“อนุชา บูรพชัยศรี” ชูสมาร์ทฟาร์ม ดันกรุงเทพฯ ตะวันออกสู่ครัวเมือง
31 พ.ค. 2569 | prisana_tha

“อนุชา บูรพชัยศรี” ลงพื้นที่หาเสียง ชูนโยบายยกระดับตลาดสดอัจฉริยะ หนุนสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ดันกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเป็นครัวของคนกรุง สร้างรายได้ชุมชน
ข่าว
31 พ.ค. 2569 | prisana_tha

“อนุชา บูรพชัยศรี” ลงพื้นที่หาเสียง ชูนโยบายยกระดับตลาดสดอัจฉริยะ หนุนสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ดันกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเป็นครัวของคนกรุง สร้างรายได้ชุมชน
KEY
POINTS
31 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอรรถวิทย์ เซะวิเศษ ผู้สมัคร ส.ก.เขตสะพานสูง พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตลาดสัมมากร ย่านรามคำแหง พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ, นายกรณ์ จาติกวณิช, นายสกลธี ภัททิยกุล, นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ เพื่อหาเสียงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.2569 และ ส.ก. บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนต่างทักทาย ขอถ่ายรูป รวมทั้งสะท้อนสภาพเศรษฐกิจ ต่อทั้งผู้สมัครฯผู้ว่าฯ กทม. และนายอภิสิทธิ์
นายอนุชา เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ตลาดสัมมากรถือว่ามีจุดเด่น ในการนำเทคโนโลยีให้ลูกค้าสามารถสแกนตาม QR Code เลือกพิกัดร้านค้าได้อย่างสะดวกและแม่นยำ และยังลิงก์ไปกับการสแกนจ่ายเงินได้ รวมทั้งสามารถจัดอันดับร้านค้าที่ได้รับความสนใจได้แบบ real Time ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ และยังสามารถบริหารจัดการความสะอาดได้เป็นอย่างดี ลบภาพตลาดสดแบบเดิมได้
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร สามารถเข้าไปบริหารจัดการ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ตลาดและการจัดเก็บขยะ แยกขยะได้ รวมถึงการจัดการจราจร ให้มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ไม่ใช่แค่ให้ผู้ค้า หรือเอกชนดำเนินการเอง ซึ่งสิ่งใดที่ กทม. สามารถเข้ามาเสริมได้ในเรื่องของความสะดวกปลอดภัย ก็จำเป็นจะต้องเข้ามาเสริมในทุกด้าน เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการดูแลความปลอดภัยติดตั้งกล้องวงจรปิด มีเจ้าหน้าที่เดินตรวจตราเพื่อดูแลความปลอดภัยและทรัพย์สินของทั้งผู้ค้าและประชาชน
ส่วนการต่อยอดและยกระดับตลาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น นายอนุชา เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบาย เน้นเรื่องความสะอาดเพื่อให้ทุกคนได้สบายใจ มีมาตรการเข้ามาเสริมเพื่อไม่ให้การปรุงอาหารเกิดการรบกวนคนรอบข้าง หรือเกิดมลพิษ เช่น การจัดเก็บไขมันของเสียจากตลาด ที่จะต้องมีบ่อพักเป็นมาตรฐานเดียวกัน
นายอนุชา เปิดเผยด้วยว่า ในช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นเดือน Pride Month ซึ่งเย็นวันนี้ (31 พ.ค.) ตนจะร่วมเดินพาเหรดที่ถนนสีลม ถือเป็นงานที่สำคัญของทุกปี สำหรับนโยบายส่งเสริมความหลากหลายทางเพศของพรรคประชาธิปัตย์นั้น พรรคจะชูจุดเด่น โดยเริ่มที่องค์กรของ กทม. เพราะความหลากหลายทางเพศอยู่ในทุกส่วนของราชการ จะต้องเข้าไปดูสัดส่วนให้มีความเหมาะสม พร้อมเข้าไปดูกฎระเบียบ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ จะต้องคำนึงถึงความหลากหลายทางเพศ
จากนั้น นายอนุชา พร้อมคณะ และนายเชิดพันธุ์ เตียไพบูลย์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตหนองจอก พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้บ้านครูแดง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อหารือถึงการผลักดันนโยบายการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนและเกษตรกรรมในพื้นที่ชานเมือง
นายอนุชา ระบุว่า บางครั้งคนกรุงเทพฯ อาจจะนึกภาพไม่ออกว่า ยังมีพื้นที่ที่ปลูกข้าวหรือการเกษตร เพื่อเป็นเศรษฐกิจหลักอยู่ ซึ่งเกษตรกรกรุงเทพฯ อยากให้ กรุงเทพฯ มาเติมเต็มและสนับสนุนโดยเฉพาะโอกาสและอนาคต โดยเฉพาะนโยบายสร้างรายได้ท่องเที่ยวชุมชน และเกษตรชานเมือง เพื่อให้สามารถที่จะเป็นได้มากกว่าปัจจุบันที่เป็นอยู่
นายอนุชา เปิดเผยถึงการลงพื้นที่และวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า โซนกรุงเทพฯ ชั้นนอก โดยเฉพาะทางตะวันออก ยังมีการทำเกษตรกรรมอยู่มาก เช่น ที่หนองจอกมีการปลูกข้าวกันเยอะ ส่วนที่มีนบุรีมีการปลูกหญ้าขาย ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงทำสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ทำให้ผลตอบแทนยังไม่สูงเท่าที่ควร
พรรคประชาธิปัตย์ จึงมีแนวคิดที่จะผลักดันพื้นที่โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก ให้เป็น "เกษตรเพื่อครัวของคนกรุงเทพฯ" โดยจะเข้าไปแนะนำและส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่ตลาดมีความต้องการสูง เช่น ไทม์ (Thyme), ทารากอน (Tarragon) และ ผักไฮโดรโปนิกส์ โดยปรับรูปแบบการเพาะปลูกไปสู่ระบบ "สมาร์ทฟาร์มมิ่ง" (Smart Farming) ที่อาจมีการนำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) มาใช้เพื่อลดต้นทุน
นายอนุชา กล่าวต่อว่า การผลักดันนโยบายนี้ กรุงเทพมหานครจะเป็นผู้ให้ความรู้และหาตลาดรองรับ ผ่านกลไกของ สำนักพัฒนาสังคม ซึ่งปัจจุบันดูแล โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ทั้ง 10 แห่ง ที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่
โดยปกติแล้ว หลักสูตรของโรงเรียนฝึกอาชีพอาจจะยังไม่ค่อยเป็นไปตามกระแสโลกนัก (เช่น อาหารและเบเกอรี่, ช่างไฟฟ้า, ช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศ, เสริมสวย ฯลฯ) นโยบายใหม่จึงเตรียม บรรจุหลักสูตรการทำฟาร์มพืชเศรษฐกิจ เข้าไปเพิ่มเติม เพื่อสร้างผู้ประกอบการเกษตรยุคใหม่
นอกจากนี้ จะให้สำนักพัฒนาสังคมหรือสำนักงานเขต ทำหน้าที่หาตลาดและจับคู่ (Match-making) ให้กับเกษตรกร โดยส่งตรงผลผลิตพรีเมียมเหล่านี้ไปยังร้านอาหารระดับยอดนิยม ร้านที่ได้รับดาวมิชลิน (Michelin Guide) และร้านระดับไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) ซึ่งมีอยู่มากมายในกรุงเทพฯ เพื่อสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นรูปธรรม
ข่าวล่าสุด