เนชั่นทีวี

Business

บริษัทเอกชนแจง TH-AI Passport โต้ปมล็อกสเปก ย้ำจ่ายตามใช้จริง

12 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

บริษัทเอกชนแจง TH-AI Passport โต้ปมล็อกสเปก ย้ำจ่ายตามใช้จริง

บริษัทเอกชนที่รับงานโครงการ TH-AI Passport โต้ข้อครหาเงินทอน-ล็อกสเปก ย้ำคิดค่าบริการตามผู้ใช้จริง และสื่อโฆษณาไม่ใช่เงื่อนไขประมูล

บริษัทเอกชนที่รับงานโครงการ TH-AI Passport โต้ข้อครหาเงินทอน-ล็อกสเปก ย้ำคิดค่าบริการตามผู้ใช้จริง และสื่อโฆษณาไม่ใช่เงื่อนไขประมูล

KEY

POINTS

  • โต้ข้อกล่าวหาเงินทอน-ซ่อนลิมิตโทเคน เอกชนผู้ได้งานยืนยันโครงการ TH-AI Passport ใช้โมเดล Pay-per-active คิดค่าใช้จ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานและระยะเวลาที่ใช้งานจริง ไม่ใช่การจ่ายแบบเหมาจ่าย โดยสิทธิ AI Pro มีต้นทุนเฉลี่ย 27 บาทต่อคนต่อเดือน
     
  • ย้ำสื่อโฆษณาในร้านสะดวกซื้อไม่ใช่เงื่อนไขล็อกสเปก ระบุว่า การประชาสัมพันธ์ผ่านร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า และสื่อนอกบ้าน เป็นภารกิจที่ผู้ชนะประมูลต้องดำเนินการหลังได้รับงาน ไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ยื่นซอง อีกทั้งมีหลายช่องทางและหลายผู้ให้บริการ
     
  • ชี้มูลค่าสื่อประชาสัมพันธ์ไม่ได้สูงอย่างที่ถูกกล่าวหา โดยสื่อนอกบ้านที่กำหนดในแผนงานและรวมอยู่ในราคากลาง มีมูลค่าประมาณ 900,000 บาทเท่านั้น แต่สามารถเข้าถึงผู้ใช้บริการร้านสะดวกซื้อและโมเดิร์นเทรดได้เกือบ 20 ล้านคนต่อวัน เป็นการลงทุนเพื่อสร้างการรับรู้โครงการในวงกว้าง

12 มิถุนายน 2569 ปมร้อน โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลฯ แจก AI ฟรี 5 ล้านคน งบประมาณจากกองทุนดีอี 1,600 ล้านบาท ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโปร่งใสของ TOR ความคุ้มค่า ผลลัพธ์จะตอบโจทย์การยกระดับทักษะแรงงานไทยในระยะยาวได้แค่ไหน ล่าสุดบริษัทเอกชนที่ได้งานจากโครงการดังกล่าว ชี้แจงอีกมุมโดยระบุว่า มีบางส่วนคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง

 

โดยแหล่งข่าวจากบริษัทที่ได้งาน ให้ข้อมูลกับ “ข่าวข้นคนข่าว” เนชั่น ทีวี ในรายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาและ TOR ซึ่งบางส่วนมีการวิจารณ์ที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง 

ประเด็นที่ 1 รูปแบบการคิดค่าใช้จ่ายโครงการ ที่มีการกล่าวหาว่า โครงการนี้มีเงินทอน เพราะมีการซ่อนเงื่อนไข “ลิมิต โทเคน”

 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว โครงการนี้คิดค่าใช้สิทธิ์ เอไอ ในระบบ “จ่ายตามจริง ทั้งจำนวนคนและระยะเวลา”

 

กล่าวคือ โครงการมีเงื่อนไขการผูกค่าใช้จ่ายตาม "จำนวนผู้ใช้งานจริง" หรือ Pay-per-active ไม่ใช่การจ่ายเงินแบบเหมาจ่าย

 

 - ระบบจะคำนวณและเก็บค่าบริการเป็นรายเดือนตามปริมาณการใช้งานจริง หากมีจำนวนคนใช้งานเท่าใด ก็จัดเก็บค่าใช้จ่ายตามจำนวนคนเท่านั้น

 - โดยสิทธิการใช้ เอไอ ที่ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้รับ หลังผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆ ตามเงื่อนไขแล้ว คือ เอไอ “ระดับโปร”

