เนชั่นทีวี

ข่าว

ผ่าสเปก "TH-AI Passport" แจกประชาชน ที่แท้แค่ "ChatBot" เวอร์ชันฟรีทั่วไป

30 พ.ค. 2569 | thamsathit_pol

ผ่าสเปก "TH-AI Passport" แจกประชาชน ที่แท้แค่ "ChatBot" เวอร์ชันฟรีทั่วไป

"รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์" กูรูเทคโนโลยีแถวหน้าของเมืองไทย ชำแหละTOR แจก"TH-AI Passport" ให้ประชาชน ชี้สเปกไส้ในขัดแย้งความเป็นจริง-ล็อคเงื่อนไขทำได้แค่ “ChatBot" เวอร์ชันฟรีทั่วไป เตือนรัฐบาลสร้างความเข้าใจผิดให้สังคม

30 พฤษภาคม 2569 รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์  ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลแถวหน้าของประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี (IMC Institute) ซึ่งเป็นสถาบันฝึกอบรมและให้คำปรึกษาด้านไอทีชั้นนำ อีกทั้งยังเป็นวิทยากรและนักวิชาการผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไทยสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) และเทคโนโลยี  โพสต์ข้อความ ผ่านเพจ  Thanachart Numnonda  ถึงข้อถกเถียง TH-AI Passport  ซึ่งรัฐบาลเตรียมใช้งบ 1.6 พันล้าน แจกเอไอฟรีแก่ประชาชน  

รศ. ดร.ธนชาติ  โพสต์ข้อความว่า ผมคิดว่าเรายังสับสนกันมากเรื่องของ TH-AI Passport และเข้าใจผิดคิดว่า เราจะได้ AI เวอร์ชัน Pro ฟรี ถ้าเข้าไปดู TOR และสิ่งที่จะพัฒนาขึ้น "มันคือ Feature ทั่วไปของเวอร์ชั่นฟรี" แต่มีจุดเด่นเพียงแค่เล่น Model หลากหลายแต่อาจจำกัดที่จำนวน Token ที่ให้ใช้ และมีจุดเด่นในการกำหนด Data Localization

 

รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์  ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี (IMC Institute)

ขออนุญาตให้ข้อเสนอทางเทคนิคอีกรอบ เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจตามนี้

ความเข้าใจผิดพื้นฐานที่สุดของ TOR ฉบับนี้ คือการใช้คำว่า "ผลิตภัณฑ์/ยี่ห้อ Generative AI" ปนกับ "โมเดล" ราวกับเป็นสิ่งเดียวกัน ในความเป็นจริงระบบ Generative AI สมัยใหม่แบ่งเป็นอย่างน้อย 2 ชั้น:


ชั้นที่ 1Foundation Model / LLM (ชั้นโมเดล): คือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ผ่านการเทรนบนข้อมูลมหาศาล ทำหน้าที่ทำนาย token ถัดไป เช่น GPT-5.5, GPT-5.4 Thinking (ของ OpenAI), Gemini 3.1 Pro / Gemini 3.5 Flash (ของ Google), Claude Opus 4.8 / Sonnet 4.6 (ของ Anthropic) โมเดลเหล่านี้เข้าถึงได้ผ่าน API และเป็น "เครื่องยนต์" ที่อยู่ข้างใน

ชั้นที่ 2Application / Product (ชั้นแอป): คือผลิตภัณฑ์ที่ห่อหุ้มโมเดลด้วย UI, เครื่องมือ, หน่วยความจำ (memory), ตัวเชื่อมต่อ (connectors), ระบบ agent, ระบบจัดการไฟล์ ฯลฯ เช่น ChatGPT (แอป) ที่ข้างในใช้โมเดลตระกูล GPT-5.x; Gemini (แอป) ที่ใช้โมเดล Gemini 3.x; Claude (แอป) ที่ใช้โมเดล Opus/Sonnet

ยกตัวอย่างง่าย ๆ: ChatGPT คือแอป ส่วน GPT-5.5/GPT-5.4 คือโมเดลที่อยู่ในแอป เช่นเดียวกับ Gemini (แอป) ใช้ Gemini 3 (โมเดล) และ Claude (แอป) ใช้ Claude Opus 4.x (โมเดล)

ความแตกต่างนี้สำคัญอย่างยิ่งต่อการวิจารณ์ TOR เพราะ:

1) ฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ทั่วไปประทับใจ (Deep Research, Canvas, Custom GPTs, Operator) เป็นฟีเจอร์ของ ชั้นแอป ไม่ใช่ความสามารถที่ติดมากับ API ของโมเดลโดยตรง


