พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า พรรคภูมิใจไทย ในการร่วมรัฐบาล ต้องการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อนำเงินไปสนับสนุนการแข่งขัน MotoGP และกระทรวงคมนาคม ที่คุมพื้นที่การรถไฟ ป้องกันการถูกฟ้อง รวมถึงกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลกรมที่ดิน จนมีการบีบอธิบดีกรมที่ดินให้ลาออก และมีการแต่งตั้งใหม่
สังเกตได้จากสมัยที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีการสั่งเพิกถอน
แต่เมื่อนายอนุทิน กลับมาดำรงตำแหน่ง ก็ยกเลิกการเพิกถอน ซึ่งพฤติกรรต่าง ๆ ถือเป็นเป็นความผิดตามจริยธรรม ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ฝ่าฝืนจริยธรรม ทำให้คุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลง
และนายไชยชนก ที่มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และครอบครองที่ดิน เมื่อดำรงตำแหน่งแล้ว
เหตุใดจึงไม่คืนที่ดิน และในการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ยังเป็นผู้บริหารสนามแข่งรถ และสนามฟุตบอลดังกล่าว
ซึ่งถือว่า เป็นความผิด จึงต้องถอดถอนด้วย โดยหลังจากนี้ ตนจะพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อขอให้ร่วมกันเข้าชื่อ เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ส่วนจะใช้เวลาในการรวบรวมรายชื่อนานหรือไม่นั้น
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ บอกว่า คนเราถ้ารู้กฎหมาย พูดแปปเดียวเซ็นได้เลย เหมือนพระราชกำหนดกู้เงินของรัฐบาล ที่ตนไม่ต้องดูรายละเอียดคำร้องฝ่ายค้าน และเซ็นทันทีโดยไม่ต้องดูรายละเอียด แต่บางทีก็มี สส.ไม่ค่อยรู้ อ่านแล้วอ่านอีกกว่าจะเซ็นได้ ดังนั้น ตนจึงยังคาดไม่ได้ว่า จะแล้วเสร็จเมื่อใด แต่ของมีความชัดเจนอยู่แล้ว และทำเพื่อประเทศชาติ
ถ้า สส.ไม่ลงชื่อ มัวแต่จะเป็น สส.พรรคฝ่ายคอย ต่อไปก็ไม่ต้องคบกัน และตนจะลาออกจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน มาเป็นอิสระเสียงเดียว และจะยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.แทน
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังระบุว่า ตนเองยังเตรียมเดินทางไปจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะประชาชน เพื่อแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับตระกูลชิดชอบฐานบุกรุกที่ดินเขากระโดง และหากผู้ว่าการรถไฟคนใหม่ ยังนิ่งเฉย ก็จะโดนด้วย
#เสรีพิศุทธ์ #อนุทิน #ไชยชนก #ที่ดินเขากระโดง #เขากระโดง #ชิดชอบ #บุรีรัมย์ #จริยธรรมรัฐมนตรี #การเมืองไทย #เสรีรวมไทย