 

“เอไอ ระดับโปร” แน่ๆ คิดแค่ 27 บาท/เดือน แถม “จ่ายตามใช้จริง”

 

 - การตั้งคำถามว่า เป็น “เอไอ ระดับโปร” จริงหรือไม่ สามารถพิสูจน์ได้จากผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้าใช้ได้ เช่น นาโนบานาน่า ของ เจมีนาย / แชท จีพีที 5.0 โปร ของแชท จีพีที ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไม่สามารถใช้ได้ หากใช้ระบบ “ฟรี”

 

 - ยอดค่าใช้จ่ายที่ได้สิทธิ เอไอ คือ 27 บาทต่อเดือนต่อ 1 สิทธิ โดยจะใช้เอไอได้เทียบเท่ากับผู้ที่จ่าย 750 บาทต่อเดือนในปัจจุบัน หรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำ

 

 - การคิดค่าใช้จ่าย คิดตามกรอบเวลาที่ใช้จริง เช่น หากใน 1 ปี มีการใช้งานเพียง 6 เดือน ก็จะจัดเก็บค่าใช้จ่ายแค่ 6 เดือน และคิดเฉพาะตามจำนวนคนที่เข้ามาใช้งานจริงในช่วงเวลานั้นๆ เท่านั้น

 

โฆษณาร้านสะดวกซื้อ “ไม่มีผูกขาด” - ไม่ใช่คุณสมบัติผู้ประมูล

 

ภาพ AI

 

ประเด็นที่ 2 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสื่อในร้านสะดวกซื้อและโมเดิร์นเทรด

 

 - ประเด็นสำคัญที่สุดที่มีการกล่าวหาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง คือ เรื่องการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ใช่ “คุณสมบัติของผู้เสนอราคา” แต่เป็นเงื่อนไขที่ผู้ชนะการเสนอราคา หรือบริษัทที่ได้งาน ต้องไปทำตามเงื่อนไขเหล่านี้ คือ ไปจัดทำสื่อโฆษณาเหล่านี้ เพื่อให้โครงการได้รับการรับรู้ในวงกว้างมากที่สุด

 

 - เงื่อนไขที่กำหนดใน TOR ก็ไม่ได้มีการผูกขาด ยกตัวอย่าง สื่อประชาสัมพันธ์ในร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้า ไม่ได้มีแค่  7-Eleven แต่มี FamilyMart /  Tops  / Big C / Lotus's ซึ่งแต่ละร้าน แต่ละห้าง ก็มีสื่อโฆษณา หรือจอสำหรับประชาสัมพันธ์ที่บริหารโดยเอกชนแตกต่างกันไป ไม่ใช่รายเดียวเป็นเจ้าของทั้งหมด

 

 - ในตลาดการทำสื่อโฆษณา ที่เรียกรวมๆ ว่า “สื่อนอกบ้าน” มีเอเจนซี ประมาณ 4-50 ราย ที่สามารถเข้าถึงและจัดหาสื่อเหล่านี้ได้ทั่วไป

 

 - ย้ำว่าการเป็นเจ้าของหรือมีสื่อนอกบ้านเหล่านี้ในมือ "ไม่ได้เป็นคุณสมบัติหรือเงื่อนไขในการยื่นข้อเสนอ” กล่าวคือ ผู้เสนอราคาไม่จำเป็นต้องมีสื่อนี้ก่อน เพียงแต่มีหน้าที่ไปจัดหามาให้ตามแผนงานเท่านั้น

 

ประเด็นที่ 3 โฆษณาร้านสะดวกซื้อแค่ 9 แสน !

 

ปรเะเด็นสำคัญที่สุดอีกประเด็นหนึ่ง คือ มูลค่าสื่อประชาสัมพันธ์ ที่อ้างว่าเป็นผลประโยชน์มหาศาล ก็ไม่เป็นความจริง เพราะมูลค่าของสื่อในส่วนนี้ เฉพาะสื่อนอกบ้าน ที่กำหนดไว้ในแผนงาน และอยู่ในราคากลาง มีมูลค่าเพียง 900,000 บาท แต่สื่อประเภทนี้มีคนเห็นจากคนที่เข้าใช้บริการในร้านสะดวกซื้อต่างๆ วันละเกือบ 20 ล้านคน