ไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล! ส่องรัฐศาสตร์ถอดรหัส "อาร์เซน่อล" แชมป์พรีเมียร์ลีกรอบ 22 ปี
31 พ.ค. 2569 | ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น วิเคราะห์ความสำเร็จของอาร์เซน่อล ผ่านเลนส์ทฤษฎีรัฐศาสตร์และกลยุทธ์ยึดครองอำนาจนำของ มิเกล อาร์เตต้า
Exclusive
31 พ.ค. 2569 | ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น วิเคราะห์ความสำเร็จของอาร์เซน่อล ผ่านเลนส์ทฤษฎีรัฐศาสตร์และกลยุทธ์ยึดครองอำนาจนำของ มิเกล อาร์เตต้า
แวดวงลูกหนังอังกฤษจารึกประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่เมื่อสโมสร "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล สามารถกลับมาผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี ซึ่งหากส่องกล้องมองผ่านเลนส์มุมคิดทางรัฐศาสตร์ จะพบว่าความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการแข่งขันฟุตบอลยุคใหม่นี้ ไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์หรือโชคช่วย ทว่ามีสัญญาณเชิงทฤษฎีและ โครงสร้างการบริหารจัดการอำนาจ แฝงตัวอยู่เบื้องหลังอย่างเด่นชัด
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้เขียนบทความเชิงวิเคราะห์ถอดรหัสความสำเร็จ ระบุดังนี้
.....
จริง ๆ แล้วฟุตบอลกับรัฐศาสตร์มีความใกล้กันกว่าที่หลายคนคิด เพราะทั้งสองเรื่องล้วนเกี่ยวข้องกับ อำนาจ (Power) ภาวะผู้นำ (Leadership) สถาบัน (Institutions) ความชอบธรรม (Legitimacy) และการระดมความศรัทธาของผู้คน (Mobilization)
แม้ใน UEFA Champions League ฤดูกาลนี้ จะพ่ายการดวลจุดโทษให้กับปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เก่าปีที่ผ่านมา แต่ตลอด 120 นาที อาร์เซนอลเสมอ 1-1 แบบขึ้นนำก่อนตั้งแต่ห้านาทีแรก หากนับเฉพาะผลการแข่งขันในเวลาแข่งขันปกติและช่วงต่อเวลาพิเศษ ทัพปืนใหญ่ไม่แพ้ทีมใดเลยตลอดศึก UEFA Champions League ฤดูกาลนี้ สามารถเรียกได้ว่า “ไร้พ่าย” (invincible) ในเกมปกติได้เช่นกัน
เมื่อผนวกกับการคว้าแชมป์ Premier League ครั้งแรกในรอบ 22 ปี ฤดูกาล 2025–26 จึงเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ของอาร์เซนอล
การกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกของ Arsenal ในฤดูกาล 2025-26 หลังจากรอคอยยาวนานถึง 22 ปี ไม่ใช่เพียงเรื่องราวของฟุตบอล หากแต่เป็นกรณีศึกษาชั้นดีของ “การสร้างอำนาจ การจัดการสถาบัน และการเปลี่ยนผ่านผู้นำ” ที่สามารถอธิบายได้หลากหลายผ่านแว่นทางแนวคิด/ทฤษฎีรัฐศาสตร์
เพราะหากมองให้ลึก อาร์เซนอลไม่ได้ชนะเพราะนักเตะเก่งขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ชนะเพราะสามารถสร้างระเบียบทางการเมืองภายในองค์กรใหม่ขึ้นมาได้สำเร็จ หลังเผชิญความล้มเหลว ความคาดหวัง และแรงกดดันต่อเนื่องหลายปี จนสุดท้ายเปลี่ยนจากทีมยามเฝ้าถ้วย เป็นทีมแชมป์อย่างแท้จริง
การได้มาซึ่งแชมป์พรีเมียร์ลีกของอาร์เซนอลใน รอบ 22 ปี อาจพิจารณาจากกรอบทางรัฐศาสตร์ในการวิเคราะห์ได้ ดังนี้
รัฐศาสตร์สายสถาบันนิยมเชื่อว่า ความสำเร็จขององค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการสร้างกติกา วัฒนธรรม และโครงสร้างที่มั่นคง
ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา อาร์เซนอลผ่านทั้งยุคทอง ยุคตกต่ำ และยุคเปลี่ยนผ่าน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ สโมสรเลือกไม่ล้มกระดานทุกครั้งที่ผิดหวัง
ในขณะที่หลายสโมสรเปลี่ยนผู้จัดการทีมแทบทุกฤดูกาล อาร์เซนอลกลับยืนหยัดกับโครงการระยะยาวของมิเกล อาร์เตต้า แม้จะจบอันดับสองติดต่อกันหลายปี และถูกตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าเรื่องดีเอ็นเอของผู้แพ้ แต่ท้ายที่สุด ความอดทนต่อเนื่องขององค์กรได้เปลี่ยนความต่อเนื่องให้กลายเป็นความได้เปรียบเชิงสถาบัน
ลักษณะเดียวกันนี้เหมือนกับการบริหารรัฐสมัยใหม่ที่ว่า ประเทศหรือองค์กรที่ประสบความสำเร็จ มักไม่ใช่ผู้ที่เปลี่ยนทุกอย่างเร็วที่สุด แต่เป็นผู้ที่สร้างสถาบันให้แข็งแรงพอจะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด
หนึ่งในแก่นสำคัญของภาวะผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง คือ การทำให้ผู้ตามเชื่อว่าพวกเขาสามารถเป็นคนที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็น
