรี่ พงศ์พล” หนุน TH-AI Passport ชี้งบ 1,621 ล้านสุดคุ้ม อัปสกิล SMEs แก้ปมโกงด้วยระบบจ่ายตามจริง วอนรัฐเดินหน้าอย่าสั่งเบรก เสี่ยงโดนฟ้อง

KEY

POINTS

  • คุ้มค่าและช่วยอัปสกิลอาชีพ: งบ 1,621 ล้านบาท เฉลี่ยเพียง 27 บาทต่อคน/เดือน ช่วยเยาวชนและ SMEs ทรานส์ฟอร์มธุรกิจผ่านหลักสูตรเฉพาะทาง เช่น การตลาด และบัญชี

     
  • จ่ายตามจริง-ระบบไม่ล่ม: รัฐจ่ายเงินให้เอกชนแบบ Pay-per-use ตามการใช้งานจริงช่วยตัดปัญหาเงินทอน พร้อมโต้ข่าวลือระบบรองรับคนได้น้อย ชี้ยึดตามสเปก 5 แสนคน/ชั่วโมง

     
  • แนะทางออกตั้งคกก.ร่วม: มองปมความสัมพันธ์รัฐมนตรี-คู่สัญญาเป็นเรื่องปกติของวงการไอที แนะเดินหน้าโครงการต่อแต่ให้ตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐ-ประชาชนช่วยตรวจรับงานเพื่อความโปร่งใส

12 มิถุนายน 2569 พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน ซึ่งร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น พร้อมประกาศหนุนโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดีอี เมื่อวานนี้ ชี้แจงถึง 5 เหตุผลความคุ้มค่าทางงบประมาณ ที่จะช่วยอัปสกิล SMEs และเยาวชนไทยไทยยุคดิจิทัล พร้อมเสนอตั้ง คณะกรรมการร่วมตรวจสอบเคลียร์ปมทุจริต ย้ำชัด AIPassport มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจชาติ ไม่ควรสั่งยกเลิก หวั่นรัฐโดนฟ้องและประชาชนเสียโอกาสสำคัญในเวที เทคโนโลยี โลก 


เสียงขานรับโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็มีไม่น้อยเช่นกัน อย่าง “ลอรี่” พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ในฐานะผู้ใช้ AI และโฆษกกระทรวงพลังงาน ซึ่งรับผิดชอบงานด้านเทคโนโลยี ได้ไปร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นเมื่อวานนี้ โดย "ลอรี่" ให้สัมภาษณ์รายการ “เนชั่นวิเคราะห์” ว่า ตนสนับสนุนโครงการด้วยเหตุผล 5 ประการ

 

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน

 

1. ความคุ้มค่าทางงบประมาณ เพราะเมื่อนำงบประมาณ 1,621 ล้านบาท มาหารเฉลี่ยกับเป้าหมายผู้ใช้งานคนไทยประมาณ 5 ล้านคน จะตกเป็นต้นทุนเพียง 27 บาทต่อคนต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งถูกกว่ากรณีที่ประชาชนหรือผู้ประกอบการต้องไปซื้อแพ็กเกจ AI พรีเมียมใช้เองตามปกติ เพราะจะต้องเสียค่าบริการส่วนตัวสูงถึงเดือนละ 600 กว่าบาท หรือบางคนอาจจ่ายเป็นพันบาท ดังนั้นโครงการนี้จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากในการกระจายเครื่องมือระดับพรีเมียมให้ประชาชน

 

2. ประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะ “อัปสกิล-รีสกิล” เพราะเท่าที่ฟัง โครงการนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มเยาวชน นิสิตนักศึกษา กลุ่มคนเริ่มทำงานใหม่ หรือ First Jobber และกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs ที่ต้องการนำ AI ไปปรับใช้เพื่อทรานส์ฟอร์มธุรกิจของตน

 

 

กระทรวงดีอีจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น TH-AIpassport

"ลอรี่" กล่าวว่า ยิ่งเมื่อวานได้รับฟังคำอธิบายรายละเอียดโครงการ จึงได้ทราบว่ามีการเพิ่มระบบ "การสอนและหลักสูตรการใช้งาน" ที่เหมาะกับแต่ละอาชีพ เช่น ถ้าเป็น SMEs ก็มีหลักสูตรช่วยขายของ ทำคลิปโปรโมตร้าน หรือถ้าเป็นนักบัญชีที่ต้องจัดการไฟล์ Excel ก็จะมีแนวทาง Prompt เพื่อให้สามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พูดง่ายๆ คือ มีบทเรียนเฉพาะทางให้ศึกษา ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง ไม่ใช่แค่เอาไปแต่งภาพเล่น

 

3. รัฐจ่ายตามการใช้งานจริง หรือ Pay-per-use เรื่องนี้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมชี้แจงว่าจะพิจารณาเงื่อนไขให้รัฐจ่ายเงินเฉพาะส่วนที่มีการประมวลผล หรือใช้งานจริงเท่านั้น หากวันไหนไม่มีการใช้งาน หรือโควตาเครดิตโทเคนเหลือ ก็ไม่ต้องจ่ายเงินให้เอกชนฟรีๆ จึงน่าจะลดปัญหาเรื่องเงินทอนตามที่มีกระแสวิจารณ์ไปได้

 

4. ระบบมีความเสถียรและรองรับผู้ใช้งานได้จำนวนมาก โดยคุณลอรี่กล่าวว่า ข้อมูลที่ฝ่ายคัดค้านระบุว่าสามารถเข้าใช้งานได้พร้อมกันแค่ 138-139 คนนั้น เป็นการคำนวณที่ผิดอย่างร้ายแรง เพราะข้อมูลที่โครงการระบุว่าสามารถเข้าใช้ได้ 500,000 คนต่อชั่วโมง ก็สามารถใช้ได้จริงตามนั้น ไม่ใช่นำตัวเลขนี้ไปหารเป็นวินาทีอย่างที่มีการคำนวณกัน

 

5. กระบวนการจัดทำทีโออาร์และการเสนอราคาถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนที่มีการระบุว่าทีโออาร์มีปัญหา เขียนไม่ชัดเจน น่าจะเป็นปัญหาของระบบราชการที่ใช้วิธีคัดลอกและวาง (Copy-Paste) ทีโออาร์จากโครงการอื่นมาตัดแปะ ซึ่งตนเคยพบเห็นบ่อยๆ เมื่อครั้งทำหน้าที่ตรวจสอบในกรรมาธิการคณะต่างๆ 

 

 

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

 

ส่วนประเด็นเรื่อง "ความสัมพันธ์ส่วนตัว" ระหว่างรัฐมนตรีกับคู่สัญญา ลอรี่มองว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะในแวดวงไอทีคนก็รู้จักกันหมด และการรู้จักหรือไม่รู้จักไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่า จะมีการทุจริตหรือไม่ หากตั้งใจจะทุจริต ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันก็ทุจริตได้มากกว่าเสียอีก

 

ลอรี่กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการนี้มีประโยชน์มาก จึงไม่เห็นด้วยกับเสียงเรียกร้องจากบางฝ่ายให้ยกเลิก เพราะหน่วยงานรัฐเสี่ยงโดนเอกชนฟ้องร้อง และประชาชนก็จะเสียโอกาส จึงขอเสนอให้ตั้ง "คณะกรรมการตรวจรับงานร่วมระหว่างรัฐและภาคประชาชน" เพื่อเข้ามาช่วยตรวจสอบและรัดกุมการส่งมอบงานในแต่ละเฟส ให้เป็นไปตามเงื่อนไขการส่งมอบที่แท้จริง จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด