เนชั่นทีวี

ข่าว

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

01 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

ส่องนโยบายยกระดับ "กรุงเทพมหานคร" สู่เมืองแห่งความหลากหลายของ "ตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม." ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

"กรุงเทพมหานคร" กับ "LGBTQ+" ล้วนมีความเชื่อมโยง เกี่ยวข้องซึ่งกันและกันในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และภาพลักษณ์ ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองที่มี LGBTQ+ รวมตัวกันมากที่สุดของประเทศ เพราะเป็นเมืองหลวง และศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ คน LGBTQ+ จากต่างจังหวัด ต่างเข้ามาประกอบอาชีพ ทำงาน หรือศึกษาต่อ และยังเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy ที่กลุ่ม LGBTQ+ มีบทบาทสูง ทั้งในอุตสาหกรรมแฟชั่น ความงาม สื่อและบันเทิง การออกแบบ ศิลปะ การท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ยังถูกจัดอยู่ในเมืองที่เป็นมิตรกับ LGBTQ+ และเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว LGBTQ+ ทั่วโลก ดังนั้น กรุงเทพมหานคร จึงเป็นเมืองที่ได้รับโอกาส และประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากความหลากหลายทางเพศอย่างมาก 

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

ในโอกาสการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันที่ 28 มิถุนายนนี้ NationTV ขอรวบรวมตัวอย่างนโยบายที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQ+ ส่วนหนึ่ง มาเป็นตัวอย่างให้ชาวกรุงเทพฯ ได้พิจารณากัน 

:: "ชัชชาติ" พากรุงเทพฯ เจ้าภาพ WorldPride 2030 สู่ "Pride Destination" ส่งเสริมกรุงเทพฯ เป็นเมืองเท่าเทียมขยายบริการ "Pride Clinic" ครอบคลุมกลุ่ม LGBTQ+ ดันพนักงานสถานบริการกลางคืนเข้าถึงสิทธิสุขภาพ ::

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ ในฐานะอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าผลักดันกรุงเทพฯ สู่เมืองแห่งความหลากหลายระดับโลก และเจ้าภาพ WorldPride 2030 ซึ่งกรุงเทพฯ มีความหลากหลายทางเพศ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่เปิดกว้าง พร้อมทั้งมีพัฒนาการด้านสิทธิความเท่าเทียมที่สำคัญ เช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียม และยังมีพลังของภาคธุรกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยว และชุมชน LGBTQ+ ที่ทำให้เมืองมีชีวิตชีวาจนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

 

นายชัชชาติ จะต่อยอดจุดแข็งนี้ เพื่อผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็น "Pride Destination" ระดับโลก โดยมีเป้าหมายเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 ผ่านการสนับสนุนกิจกรรมระดับนานาชาติ โดยกรุงเทพมหานคร จะพัฒนาพื้นที่และบริการที่เป็นมิตรกับความหลากหลาย ส่งเสริม ระบบนิเวศของธุรกิจ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างเปิดกว้าง ปลอดภัย และภาคภูมิใจในตัวตนของตนเอง

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

นายชัชชาติ ยังชู 4 เทศกาลในกรุงเทพฯ ให้เป็น World Class Festival ดึงดูดนักท่องเที่ยว ได้แก่ สงกรานต์, ลอยกระทง, Bangkok Pride และเคานต์ดาวน์ปีใหม่สำคัญ เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เช่น งาน ‘Water festival’ หรือสงกรานต์ งาน ‘Pride Festival’ ที่สร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 4,500 ล้านบาท หรืองาน ‘River Festival’ ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่มากกว่า 2.8 ล้านบาท เป็นต้น พร้อมพัฒนาพื้นที่และเส้นทาง, โครงสร้างพื้นฐาน, เชื่อมผู้จัดงานภาครัฐ เอกชน และชุมชนให้วางแผนร่วมกัน และยืดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว โดยการพัฒนาโปรแกรมท่องเที่ยว ตลาด ร้านค้า และกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่โดยรอบ

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

นายชัชชาติ ยังจะส่งเสริมให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งความเท่าเทียม (DEI City) โดยนำหลัก Diversity, Equity, Inclusion มาใช้เป็นมาตรฐานในการออกแบบนโยบายและบริการสาธารณะทุกด้าน ให้คนทุกกลุ่มสามารถใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างเท่าเทียม ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี ผ่านแนวทางสำคัญ อาทิ การพัฒนาเครื่องมือบริหาร เช่น Gender-responsive Budgeting และการประเมินผลกระทบด้านความเท่าเทียม (Equity Impact Assessment) เพื่อให้ทุกนโยบายตอบโจทย์คนทุกกลุ่มจริง, การออกแบบบริการสาธารณะและพื้นที่เมืองที่คำนึงถึงความหลากหลายของเพศ วัย ผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ, การส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนร่วมพัฒนามาตรฐาน DEI ในสถานที่ทำงาน การจ้างงาน และการให้บริการ เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและไม่เลือกปฏิบัติ, การสนับสนุนเครือข่ายภาคประชาสังคม ธุรกิจ และชุมชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบายเมืองที่สะท้อนความต้องการของคนทุกกลุ่ม และพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดด้านความเท่าเทียมของเมือง เพื่อใช้ติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

 

นายชัชชาติ ยังจะขยายบริการ "Pride Clinic" ให้ครอบคลุมเรื่องการวางแผนครอบครัว เพราะคนจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQ+ ยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เข้าใจความหลากหลายของชีวิต ทั้งเรื่องสุขภาวะทางเพศ การวางแผนครอบครัว การมีลูก หรือการดูแลหลังการแปลงเพศ ทำให้หลายคนต้องเผชิญความกังวลหรือต้องค้นหาข้อมูลเหล่านี้ด้วยตัวเอง โดยจะยกระดับ "Pride Clinic" ทั้ง 26 แห่งให้เป็นพื้นที่สุขภาพที่เข้าใจและโอบรับความหลากหลาย ขยายบริการให้ครอบคลุมการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์, ตัวตนความหลากหลายทางเพศ ครอบครัว การมีลูก และคำแนะนำเกี่ยวกับการแปลงเพศ สุขภาพจิตและสุขภาวะทางเพศ พร้อมพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ และระบบบริการที่เคารพตัวตนของทุกคน เพื่อให้คนกรุงเทพฯ เข้าถึงการดูแลสุขภาพที่เหมาะกับชีวิต ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ รวมถึง "การผลักดันการเข้าถึงสิทธิสุขภาพของพนักงานสถานบริการกลางคืน" เพราะพนักงานสถานบริการกลางคืนจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานทั้งบริการสุขภาพ สวัสดิการ แม้จะเป็นกลุ่มคนทำงานที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเมือง แต่หลายคนยังต้องทำงานท่ามกลางความไม่มั่นคง การตีตรา และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสุขภาพ กรุงเทพมหานคร จะต้องจะส่งเสริมให้พนักงานบริการเข้าถึงบริการตรวจสุขภาพ การให้คำปรึกษา และสวัสดิการทางสังคมมากขึ้น พร้อมผลักดันการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนากลไกคุ้มครองสิทธิแรงงานและความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานและใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างปลอดภัย ไม่ถูกตีตรา และได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม

 

:: “ชัยวัฒน์” ชู AI-CCTV สร้างกรุงเทพฯ ง่าย ๆ ปลอดภัยสำหรับทุกคน ::

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ตั้งเป้าทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ง่ายสำหรับทุกคน รวมถึงกลุ่ม LGBTQ+ เพราะก่อนหน้านี้กรุงเทพฯ เคยได้รับรางวัลระดับ Gold ด้านความเท่าเทียม เป็นเมืองแรกของเอเชียจาก UNDP และยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ทำให้กลุ่ม LGBTQ+ อยากเดินทางเข้ามา 

