เนชั่นทีวี

ข่าว

ปชน. จองกฐินซักฟอก 4 แผลใหญ่ โครงการ TH-AI Passport ส่อฮั้ว

12 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ปชน. จองกฐินซักฟอก 4 แผลใหญ่ โครงการ TH-AI Passport ส่อฮั้ว

“ป้อม ภาวุธ” สส.พรรคประชาชน แฉยับ 4 พิรุธโครงการ TH-AI Passport งบกองทุนดีอี 1,600 ล้าน ส่อล็อกสเปกเอื้อทุนใหญ่ จองกฐินซักฟอก 4 แผลใหญ่ “AI สีน้ำเงิน” เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“ป้อม ภาวุธ” สส.พรรคประชาชน แฉยับ 4 พิรุธโครงการ TH-AI Passport งบกองทุนดีอี 1,600 ล้าน ส่อล็อกสเปกเอื้อทุนใหญ่ จองกฐินซักฟอก 4 แผลใหญ่ “AI สีน้ำเงิน” เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

KEY

POINTS

  • แฉล็อกสเปก TOR เอื้อทุนใหญ่: พรรคประชาชนระบุว่า โครงการ TH-AI Passport ไม่ได้เกิดจากความต้องการของประชาชน แต่เป็นความพยายามดึงงบจากกองทุนดีอี โดยตั้งเงื่อนไขส่อ "ฮั้วประมูล" ล็อกให้เฉพาะบริษัทที่เคยรับงาน 400-800 ล้านบาท ซึ่งในไทยมีคู่เทียบเพียงไม่กี่บริษัทที่รู้จักกันดี

     
  • คำชี้แจงขัดแย้งความจริง: ย้อนแย้งคำแถลงของรัฐมนตรีดีอีในสภาที่อ้างว่าไม่ใช้ AI ฟรีอย่าง Gemini เพราะกลัวเสียอธิปไตยทางข้อมูลและต้องประมวลผลในไทย แต่ในเวทีประชาพิจารณ์ ตัวแทนบริษัทกลับยอมรับว่าจำเป็นต้องส่งข้อมูลไปประมวลผลที่ต่างประเทศอยู่ดี

     
  • โยงใยขบวนการ "ระบอบสีน้ำเงิน": ฝ่ายค้านชี้ว่าโครงการนี้เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของการทุจริตเชิงระบบในกลุ่ม "ระบอบสีน้ำเงิน" โดยพบเครือข่ายนักธุรกิจกลุ่มนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแกนนำพรรคการเมือง และพบพฤติกรรมการเขียน TOR ล็อกสเปกในลักษณะเดียวกันในอีกหลายโครงการไอทีของรัฐ

12 มิถุนายน 2569 พรรคประชาชน โดย สส. ป้อม-ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมหน้า หลังพบ 4 แผลใหญ่ส่อทุจริตในโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้ชัดว่า ทีโออาร์ล็อกสเปกและส่งข้อมูลประมวลผลต่างประเทศ ซึ่งขัดแย้งกับคำชี้แจงของรัฐมนตรีอย่างสิ้นเชิง พร้อมจับตาความสัมพันธ์เชื่อมโยงกลุ่มทุนเบื้องหลัง ระบอบสีน้ำเงิน ที่อาจขยายผลไปสู่โครงการไอทีภาครัฐอื่นๆ ต่อไป 


ดรามาโครงการ TH-AI Passport นั้นไม่จบง่ายๆ แม้เวทีรับฟังความคิดเห็นที่กระทรวงดีอีเปิดขึ้น จะจบไปแล้วเมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.) แต่ดรามายังไม่จบ และกระบวนการตรวจสอบของพรรคประชาชนก็ยังไม่จบด้วย 


“สส.ป้อม” ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และตัวแทนทีมเทคโนโลยีจากพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เนชั่นวิเคราะห์” ว่า พรรคประชาชนไม่สามารถปล่อยผ่านโครงการนี้ไปได้ เพราะมีความไม่โปร่งใสและส่อทุจริตแน่นอน

 

ฉะนั้นทางพรรคจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมหน้า เนื่องจากข้อมูลต่างๆ ที่ยังคงปรากฏออกมามีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่ามีความผิดปกติอย่างมากในโครงการ

 

กระทรวงดีอีจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น TH-AIpassport

กระทรวงดีอีจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น TH-AIpassport

 

  • สำหรับประเด็นที่จะตรวจสอบเชิงลึกและขยายผลต่อเพื่อใช้ในการอภิปราย มีอยู่ 4 หัวข้อหลัก คือ

 

