เนชั่นทีวี

ข่าว

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ยันโครงการ โปร่งใส หากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

11 มิ.ย. 2569 | natthanan_chu

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ยันโครงการ โปร่งใส หากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ลดเสี่ยงงบรัฐ ยันโครงการ AI โปร่งใส พร้อมเปิดรับการตรวจสอบ ย้ำหากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ลดเสี่ยงงบรัฐ ยันโครงการ AI โปร่งใส พร้อมเปิดรับการตรวจสอบ ย้ำหากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

KEY

POINTS

  • เล็งปรับสัญญาเป็น "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น": ปลัดดีอี เผยแนวคิดเจรจาปรับเงื่อนไขจ่ายเงินโครงการ TH-AI Passport ตามการใช้งานจริง หากยอดใช้ไม่ถึงเป้า 5 ล้านคน รัฐจะจ่ายเฉพาะที่ใช้จริง ไม่จ่ายเต็มจำนวนล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงงบประมาณรัฐและลดข้อกังวลของสังคม

 

  • แจงงบ 900 ล้าน และความคุ้มค่า: ยืนยันงบประมาณ 900 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการจัดอบรม สัมมนา และกิจกรรมส่งเสริมความรู้ทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่สื่อจอประชาสัมพันธ์ดิจิทัล พร้อมชี้โครงการนี้คุ้มค่า มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 27 บาทต่อคนต่อเดือน ต่ำกว่าบริการ AI ภาคเอกชน

 

  • พร้อมรับการตรวจสอบ-เร่งสรุปในเดือนนี้: ปลัดดีอี ยืนยันดำเนินการตามระเบียบโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่เสียกำลังใจที่ถูกจับตา โดยตั้งเป้าเร่งเจรจาแก้ไขข้อตกลงแนบท้ายสัญญาให้จบภายในเดือนมิถุนายน เพื่อให้ประชาชนได้เริ่มใช้งานในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
     

#THAIPassport #กระทรวงดีอี #AI #โครงการAI #พชรอนันตศิลป์ #งบประมาณรัฐ #โปร่งใสตรวจสอบได้ #ข่าวกระทรวงดีอี #Microsoft #ข่าวการเมือง #เทคโนโลยี

 

 

11 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (อาคารซี) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายเจเศรษฐ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟัง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในเวทีเปิดรับฟัง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โครงการ "TH-AI Passport Forum" เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา โครงการ "TH-AI Passport" ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และประชาชนที่สนใจ 

 

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ยันโครงการ โปร่งใส หากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

 

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ยันโครงการ โปร่งใส หากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

 

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ยันโครงการ โปร่งใส หากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

 

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ยันโครงการ โปร่งใส หากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

 

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ยันโครงการ โปร่งใส หากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

 

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ยันโครงการ โปร่งใส หากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

 

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ยันโครงการ โปร่งใส หากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

 

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ยันโครงการ โปร่งใส หากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

 

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ยันโครงการ โปร่งใส หากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

 

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ยันโครงการ โปร่งใส หากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

 

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ยันโครงการ โปร่งใส หากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

 

 

 

 

 

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ให้สัมภาษณ์ หลังเวทีเปิดรับฟัง “TH-AI Passport Forum” ว่า ได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณและการลดข้อกังวลของสังคมเกี่ยวกับการจ่ายเงินภาครัฐล่วงหน้าในกรณีที่มีผู้ใช้งานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

 

นายพชร กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อสังเกตที่คณะกรรมาธิการได้ส่งต่อมายังกระทรวงโดยตรง พร้อมกำชับให้พิจารณาหาแนวทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาครัฐและลดความเสี่ยงทางกฎหมายให้มากที่สุด จึงนำไปสู่แนวคิดในการเจรจากับคู่สัญญาเพื่อปรับรูปแบบการจ่ายเงินให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง หรือหลักการใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้นกล่าวคือ หากจำนวนผู้ใช้งานไม่ถึงเป้าหมาย 5 ล้านคน รัฐก็จะจ่ายตามจำนวนการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่จ่ายเต็มจำนวนตั้งแต่ต้น โดยยืนยันว่าหลักการดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นแนวทางสำคัญในการเจรจาต่อไป

 

 

"สำหรับข้อเสนอแนะอื่นๆ ที่ได้รับจากเวทีรับฟังความคิดเห็นนั้น มีทั้งเรื่องการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล การใช้คลิปวิดีโอ การจัดทำหลักสูตรอบรมและการส่งเสริมการใช้งาน AI ให้เหมาะสมกับแต่ละสายอาชีพ ซึ่งกระทรวงรับฟังทั้งหมด และบางประเด็นอาจไม่จำเป็นต้องแก้ไขในสัญญาหรือจัดทำเอกสารแนบท้ายเพิ่มเติม แต่ในส่วนของสาระสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการจ่ายเงินตามผลการใช้งานจริงนั้น จะต้องมีการจัดทำเอกสารแนบท้ายสัญญาอย่างแน่นอน ซึ่งถือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขสัญญา" นายพชร เผย