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

นายชัยวัฒน์ ยังจะยกระดับด้านความปลอดภัย ทำให้ กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ปลอดภัยสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ โดยใช้สิ่งที่กรุงเทพฯ มีอยู่แล้ว เช่น กล้อง CCTV มาใช้กับเทคโนโลยี AI เพื่อช่วยตรวจสอบภาพบนกล้อง CCTV แบบ Real-time เมื่อเกิดเหตุที่น่าสงสัย กล้อง CCTV จะต้องส่งการแจ้งเตือนไปยังตำรวจในทันที พร้อมทั้งแจ้งพิกัดว่าเกิดขึ้นที่ใด เพื่อให้ตำรวจสามารถลงมาตรวจสอบสถานที่ได้ทันเวลา ซึ่งจะทำให้คนกรุงเทพฯ มีความปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงกลุ่ม LGBTQ+ ที่มาท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเวลากลางคืน 

 

:: "อนุชา" หนุนกรุงเทพฯ เจ้าภาพ "Pride World 2030" อาสาเดินหน้าเตรียมความพร้อมเมืองดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมทำกรุงเทพฯ เปิดกว้าง-ปลอดภัยกับชาว LGBTQ+ ขจัดอุปสรรค-ระเบียบเอื้อชาว LGBTQ+ ::

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ จะทำให้กรุงเทพฯ มีความเปิดกว้าง เป็นพื้นที่ปลอดภัยกับชาว LGBTQ+ มีทัศนคติที่ดีระหว่างกัน ไม่บูลลี่กัน พร้อมจะต้องให้เจ้าหน้าที่ เข้าใจถึงความเท่าเทียมในการให้บริการต่าง ๆ ทั้งสำนักงานเขต สถานพยาบาล สถานศึกษา รวมถึงทำให้กรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์กลางการแสดงออก และผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพ Pride World 2030 ด้วย ซึ่งก็จะต้องเตรียมความพร้อมของเมือง และสนับสนุนให้สำเร็จ 

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

ส่วนนโยบายการให้บริการ เช่น การให้บริการสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับชาว LGBTQ+ นั้น นายอนุชา บอกว่า ปัจจุบันกฎระเบียบอาจจะยังไม่ครอบคลุม ดังนั้น ก็จะต้องไปขจัดอุปสรรค ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ได้เน้นย้ำความเท่าเทียมในสังคม ให้ได้รับการบริการ เพื่อชาว LGBTQ+ ได้รับการบริการ และการปฏิบัติได้จริง 

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

นายอนุชา ยังกล่าวถึงแนวทางการผลักดันกรุงเทพมหานครให้ดึงดูดนักท่องเที่ยว LGBTQ+ ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพการใช้จ่ายสูงว่า กรุงเทพฯ มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ซึ่งหากกรุงเทพฯ สนับสนุนกิจกรรมอื่น ๆ นอกเหนือจาก Bangkok Pride ด้วย ก็จะเป็นประโยชน์กับกรุงเทพฯ ด้วย

 

:: "มัลลิกา" ประกาศสร้างกรุงเทพฯ เมืองเสรีปลอดภัย LGBTQ+ เท่าเทียม - ตรวจฟรี HIV-Hormone Clinic - ส่งเสริม SMEs LGBTQ+ เพิ่มรายได้เศรษฐกิจกลางคืน ::  

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ เปิดเผยถึงนโยบายและการสนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ ในระดับกรุงเทพมหานครว่า จะต้องไม่ใช่แค่การจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่จะต้องเป็น “ยุทธศาสตร์เมือง” ที่เชื่อมทั้งเศรษฐกิจ ความปลอดภัย สุขภาพ การศึกษา และโอกาสในการใช้ชีวิตของทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยยุทธศาสตร์ Bangkok Equality City เมืองที่ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย เท่าเทียม และมีศักดิ์ศรี เมืองปลอดภัยสำหรับทุกเพศ (Safe City) ลดความรุนแรง การคุกคาม และการเลือกปฏิบัติ