อาร์เตตาไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อจัดแท็กติก แต่เข้ามาเพื่อเปลี่ยนจิตวิทยาของสโมสร จากทีมที่เคยหวาดระแวงความผิดพลาด กลายเป็นทีมที่เชื่อว่าตัวเองมีสิทธิ์เป็นแชมป์
จากทีมที่ถูกล้อเลียนว่าเป็นแค่ยาม กลายเป็นทีมที่เรียนรู้จากความพ่ายแพ้สามฤดูกาลติดต่อกัน จนเปลี่ยนความชอกช้ำให้กลายเป็นขุมพลังทางจิตวิทยา
ในทางรัฐศาสตร์ ภาวะผู้นำลักษณะนี้คล้ายผู้นำการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่สามารถสร้างจินตนาการร่วม (Collective Imagination) ให้สังคมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นไปได้จริง และเมื่อผู้คนเชื่อ พวกเขาก็พร้อมจะลงมือทำสิ่งที่เมื่อก่อนคิดว่าทำไม่ได้
นักคิดมาร์กซิสต์ชาวอิตาลีอย่างอันโตนิโอ กรัมชี (Antonio Gramsci) นำเสนอว่า ผู้ชนะที่แท้จริงไม่ใช่ผู้ที่ครอบครองกำลัง แต่คือผู้ที่ครอบครองความชอบธรรมทางความคิด
หลายปีที่ผ่านมา พรีเมียร์ลีกถูกครอบงำโดยวาทกรรมว่า แชมป์เป็นเรื่องของเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ เท่านั้น แต่ฤดูกาลนี้ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ค่อย ๆ สร้างวาทกรรมใหม่ว่า พวกเขาไม่ใช่ผู้ท้าชิงอีกต่อไป แต่เป็นผู้มีสิทธิ์ครองอำนาจ
เมื่อทีมสามารถทำให้ทั้งแฟนบอล สื่อ และคู่แข่งยอมรับสถานะดังกล่าวได้ อำนาจเชิงสัญลักษณ์ก็เริ่มเปลี่ยนมือ การได้แชมป์จึงไม่ใช่จุดเริ่มต้นของอำนาจนำ แต่เป็นผลลัพธ์ของการสร้างอำนาจนำสำเร็จแล้วนั่นเอง
ในทางรัฐศาสตร์ ผู้นำจะอยู่รอดได้ ไม่ใช่เพราะมีอำนาจ แต่เพราะมีความชอบธรรมรองรับ
ก่อนหน้านี้ อาร์เตตาถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าพาสโมสรไปไม่ถึงเป้าหมาย แต่เมื่อผลงานเริ่มสม่ำเสมอ การเล่นมีเอกลักษณ์ และนักเตะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความชอบธรรมของเขาก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
จนเมื่อคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ ความชอบธรรมดังกล่าวก็ถูกสถาปนาอย่างสมบูรณ์ ซึ่งไม่ต่างจากรัฐบาลที่ช่วงแรกถูกตั้งคำถาม แต่เมื่อสามารถส่งมอบผลลัพธ์ทางนโยบายที่ประชาชนสัมผัสได้ ความชอบธรรมก็จะเกิดขึ้นเองโดยไม่จำเป็นต้องร้องขอ
บางทีคำอธิบายที่สำคัญที่สุดของแชมป์ครั้งนี้อาจไม่ใช่เรื่องแท็กติก แต่เป็นเรื่องความสามารถในการฟื้นตัว
อาร์เซนอลเคยล้มเหลวหลายครั้ง เคยนำหัวตารางคะแนนแล้วถูกแซง เคยถูกมองว่าขาดประสบการณ์ เคยถูกตราหน้าว่าเป็นทีมที่รับแรงกดดันไม่ได้ อ่อนชั้นเชิง ปราศจากคุณสมบัติการเป็นแชมป์ แต่ทุกความผิดหวังกลับถูกเปลี่ยนเป็นบทเรียน
ทางรัฐศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า Resilience หรือความสามารถของระบบในการปรับตัวหลังเผชิญวิกฤต องค์กรที่แข็งแรงที่สุดไม่ใช่องค์กรที่ไม่เคยล้ม แต่คือองค์กรที่ล้มแล้วลุกได้เร็วกว่าเดิม
ฤดูกาลนี้ อาร์เซนอลพิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเขาไม่เพียงลุกขึ้นได้ แต่สามารถเดินไปถึงยอดเขาสูงสุดที่รอคอยมานานถึง 22 ปีได้สำเร็จอย่างสมภาคภูมิ
หากมองผ่านเลนส์รัฐศาสตร์ การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกของอาร์เซนอลไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์ และไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่คือผลลัพธ์ของการสร้างสถาบันที่มั่นคง การมีผู้นำที่สร้างแรงศรัทธา การสั่งสมความชอบธรรม การสร้างอำนาจนำทางความคิด และการเรียนรู้จากความล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง
ในโลกการเมือง เรามักได้ยินกันว่า “อำนาจไม่ได้เป็นของผู้ที่แข็งแรงที่สุด แต่เป็นของผู้ที่อยู่รอดได้นานที่สุด” และในปี 2026 อาร์เซนอลได้พิสูจน์ประโยคนั้นอีกครั้งบนสนามฟุตบอล
หลังรอคอยมา 22 ปี ปืนใหญ่ไม่ได้กลับมายิงเข้าเป้าเพราะโชคช่วย แต่เพราะพวกเขาสร้างเงื่อนไขแห่งชัยชนะขึ้นมาด้วยตัวเอง จนไม่มีใครหยุดได้อีกต่อไป
… ขอแสดงยินดีจากใจจริง สำหรับปีทองของปืนใหญ่ อาร์เซนอล ผ่านเลนส์รัฐศาสตร์ในสายตาของผม …
(บทความโดย ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช)
ข่าวล่าสุด