เนชั่นทีวี

ข่าว

“กรณ์” แนะรัฐบาลเอาจริงปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณประเทศ

01 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

“กรณ์” แนะรัฐบาลเอาจริงปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณประเทศ

“กรณ์” แนะรัฐบาลเอาจริงปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณประเทศ ก่อนนักลงทุนหนี เงินบาทอ่อนค่า เงินเฟ้อสูงขึ้น – จี้ ก.คลัง ทบทวนภาษีนิติบุคคล แทนการรีดภาษี VAT-เงินได้บุคคล

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ว่า งบประมาณ 2570 สะท้อนความไร้อนาคต และไม่มั่นใจว่า รัฐบาลตระหนักถึงความเปราะบางในโครงสร้างงบประมาณของประเทศมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะงบประมาณรายจ่ายประจำของประเทศ และรายได้ของรัฐบาลเท่ากัน 3,000,000 ล้านบาท และเงินการลงทุนทุกบาท ทุกสตางค์ที่จะนำไปสู่การลงทุน ต้องมาจากการกู้ และประเทศกำลังติดกับดักกฎหมายวินัยการเงินการคลัง และกฎหมายหนี้สาธารณะ และโครงสร้างการคลัง 

นายกรณ์ ยังแสดงความกังวลว่า โครงสร้างรายได้ของรัฐบาลย้อนหลัง 4-5 ปี คุณภาพการจัดเก็บภาษี เทียบกับเศรษฐกิจโดยรวมลดลงทุกปี จึงมีแนวโน้มที่ในปีหน้ารายจ่ายประจำของรัฐบาล จะมากกว่ารายได้ ทำให้ต้องมีการกู้เงิน เพื่อมารับรายจ่ายประจำในการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ จ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ และจ่ายเงินกู้ เมื่อสถานะงบประมาณยังเป็นเช่นนี้ ทำให้ปัญหาที่ตามมา จะต้องออกพระราชกำหนดเงินกู้อีกครั้ง เพื่อจ่ายเงินเดือนข้าราชการ หรือชำระนี้ และต้องกู้เช่นนี้ทุกปี และกู้เรื่อย ๆ รวมถึงอาจต้องแก้พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง แก้ไขการกำหนดสัดส่วนงบประมาณ 20% ที่จะต้องนำเงินไปลงทุน หรือแก้กฎหมายงบประมาณ เพื่อให้รัฐบาลกู้ขาดดุลงบประมาณเท่าใดก็ได้ แต่ไม่ว่า จะเลือกทางใดประเทศจะเสียหายทั้งสิ้น นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ จะย้ายหนีทั้งหมด เงินบาทจะอ่อนค่า เงินเฟ้อจะสูงขึ้น ประชาชนจะเดือดร้อนกันทั่วหน้า ดังนั้น ประเทศไทยมีปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจจริง และการจัดทำงบประมาณแบบปีที่ผ่านมา ไม่ตอบโจทย์ประเทศแล้ว ฉะนั้น รัฐบาลจะต้องไม่ทำตัวเหมือนทองไม่รู้ร้อน

นายกรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตั้งเป้าจะพาประเทศไทยไปสู่ประเทศรายได้สูง ใน 12 ปี ซึ่งรัฐบาลจะต้องลงทุน 30% ของงบประมาณว่า ตนเองก็คล้อยตาม แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า ในปีนี้แค่ 20% ก็แทบไม่มีเงินแล้ว และ 30% รัฐมนตรีฯ จะทำอย่างไร รวมถึงรัฐบาล ยังตั้งเป้าพาประเทศไทยเป็นสมาชิก OECD ในปี 2571 ซึ่งเงื่อนไขการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล จะต้องอยู่ที่ 35% ของ GDP แต่ประเทศไทยยังห่างไกลมาก ซึ่งตนมั่นใจว่า ประเทศไทยทำได้ แต่ไม่ได้ด้วยรัฐบาลดำเนินการอยู่ หรือการตราพระราชกำหนดเงินกู้ หรือโอนงบประมาณ 

นายกรณ์ ยังกล่าวถึงแผนของกระทรวงการคลังในการหารายได้ให้ประเทศ ด้วยการปฏิรูปภาษี ที่จะทำให้ประเทศมีรายได้กว่า 440,000 ล้านบาทต่อปี แต่ 90% มาจากการเพิ่มภาษี VAT และที่เหลือมาจากภาษีรายได้ส่วนบุคคล ดังนั้น ภาระจึงไปตกที่ประชาชน โดยไม่มีการกล่าวถึงรายได้นิติบุคคล เรียกร้องให้รัฐบาลกลับมาทบทวนอัตราภาษีนิติบุคคลที่เหมาะสม เพราะที่ผ่านมา 10 ปี มีการลดอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 20% โดยไม่มีแผนรองรับถือเป็นเรื่องที่ล้มเหลวที่สุดของกระทรวงการคลัง ทำให้ประเทศเสียรายได้ให้กับประชากรที่ร่ำรวย และนายทุนที่ถือหุ้นในประเทศโดยที่ประชาชนคนไทยไม่ได้อะไรเลย และอัตรา 20% ยังจัดเก็บได้จริงไม่เกิน 5%

นายกรณ์ ยังเห็นว่า รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รับชัน เพราะถ้าไม่แก้ไขปัญหานี้ การจัดเก็บภาษีก็จะเก็บไม่ได้ พร้อมยกตัวอย่างกรณีการสำรวจความเห็นของประชาชน ที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร.สำรวจหน่วยงานราชการหน่วยใดเรียกเก็บส่วยมากที่สุด โดยกรมสรรพากร และกรมสรรพสามิต ของกระทรวงการคลัง ติดอันดับด้วย ดังนั้น จึงไม่แปลกใจว่า เหตุใดการจัดเก็บภาษีจึงลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงเรียกร้องให้รัฐบาลมีความจริงใจ และจริงจัง ในการปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณของประเทศ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมให้ความร่วมมือ

ข่าวล่าสุด