เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดทุกคำพูด 'รุ่งเรือง ธิมาบุตร' ท้าชนอธิบดีปกครอง

30 พ.ค. 2569 | thunchanok_kul

เปิดทุกคำพูด 'รุ่งเรือง ธิมาบุตร' ท้าชนอธิบดีปกครอง

"ผมไม่โง่คุยกับ AI 5 เดือน!" เปิดทุกคำพูด 'รุ่งเรือง ธิมาบุตร' ท้าชนอธิบดีปกครอง ปมแชตหลุดสั่ง “ช่วยสีน้ำเงินด้วย” ยันไม่เกี่ยว "ศึกซ้อนศึก" เบี่ยงประเด็นเปลี่ยนตัวปลัด มท.

30 พฤษภาคม 25699 กรณี "แชทหลุด" สะเทือนกระทรวงมหาดไทย ที่เผยแพร่โดย นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งอ้างว่าเป็นการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์กับ อธิบดีกรมการปกครอง โดยมีข้อความสั่งการทางการเมืองว่า "ช่วยน้ำเงินด้วย" ก่อนการเลือกตั้ง นำมาสู่การเปิดหน้าท้าชน ฟ้องดำเนินคดีกับผู้บังคับบัญชาระดับสูง

นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร กล่าวในรายการ ข่าวข้นข้นข่าว เนชั่นทีวี แสดงถึง เจตนา และจุดยืนของข้าราชการระดับปลัดจังหวัด ที่กล้าประกาศศึกกับอธิบดีเจ้านายสายตรง ท่ามกลางข้อครหาเรื่องส่วยป่าตอง และมรสุมการเมืองภายในกระทรวงคลองหลอด

ประเด็นแรกที่สังคมตั้งข้อสงสัยคือ แชทไลน์ดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการใช้เทคโนโลยีสร้างภาพขึ้นมา (AI) นายรุ่งเรืองได้ตอบโต้ประเด็นนี้อย่างดุเดือด พร้อมยืนยันว่าตนเองได้เก็บพยานหลักฐานไว้อย่างรัดกุมที่สุด

“ผมสนทนากับท่านประมาณ 5 เดือนนี่ ไม่ได้มีเรื่องนี้อย่างเดียวนะครับ มีเรื่องอื่น... เรื่องรายงานเหตุการณ์ต่างๆ แล้วก็ท่านก็สั่งการด้วยทางไลน์มาหลายเรื่อง"

"ยืนยันนะครับว่า 5 เดือนที่ผ่านมาเนี่ย เคยรับราชการของผมมา 30 ปีเนี่ย ยืนยันได้เลยครับว่า ผมคงไม่โง่ที่จะคุยกับ AI  คงไม่ได้โต้ตอบกับ AI อยู่ 5 เดือนกว่า คุยกับคนเป็นๆ จริงๆ"

นอกจากนี้ นายรุ่งเรืองยังระบุว่าได้ทำ "การบ้าน" มาเป็นอย่างดี เพื่อป้องกันการถูกตอบโต้หรือการลบแชททิ้งจากอีกฝั่ง

"ผมอัดวิดีโอในเรื่องของไลน์ต่างๆ ไว้ อัดแล้วก็ถอดการสนทนาของไลน์ไว้หมดแล้วนะครับ ไม่ว่าท่านจะลบยังไงก็ตาม การสนทนาของผมกับท่านก็ยังคงอยู่ตลอดไป"

"ถ้าท่านมั่นใจว่าไม่ใช่ไลน์ท่าน หรือถ้าท่านว่าผมคุยกับ AI ผมพร้อมไปตรวจสอบกับหน่วยงานไหนก็ได้ หาผู้เชี่ยวชาญมา แล้วก็เอาเบอร์มือถือผมกับเบอร์มือถือท่าน ก็จะรู้ว่าความจริงหรือใครไม่จริงกัน แต่ผมมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์"

เมื่อถูกตั้งคำถามถึงข้อความที่ตนเองตอบกลับเจ้านายว่า "100% ครับนาย" หลังจากได้รับคำสั่ง "ช่วยน้ำเงินด้วย" นายรุ่งเรืองชี้แจงว่า เป็นเพียงการตอบรับตามมารยาทและสัญชาตญาณของข้าราชการชั้นผู้น้อยเมื่อถูกผู้บังคับบัญชาสั่งการกะทันหัน