 1.การเอื้อประโยชน์และกระบวนการที่ส่อ "ฮั้วประมูล" เพราะมีการกำหนดเงื่อนไขในทีโออาร์ (TOR) ล็อกให้เฉพาะบริษัทที่เคยรับงานระดับ 400-800 ล้านบาท ซึ่งเมื่อตรวจสอบย้อนหลังในรอบ 8 ปี มีบริษัทในประเทศที่มีสิทธิเข้าประมูลเพียง 10 กว่าบริษัท ซึ่งแต่ละบริษัทก็รู้จักกันดี จึงส่อแววว่าอาจเกิดกระบวนการ "ฮั้ว" โดยตั้งราคาอ้างอิงให้สูงไว้ก่อน

 

เพราะโครงการนี้ไม่ได้เกิดจากความต้องการของประชาชนตั้งแต่แรก แต่เป็นลักษณะของกลุ่มนายทุนหรือผู้มีอำนาจที่เห็นว่ามี "งบประมาณเหลือ" ในกองทุนดีอี จึงจัดทำโครงการขึ้นมาเพื่อดึงเงินก้อนนี้ออกมาใช้

 

 2.สิ่งที่เกิดขึ้นของโครงการสวนทางกับสิ่งที่รัฐมนตรีดีอีชี้แจงในสภาทั้งหมด โดยเฉพาะที่บอกว่าไม่ใช้เครื่องมือฟรีจาก Google เช่น Gemini เพราะกลัวเสีย "อธิปไตยทางข้อมูล" และยังบอกว่าการประมวลผลข้อมูลของคนไทยต้องอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งตอนที่ฟังคำตอบในสภา ก็ยังคิดว่าจะทำได้จริงหรือ

 

แต่เมื่อถึงเวทีรับฟังความคิดเห็นเมื่อวานนี้ ตัวแทนบริษัทกลับยอมรับว่าการประมวลผล AI ระดับสูงจำเป็นต้องส่งไปประมวลผลที่ต่างประเทศ ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่รัฐมนตรีเคยพูด และทำให้เกิดคำถามว่า หากต้องส่งไปต่างประเทศเหมือนกัน เหตุใดรัฐจึงไม่เลือกใช้ของฟรีที่มีการหยิบยื่นให้ แต่กลับยอมจ่ายเงินถึง 1,600 ล้านบาท

 

 

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

 3.โครงการนี้จงใจทำกันเงียบๆ ผ่านกองทุนที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการอนุมัติที่ซับซ้อนของรัฐสภา แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงจนเป็นข่าวใหญ่ ฝั่งผู้บริหารโครงการและปลัดกระทรวงจึงยอมเปลี่ยนเกม ยอมแถมฟังก์ชันเพิ่มการรองรับระบบจาก 139 คน เป็น 5,000 คนต่อครั้ง และใส่โมเดล AI เพิ่มเติมเพื่อลดกระแสวิจารณ์ของสังคม

 

 4. โครงการ TH-AI Passport เป็นเพียงแค่ "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" ของความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับ “ระบอบสีน้ำเงิน” เพราะปัจจุบันภาคประชาชนและทีมงานพรรคประชาชนกำลังขุดลึกไปถึง "ใต้ภูเขาน้ำแข็ง" ซึ่งพบว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างเครือข่ายนักธุรกิจกลุ่มนี้กับรัฐมนตรีและแกนนำพรรคสีน้ำเงิน โดยยังมีอีกหลายโครงการที่กำลังถูกตรวจสอบ และเขียนทีโออาร์เหมือนกันเป๊ะๆ จนน่าเชื่อว่าบริษัทเหล่านี้เป็นแหล่งเงินทุนที่เอื้อประโยชน์ให้แก่กันในเชิงระบบของระบอบสีน้ำเงินหรือไม่

 

“สส.ป้อม” ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และตัวแทนทีมเทคโนโลยีจากพรรคประชาชน


 

สส.ป้อม ภาวุธ บอกด้วยว่า แม้แต่เวทีรับฟังความคิดเห็นก็ยังมีความผิดปกติ มีการจัดฉากเหมือน “เกณฑ์คน" ไปร่วมเวที เช่น กลุ่มคุณป้าและกลุ่มวัยรุ่น นั่งรถตู้คันเดียวกันมาร่วมฟัง เป็นการจัดฉากสร้างความชอบธรรมให้โครงการ หลังจากที่เซ็นสัญญาไปเรียบร้อยแล้ว แทนที่จะรับฟังก่อนเริ่มโครงการ

 



ภาพประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมกิจกรรมที่กระทรวงดีอี ที่ สส.ป้อม ระบุว่าเป็นการขนคน