เปิดปูมหลัง “เสี่ยเล็กหาดฟรีด้อม” ที่หลายคนไม่เคยรู้
14 พ.ค. 2569

เปิดปูมหลัง “เสี่ยเล็กหาดฟรีด้อม” ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน แม่เฒ่าคนพื้นเพ เล่าถึงวันแรกที่เห็น “เสี่ยเล็ก” ก้าวเข้ามาในพื้นที่ แทบจะเป็นคนละคนกับในวันนี้
ข่าว
14 พ.ค. 2569

เปิดปูมหลัง “เสี่ยเล็กหาดฟรีด้อม” ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน แม่เฒ่าคนพื้นเพ เล่าถึงวันแรกที่เห็น “เสี่ยเล็ก” ก้าวเข้ามาในพื้นที่ แทบจะเป็นคนละคนกับในวันนี้
14 พฤษภาคม 2569 หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ไปหาดฟรีด้อม จ.ภูเก็ต เมื่อวานนี้ (13 พ.ค. 69) และมีชาวบ้านที่เป็นผู้เสียหายถูก “เสี่ยเล็ก” ผู้ต้องหาคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด รวม 4 คดี กว่า 10 ไร่ เข้ายึดที่ดิน และหลอกขายที่ดิน ไปถือป้าย ขอให้นายกฯช่วยเหลือ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็รับปากกับชาวบ้านว่า หลังจากนี้จะไม่มีใครมาข่มขู่ได้อีกแล้ว และนายกฯจะอยู่ข้างประชาชน ขอให้ทำมาหากินตามปกติได้เลย
ล่าสุดวันนี้ (14 พ.ค. 69) น.ส.ไอศวรรย์ สงวนนามสกุล อายุ 47 ปี หรือคุณไอซ์ นักธุรกิจที่ถูกหลอกซื้อที่ดินจากเสี่ยเล็ก สูญเงินไป 5 ล้านบาท เล่าว่า จุดเริ่มต้นเลยอยากมาหาที่ลงทุนทำธุรกิจใหม่ และอยากย้ายมาอยู่แถวๆหาดฟรีด้อม เพราะมาดูพื้นที่แล้วชอบความสงบ สวยงาม เลยมาเซ้งร้านอาหาร ต่อจากเสี่ยเล็ก เพราะเสี่ยเล็ก เขาอ้างว่า เขาเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น และมีการทำสัญญาเซ้งร้าน เมื่อเดือน พ.ค. 67 จากนั้นจึงปรับปรุงร้านอาหารไปเรื่อยๆ กระทั่งเห็นว่า ร้านพื้นที่แคบ ระหว่างปรับปรุงร้านจึงขอซื้อที่ข้างๆร้านอาหาร รวม 600,000บาท จ่ายเงินไปหมดแล้ว และหลังจากนั้นก็มีการซื้อขายที่กันเพิ่มเติมอีก รวมถึงที่ดินเปล่าที่อยากจะเอามาปลูกบ้านด้วย
เหตุผลที่ ทำให้หลงเชื่อเสี่ยเล็ก เพราะเขาอ้างว่า ที่ดินมี สค.1 ซึ่งเธอเห็นว่า แม้ไม่ใช่โฉนด แต่ก็ซื้อขายอยู่อาศัยได้ และตอนแรกเขาเป็นคนพูดจาดีมากๆ อวดอ้างตัวเองโปรไฟล์ดูดี เสี่ยเล็ก อ้างกับเธอว่า เขามีที่ดิน 80กว่าไร่ และเคยเป็นเจ้าของเหมืองทอง แต่ตอนนี้ อยากจะเปลี่ยนไปทำพัฒนาอสังหาฯ พูดสร้างตัวเองทุกอย่างให้ดูน่าเชื่อถือ ดูหรูหรา และครอบครัวของเสี่ยเล็กก็น่ารัก จนเธอหลงไว้ใจ
จนในที่สุด จุดแตกหักคือ หลังจากเธอกำลังจะเปิดร้าน ก็พบว่า เสี่ยเล็ก ไปทำร้านอาหารเปิดแข่งกับเธอ ประกอบกับตอนนั้น เงินของเธอเริ่มหมดแล้ว ก็เห็นพฤติกรรมของเสี่ยเล็กเปลี่ยนไป เริ่มหาเรื่องทะเลาะ มีพฤติกรรมก้าวร้าว พูดจาไม่ดีแตกต่างจากตอนแรกๆที่จะขายที่ดิน และทะเลาะกันจนกระทั่งเดือน ธ.ค.68 เธอขนของย้ายออกมา และเกิดการฟ้องร้องกัน
“สุดท้ายเราถามเขาว่า ป๋าจะโกงเหรอ เขาตอบว่า โกงยังไง แล้วก็เริ่มหาเรื่องทะเลาะ มาเป็นสเต็ป จนสุดท้ายเริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าว ทั้งหมดของพี่โดนไป 5 ล้านกว่า ของเพื่อน 5.5 ล้าน มีความหวังว่า อยากได้เงินคืน ถ้าเป็นไปได้ก็อยาก เพราะอยากได้เพราะต่อลมชีวิต ทุกวันนี้ต้องเป็นหนี้เป็นสิน เพราะไปกู้เงินมาลงทุน ฝากบอกไปยังเสี่ยเล็กด้วยว่า อยากให้พูดความจริง”
ส่วนพฤติกรรมของเขาเป็นมาเฟียไหม คุณไอซ์ บอกว่า ก็มีเหตุผลที่เป็นไปได้ เพราะบุคคลทั่วไป ใครจะพกปืน4-5 กระบอก ตอนกลางคืน ถ้าไม่เรียกอิทธิพลแล้วจะเรียกอะไร
ทั้งนี้ คุณไอซ์ ชี้ให้ดูที่ดินเปล่าที่ซื้อจากเสี่ยเล็ก เป็นจุดที่กรมป่าไม้ เข้าตรวจยึดเพราะเป็นพื้นที่ป่าสงวน และตอนที่คุณไอซ์มาซื้อที่ดิน ก็ยังไม่มีการติดป้ายและตัวหนังสือสีแดงว่าเป็นที่ดินของเสี่ยเล็กหรือนายปรินทร คาดว่าจะมีการนำมาติดหลังจากมีปัญหากันแล้ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจยึด
ด้าน นางสายใจ อายุ 77ปี ผู้เสียหายที่ถูกยึดที่ดินทำกินไปทั้งหมด 29 ไร่ 3 งาน 20 ตารางวา เล่าว่า ที่ดินของยาย เป็นที่ดินตั้งแต่บรรพบุรุษ ที่ได้รับการจัดสรรให้ทำกิน และทำกินมาตั้งแต่ปี 2497 จะมีทั้งสวนยางพารา และปลูกบ้านไว้ 2 หลัง จนปี 2564 มีคนงานที่ไม่มีที่อยู่อาศัย มาขอช่วยทำงานกรีดยาง เลยทำสัญญาจ้าง และยายให้ข้าวให้น้ำ ให้อยู่ในสวน จนกระทั่งปี 2566 คนงานยึดที่ดินของยายไปเป็นของตัวเอง ด้วยการเอากุญแจไปล็อกไม่ให้ยายเข้าไปในสวนของตัวเองอีก แล้วก็เข้าสู่การฟ้องร้องคดีในชั้นศาล จนถึงปัจจุบัน
ยายสายใจ มองว่า คนสวนคงทำคนเดียวไม่ได้ ต้องมีเสี่ยเล็ก อยู่เบื้องหลังแน่ๆ เพราะยายเคยถูกข่มขู่จนไม่สามารถเข้าไปในที่ดินของตัวเองได้
“หลังถูกยึดที่ไป ก็มีมาข่มขู่ มีลูกน้องมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาขู่เรา ไม่ให้เราเข้าไปในที่สุด เราก็ลำบากมานานแล้ว ไม่ได้เข้าที่ตัวเองเลย”
ยายสายใจบอกว่า เดิมเสี่ยเล็กเป็นคนไม่มีอะไร มากางเต็นท์อยู่ในที่ ที่ถูกตรวจยึด ไม่ได้เป็นเสี่ยตั้งแต่แรก เป็นแค่ลูกกระจ๊อก แล้วมาตั้งต้นเป็นเสี่ย
“รู้จักเสี่ยเล็ก เห็นเขามาอยู่ตรงป่าสงวน เอาเต็นท์มานอน พร้อมหอบลูกๆมา เป็นคนลำบาก จากนอนเต็นท์ เป็นบังกะโล และพื้นฐานไม่ใช่คนที่นี่”
ยายสายใจ บอกด้วยว่า พอได้เห็นนายกรัฐมนตรีมา ก็มีความหวังว่าจะได้ที่คืน เพราะยายก็สู้มาตลอด ทั้งนี้หากได้ที่กลับมา ก็อยากจะเอาไว้ให้ลูกหลานได้อยู่อาศัย ทำกิน
ข่าวล่าสุด