"ด้วยความตกใจนะว่า ก็ต้องบอกนายก่อน 100% ก็ต้องตอบตามวิถี แต่ว่าแนวทางปฏิบัติก็เป็นอีกเรื่องหนึง รู้สึกงงว่าผมก็ไม่ได้สนิทกับท่าน แต่ว่าท่านไลน์มาแบบนี้ ก็ต้องตอบไปก่อน แบบนี้"

สำหรับสาเหตุที่ตัดสินใจนำแชทมาเปิดเผยและฟ้องร้องผู้บังคับบัญชาในจังหวะที่ตนเองเพิ่งถูกย้ายออกจากพื้นที่ภูเก็ต (ปมถูกร้องเรียนส่วยป่าตอง) นายรุ่งเรืองยอมรับว่า ตนพร้อมรับการตรวจสอบเรื่องส่วย แต่สิ่งที่รับไม่ได้คือพฤติกรรมของผู้บังคับบัญชา

พร้อมกันนี้ นายรุ่งเรือง ประกาศฟ้องร้องอธิบดีกรมการปกครองใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

  • คำสั่งย้ายมิชอบ ท่านออกคำสั่งโดยมิชอบนะครับ อันนี้ที่ย้ายผมมาเนี่ยเพราะผิดจริงๆ เป็นอำนาจของปลัดกระทรวง
  • ปล่อยเอกสารลับทางราชการหลุด ท่านปล่อยปละละเลยให้เอกสารลับทางราชการซึ่งท่านดูแลอยู่ที่กรมการปกครองหลุดมายังประชาชนได้อย่างไร เพื่อดิสเครดิตผม
  • สั่งการให้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ผมมีฟ้องข้อหาท่านสั่งการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย สั่งให้ผมกระทำการผิดเลือกตั้ง โดยท่านสั่งให้ผมช่วยพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่า การออกมาแฉครั้งนี้เป็น "ศึกซ้อนศึก" เพื่อสกัดขาอธิบดีกรมการปกครองไม่ให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงมหาดไทย" นายรุ่งเรืองได้ปฏิเสธความเชื่อมโยงทางการเมือง และยืนยันว่าเป็นการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตนเอง

"ผมตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยตนเองด้วยสติสัมปชัญญะ ไม่มีพรรคการเมืองใดหนุนหลัง และผมก็ไม่ได้ไปฟ้องพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ผมไม่ได้ฟ้องรัฐบาล ผมฟ้องผู้บังคับบัญชาที่มีนโยบายไม่ดี มีข้อสั่งการไม่ดีแล้วก็ลุแก่อำนาจนะ วันนี้ผมอยากจะทำให้เป็นแบบอย่างว่า ไม่ว่าข้าราชการชั้นไหนก็ตาม จะรังแกข้าราชการชั้นผู้น้อยไม่ได้นะ ต้องให้ความเป็นธรรมและต้องให้ความเมตตา”

เมื่อถูกถามย้ำถึงประเด็นการสกัดเก้าอี้ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายรุ่งเรืองทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า

"ผมไม่ทราบเรื่องนี้ ผมทราบว่าผมต้องนำท่านเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผลคดีเป็นยังไง ผมเนี่ยยอมรับในโชคชะตา เพราะผมได้ทำเต็มที่แล้ว ไม่ใช่ว่าเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แล้วจะรังแกข้าราชการชั้นผู้น้อย จะย้ายตามอำเภอใจ ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสียเกียรติเสียศักดิ์ศรีไม่ได้นะ”

ทั้งหมดนี้คือ "วาทะ" และการเปิดหน้าชนของ ปลัดรุ่งเรือง ธิมาบุตร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวลึกในระบบสายการบังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทย บทสรุปของการงัดข้อครั้งประวัติศาสตร์นี้จะลงเอยอย่างไร พยานหลักฐานที่มีจะสามารถมัดตัวผู้ถูกกล่าวหาได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่สังคมต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด