มติ ก.ต. ไล่ออกตุลาการเอื้อคู่ความ-งดเลื่อนเงินเดือน
13 ก.ค. 2569 | titayu_pur

สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติลงโทษวินัยร้ายแรงสั่งไล่ออกข้าราชการตุลาการเอื้อประโยชน์คู่ความ และสั่งงดเลื่อนเงินเดือนอีกราย 2 ปี
ข่าว
13 ก.ค. 2569 | titayu_pur

สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติลงโทษวินัยร้ายแรงสั่งไล่ออกข้าราชการตุลาการเอื้อประโยชน์คู่ความ และสั่งงดเลื่อนเงินเดือนอีกราย 2 ปี
KEY
POINTS
13 กรกฎาคม 2569 สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ได้เผยแพร่ผลการประชุม ก.ต. ครั้งที่ 18/2569 ซึ่งมีมติลงโทษวินัย ข้าราชการตุลาการ 2 ราย โดยรายแรกถูกสั่ง ไล่ออก ทันที หลังพบพฤติการณ์ทุจริตเอื้อประโยชน์คู่ความ ส่วนรายที่สองถูกลงโทษ วินัยไม่ร้ายแรง สั่งงดเลื่อนเงินเดือน 2 ปี เหตุเรียกคืนสำนวนคดีขัดระเบียบพระธรรมนูญศาล เพื่อธำรงความยุติธรรมและความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน
ที่ห้องประชุมราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 3 อาคารศาลยุติธรรม ถนนราชดำเนินใน นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการ ครั้งที่ 18 /2569 โดยนอกจากเรื่องเห็นชอบบัญชี โยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติ ในวาระที่น่าสนใจดังนี้ ที่ประชุม ก.ต.พิจารณารายงานผลการสอบสวนข้าราชการตุลาการ 2 ราย
รายแรก มีพฤติการณ์คบหาสมาคมกับคู่ความ หรือบุคคลอื่น ซึ่งมีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับคดีความ มีพฤติการณ์จ่ายสำนวนในลักษณะที่เป็นการช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อันอาจกระทบต่อความเชื่อถือศรัทธาของบุคคลทั่วไปในการประสาทความยุติธรรม
ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ลงโทษไล่ออกจากราชการ
สำหรับตุลาการที่ถูกลงโทษและออกจากราชการ เคยเป็นอดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง ในเขตพื้นที่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ถูกร้องเรียนกรณีมีภาพวงจรปิด เข้าไปในบ้านคู่ความของตระกูล ณรงค์เดช และถูกร้องว่ามีส่วนช่วยเหลือในคดีพิพาทเกี่ยวกับประเด็นเรียกทรัพย์คืน และปลดอายัดเงินปันผลหุ้น ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านบาท
รายที่สอง เป็นรองอธิบดีผู้พิพากษาในศาลเดียวกัน มีพฤติการณ์เสนอความเห็นในการเรียกสำนวนคดีของศาลแห่งหนึ่งคืน ซึ่งเป็นการไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของราชการ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 33
เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เห็นควรให้งดเลื่อนตำแหน่งหรืองดเลื่อนเงินเดือน 2 ปี
สำหรับรองอธิบดีผู้พิพากษาที่ถูกลงโทษ งดเลื่อนตำแหน่งหรืองดเลื่อนเงินเดือน 2 ปี เป็นคนเดียวกับที่เคยเป็นข่าวว่า ระหว่างที่ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ได้เคยแจ้งข้อเท็จจริงเป็นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ ก.ต. ว่ามีการเสนอจากอธิบดีผู้พิพากษาในศาลเดียวกัน ซึ่งขณะที่ตนดำรงตำแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลนั้น เป็นเงินจำนวน 100 กิโลกรัม (100 ล้านบาท) เพื่อให้เพิกถอนการอายัดทรัพย์ แต่ไม่ได้ดำเนินการตามที่ร้องขอ