2) การ "ซื้อสิทธิ์ใช้โมเดลผ่าน API" กับการ "ให้ผู้ใช้เข้าถึงแอป Pro จริง" เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง — TOR ดูจะต้องการอย่างหลัง แต่กลไกที่ทำได้จริงคืออย่างแรก

 

3) แนวโน้มปี 2026 คือ "convergence" — โมเดลเรือธงดูดความสามารถ multimodal เข้าไปในตัว (Gemini 3 Pro ประมวลผล text/image/audio/video ใน context เดียว) ทำให้เส้นแบ่งเบลอขึ้น แต่เส้นแบ่งระหว่าง "โมเดลผ่าน API" กับ "แอปสำเร็จรูปพร้อมฟีเจอร์" ยังคมชัดเสมอ

เพื่อให้เข้าใจชัดเจนผมให้ Opus 4.6 Deep Research (ที่เป็นเวอร์ชั่น Pro) เปรียบเทียบ Feature ต่างๆของ AI App เวอร์ชั่น $20 ของสามเจ้าดัง กับสิ่งที่เราจะพัฒนาขึ้น (TH-AI Passport) แล้วเอามาให้ ChatGPT วาดภาพให้ดู เราจะเห็นได้ว่า Feature ยังแตกต่างกับเวอร์ชั่น "Plus/Pro ทั่วไป" ที่คนส่วนใหญ่ใช้ (ระดับ $20 ) อยู่มาก

นอกจากนี้สิ่งที่ขัดแย้งใน TOR กับความเป็นจริงอีกข้อคือการกำหนด Data Localization ขัดกับการเข้าถึง Frontier Model อย่างรุนแรง เพราะ Model ต่างๆเหล่านี้จะประมวลผลในต่างประเทศ


ดังน้้น AI App ที่จะแจกคงไม่ใช่เวอร์ชัน Pro และเทียบเท่าได้แค่ ChatBot เวอร์ชั่นฟรีทั่วไปที่มีอยู่ แต่จุดเด่นคือเป็น App ที่พัฒนาโดยคนไทย ถ้าตั้งวัตถุประสงค์ให้ถูกจุด เน้นให้มีการใช้ Data ในประเทศที่มี Domain เฉพาะทาง ลงทุน. Server เพื่อการใช้ Local LLM ก็จะเป็นประโยชน์มากขึ้น

3 ปมร้อน ขอบเขตงาน (TOR) ของโครงการ "TH-AI Passport"

ทั้งนี้ เนชั่นทีวี สรุป มุมมองความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ ได้ว่า  รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี (IMC Institute) ชำแหละขอบเขตงาน (TOR) ของโครงการ "TH-AI Passport"  โดยเตือนว่าประชาชนกำลังสับสนและเข้าใจผิดคิดว่าจะได้ใช้งาน AI ระดับ Pro ฟรี แต่เมื่อไปดูรายละเอียดเชิงเทคนิคกลับพบความจริง 3 ข้อหลัก ดังนี้

ผ่าสเปก "TH-AI Passport" แจกประชาชน ที่แท้แค่ "ChatBot" เวอร์ชันฟรีทั่วไป
•สเปกต่ำเทียบเท่าของฟรี  ฟีเจอร์ที่ระบุใน TOR เช่น การอัปโหลดเอกสารวิเคราะห์ไฟล์ เขียนโค้ด หรือสร้างภาพ แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ AI เวอร์ชันฟรีในปัจจุบัน (เช่น ChatGPT free) ทำได้อยู่แล้ว   ส่วนฟีเจอร์ระดับ Pro ของจริง เช่น Deep Research หรือ Agent Mode กลับไม่มีระบุไว้

•ไม่ระบุโควตา Token: โครงการตั้งเป้าให้คนใช้ 5 ล้านคน แต่ไม่กำหนดจำนวน Token (ปริมาณการประมวลผล) ซึ่งหากใช้โมเดลตัวท็อป (Frontier Model) จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก  สุดท้ายผู้รับจ้างจะถูกบีบให้สลับไปใช้โมเดลราคาถูกแทน ทำให้ประชาชนไม่ได้ใช้เวอร์ชัน Pro อย่างแท้จริง 


•เงื่อนไขย้อนแย้งในตัวเอง TOR กำหนดให้ใช้โมเดลระดับ Top 5 ของโลก   แต่กลับบังคับให้เก็บและประมวลผลข้อมูลในประเทศไทย 100% (Data Localization)  ซึ่งในความเป็นจริง โมเดลชั้นนำเหล่านั้นล้วนประมวลผลบน Cloud ต่างประเทศ   เงื่อนไขนี้จึงไม่มีทางเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