 

 

 


กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อจอดิจิทัลกว่า 1,500 จอนั้น 

นายพชร ชี้แจงว่า รายการดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายใต้งบประมาณโครงการ โดยวงเงินที่เกี่ยวข้องอยู่ในหมวดกิจกรรมซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 900 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ TOR ไม่ได้กำหนดให้ต้องประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึงการจัดอบรม การสัมมนา และกิจกรรมส่งเสริมความรู้ทั่วประเทศ ขณะที่การประชาสัมพันธ์เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของโครงการเท่านั้น หากพิจารณารายละเอียดทั้งหมดจะพบว่ามีทั้งสื่อออนไลน์และสื่อออฟไลน์หลายรูปแบบ ไม่ได้มีเฉพาะการประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัลอย่างที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมย้ำว่าเป้าหมายสำคัญของกระทรวงคือการสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงและเรียนรู้การใช้งาน AI ได้อย่างทั่วถึงมากที่สุด

 

 


ประเด็นที่มีการตั้งคำถามเรื่องระยะเวลาการจัดซื้อจัดจ้าง

นายพชร ตอบว่า กระทรวงดำเนินการทุกขั้นตอนตามกฎระเบียบของทางราชการอย่างครบถ้วน ตนมีพื้นฐานการทำงานจากกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลาง จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการปฏิบัติตามระเบียบและขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

 

 

ส่วนข้อสงสัยว่า TOR เปิดช่องให้แก้ไขหรือยกเลิกสัญญาได้หรือไม่ หากพบว่าเกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ 

นายพชร แจงว่า TOR และสัญญาเป็นคนละส่วนกัน โดยขั้นตอนการจัดทำ TOR ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาและจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว ขณะที่สัญญาเป็นข้อตกลงระหว่างรัฐกับผู้รับจ้าง ซึ่ง TOR จะถูกแนบเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาอีกทอดหนึ่ง ดังนั้นหากจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดบางประการ ก็สามารถดำเนินการผ่านเอกสารแนบท้ายสัญญาได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบและวัตถุประสงค์เดิมที่กำหนดไว้ใน TOR และต้องได้รับความยินยอมจากทั้ง 2 ฝ่าย

 

 

 

สำหรับกรณีที่บนเวทีเสวนาที่ช่วงหนึ่งนายพชรชี้แจงว่าหากโครงการนี้ไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดปัจจุบัน อาจไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีกในรัฐบาลอื่นนั้น 

นายพชร ตอบคำถามดังกด่าวว่า เป็นความเห็นส่วนตัวที่มองจากมิติของความคุ้มค่า โดยเปรียบเทียบกับบริการ AI ของภาคเอกชนที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีค่าบริการขั้นต่ำประมาณ 259 บาทต่อเดือน ขณะที่โครงการ TH-AI Passport เสนอค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 27 บาทต่อคนต่อเดือน และยังเปิดให้เข้าถึงโมเดล AI ได้หลากหลายกว่า จึงเห็นว่าเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่าในระดับหนึ่ง

 

"ปลัดดีอี" แจงปม "TH-AI Passport" เล็งปรับเงื่อนไข "ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น" ยันโครงการ โปร่งใส หากพบทุจริตยกเลิกแน่นอน!

 

ส่วนกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน เปิดเผยข้อมูลจากผู้ร้องเรียนว่ามีบุคคลหรือกลุ่มธุรกิจน้ำมันบางส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว 

นายพชร กล่าวว่า ตนรับทราบเพียงข้อมูลผู้ชนะการประมูลและกิจการร่วมค้าที่ได้รับสัญญาเท่านั้น ไม่ทราบรายละเอียดว่ามีบริษัทประเภทใดหรือบุคคลใดเข้ามาเกี่ยวข้องตามที่มีการกล่าวอ้าง อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยหรือข้อกล่าวหาใด ๆ ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามปกติได้

 

 

 

ส่วนจำนวนผู้ใช้งานเป้าหมาย 5 ล้านคนอาจน้อยเกินไปหรือไม่ 

นายพชร กล่าวว่า เดิมทีมีความกังวลว่าจำนวนดังกล่าวอาจมากเกินความต้องการ แต่จากกระแสความสนใจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้เริ่มมองว่าตัวเลข 5 ล้านคนอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานจริงของประชาชน

 

 

 

ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามว่าหากท้ายที่สุดโครงการต้องถูกยกเลิกจะมีภาระการชดเชยค่าเสียหายหรือไม่ 

นายพชร ระบุว่า เรื่องดังกล่าวต้องพิจารณาตามเงื่อนไขในสัญญาและการเจรจากับคู่สัญญา โดยยังไม่สามารถตอบได้ว่าหากยกเลิกแล้วจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป

 

 

 

สำหรับข้อสังเกตว่ารายละเอียดหลายส่วนใน TOR มีความคล้ายคลึงกับโครงการก่อนหน้านี้ 

นายพชร ชี้แจงว่า ในทางปฏิบัติ ทีโออาร์ของหน่วยงานราชการจำนวนมากมีเนื้อหาบางส่วนที่คล้ายคลึงกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะในรายละเอียดทางเทคนิคหรือเงื่อนไขมาตรฐาน ซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญที่ใช้ตัดสินคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่เจ้าหน้าที่จะอ้างอิงแนวทางจากโครงการในลักษณะใกล้เคียงกันที่เคยดำเนินการมาก่อน

 

 

ในส่วนของไทม์ไลน์การแก้ไขสัญญาและการนำข้อเสนอแนะจากเวทีรับฟังความคิดเห็นไปปรับใช้ 

นายพชร ระบุว่า กระทรวงพยายามเร่งหาข้อยุติให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้ เพื่อให้สามารถเปิดให้ประชาชนเริ่มใช้งานโครงการได้ภายในวันที่ 1 กรกฎาคม โดยต้องการให้วันเริ่มต้นมีความชัดเจนและง่ายต่อการบริหารจัดการ

 

 


เมื่อถามว่าในฐานะที่ทำโครงการภาครัฐมานานแนวคิดการจ่ายเงินตามผลการใช้งานจริงสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่ 

นายพชร กล่าวว่า หลักการดังกล่าวเป็นแนวทางที่สามารถทำได้ โดยมีลักษณะใกล้เคียงกับการจ่ายค่าตอบแทนตามผลสัมฤทธิ์ของงานหรือ Success Fee ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่พบได้ทั่วไป แต่ท้ายที่สุดก็ต้องขึ้นอยู่กับการเจรจาและความยินยอมของคู่สัญญาด้วย

 

 

 

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่คู่สัญญาจะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว เนื่องจากราคาที่เสนอมาอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว 

นายพชร กล่าวว่า เป็นเรื่องของการคำนวณทางธุรกิจของเอกชน แต่ในมุมของภาครัฐมีหน้าที่ทำให้โครงการบรรลุเป้าหมายสูงสุด ขณะเดียวกันเชื่อว่าคู่สัญญาเองก็เห็นประโยชน์จากโครงการนี้เช่นกัน เพราะหากดำเนินโครงการได้สำเร็จ ก็จะสามารถต่อยอดชื่อเสียงและโอกาสทางธุรกิจในอนาคตได้มากกว่าผลตอบแทนจากสัญญาเพียงอย่างเดียวง

 

 

 

กรณีที่มีคำถามเหตุใด Microsoft จึงเข้าร่วมเวทีเพียงรายเดียว และมีการเชิญผู้ให้บริการรายอื่นหรือไม่ 

นายพชร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์และกระแสวิพากษ์วิจารณ์บางประการที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวโครงการโดยตรง แต่ส่งผลให้บางบริษัทไม่ต้องการเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบริษัทต่างชาติที่มักหลีกเลี่ยงประเด็นความขัดแย้งหรือข้อครหาในสังคม ทั้งนี้ มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อกล่าวหาผ่านสื่อออนไลน์บางส่วน จนทำให้บางบริษัทมีความกังวลเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตนเอง แต่ทาง Microsoft พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีประเด็นปัญหาและยินดีเข้าร่วมเวทีดังกล่าว ขณะที่กระทรวงไม่สามารถบังคับให้บริษัทใดเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมได้ เนื่องจากการเชิญผู้ให้บริการเข้าร่วมเวทีเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง

 

 

 

ส่วนรู้สึกเสียกำลังใจหรือไม่ที่โครงการถูกตรวจสอบอย่างหนักจากสังคมและฝ่ายการเมือง 

นายพชร กล่าวว่า ไม่รู้สึกเสียกำลังใจ และมองว่าการตรวจสอบเป็นเรื่องที่ควรเกิดขึ้น เพราะโครงการที่ใช้งบประมาณของรัฐจำเป็นต้องเปิดให้สาธารณชนและฝ่ายการเมืองตรวจสอบได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งการตรวจสอบในระหว่างที่โครงการยังอยู่ระหว่างดำเนินการถือเป็นเรื่องที่ดีกว่าการรอให้โครงการสิ้นสุดหรือรอให้ผู้รับผิดชอบเกษียณอายุราชการไปแล้วจึงค่อยมาตรวจสอบ

 

และหากมีข้อสงสัยใดๆ ควรตรวจสอบให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับข้อเท็จจริงและสามารถคลี่คลายข้อกังขาต่าง ๆ ได้ พร้อมยืนยันว่าหากหน่วยงานดำเนินการด้วยความโปร่งใส พูดความจริง และสามารถทำให้โครงการเกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายได้ ก็พร้อมรับการตรวจสอบจากทุกฝ่าย

 


ส่วนหากพบการทุจริตในโครงการ จะมีการยกเลิกโครงการหรือไม่ 

นายพชร กล่าวว่า เราไม่พูดกันลอยๆ ดีกว่า และถ้ามีการทุจริตเราต้องยกเลิกอยู่แล้ว