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

นางมัลลิกา ระบุแนวทางว่า จะต้องเพิ่มไฟส่องสว่าง ร่วมกับ AI และ CCTV ในจุดเสี่ยง มี Panic Button เชื่อมตำรวจ-เทศกิจ-โรงพยาบาล Safe Zone รอบสถานศึกษา ผับ บาร์ สถานีขนส่ง ระบบแจ้งเหตุคุกคามทางเพศผ่านแอพลิเคชันกรุงเทพมหานคร และจะต้องอบรมเจ้าหน้าที่กรุงเทพฯ เรื่อง Gender Sensitivity และวัดผล KPI ลดคดีคุกคามทางเพศ เพิ่มความรู้สึกปลอดภัยกลางคืน

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

นางมัลลิกา ยังระบุว่า จะต้องเพิ่มสิทธิการเข้าถึงบริการเมืองอย่างเท่าเทียม ปรับเอกสารราชการให้ใช้คำนำหน้าตามอัตลักษณ์ ห้องน้ำ Universal Design หรือ Gender Inclusive ในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร ให้รองรับบริการสุขภาพของชาว LGBTQ+ และระบบรับเรื่องร้องเรียนการเลือกปฏิบัติ พร้อมเพิ่มบริการ คลินิกสุขภาพจิตตรวจ HIV ฟรี Hormone Clinic มาตรฐานศูนย์ให้คำปรึกษาครอบครัว 

ส่องนโยบายตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ฉลองชาว LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month

ด้านเศรษฐกิจนั้น นางมัลลิกา ระบุว่า จะต้องมีแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และโอกาสการทำงาน “Diversity Economy” มีแนวทางส่งเสริม SME LGBTQ+ Bangkok Creative District สนับสนุนธุรกิจแฟชั่น ศิลปะ ดิจิทัล คอนเทนต์ กองทุนผู้ประกอบการรายเล็ก AI Matching Job Platform ลดอคติการจ้างงาน

 

นางมัลลิกา ยังตั้งเป้าการดันกรุงเทพฯ เป็น Creative Capital ของเอเชีย เพิ่มรายได้เศรษฐกิจกลางคืน (Night Economy)

 

ด้านการศึกษาและวัฒนธรรมนั้น นางมัลลิกา ระบุว่า จะมีหลักสูตร Respect & Diversity ในโรงเรียนสังกัด กทม. Anti-Bullying Policy ศูนย์เยาวชนสร้างพื้นที่ปลอดภัย สนับสนุนกิจกรรมศิลปะ ดนตรี วัฒนธรรมร่วมสมัย ลดการกลั่นแกล้งในโรงเรียน มี Smart Health & Mental Health ใช้แนวทาง Telemedicine,Mental Health AI Screening, Mobile Clinic, ศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตาย และภาวะซึมเศร้า สุขภาพใจเป็นวาระเมือง กฎหมายและนโยบายเมืองเท่าเทียม

 

สำหรับบุคลากรของกรุงเทพมหานครนั้น นางมัลลิกา บอกว่า มีแนวทาง Bangkok Equality Charter คู่มือราชการไม่เลือกปฏิบัติ คณะกรรมการ Diversity & Human Rights เปิดรับบุคลากร กทม. อย่างเท่าเทียมส่งเสริมพื้นที่สาธารณะสำหรับทุกคน แนวทางมีสวนสาธารณะ 24 ชั่วโมง Public Space สำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์ ถนนคนเดิน ศิลปะ ดนตรี เมืองที่เดินได้จริง Walkable City ใช้ AI และ Data วางนโยบายอย่างแม่นยำ ใช้ AI Governance Heatmap จุดเสี่ยงคุกคาม วิเคราะห์พื้นที่เปราะบาง Dashboard คุณภาพชีวิต Real-time Urban Safety Monitoring สร้างOpen City of Asia”กรุงเทพสามารถวางตัวเป็น เมืองเสรี เมืองปลอดภัย เมืองเศรษฐกิจกลางคืน เมืองที่เคารพศักดิ์ศรีมนุษย์