ส่วนที่ก่อนหน้านี้ที่นายนฤชา ซึ่งควบตำแหน่งคณะกรรมการ ปปง. ได้ใช้กลไกของ ปปง. ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ภูเก็ตและพื้นที่สุราษฎร์ธานี พบความผิดอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายนฤชา กล่าวว่า ต้องรอรายงานที่ชัดเจนอีกครั้ง และคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน โดยตนกำลังติดตามในเรื่องนี้อยู่
ส่วนที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่า เร็วๆ นี้จะมีปฏิบัติการลงพื้นที่เกี่ยวกับนอมินีที่รุกพื้นที่สาธารณะอีกครั้ง แสดงว่ามีกลุ่มเหล่านี้อยู่ใช่หรือไม่ นายนฤชา กล่าวว่า มีอยู่หลายพื้นที่ เหมือนที่พวกเรารู้
ข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มีคำสั่งกรมการปกครองที่ 1512/2569 เรื่อง ให้ข้าราชการช่วยราชการ โดยระบุว่า ตามที่ปรากฏข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กรณีการร้องเรียนของประชาชน และตัวแทนผู้ประกอบการสถานบันเทิงในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อหน่วยงานราชการนั้น
เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และเพื่อให้กระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปโดยรวดเร็ว สร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และลดผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ อาศัยอำนาจตามมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงมีคำสั่งให้ข้าราชการช่วยราชการที่กรมการปกครองเป็นการประจำ จำนวน 5 คน ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. – 24 มิ.ย. 2569 ประกอบด้วย ปลัดจังหวัดภูเก็ตให้ช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง, นายอำเภอเมืองภูเก็ตให้ช่วยราชการที่สำนักบริหารการปกครองท้องที่ กรมการปกครอง, นายอำเภอถลางให้ช่วยราชการที่กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง, นายอำเภอกะทู้ให้ช่วยราชการที่กองการสื่อสาร กรมการปกครอง, ป้องกันจังหวัดภูเก็ตให้ช่วยราชการที่สำนักงานเลขานุการกรม กรมการปกครอง
รายงานข่าวแจ้งว่า คำสั่งดังกล่าวเพื่อประโยชน์ทางราชการ และเพื่อให้กระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน