เนชั่นทีวี

ข่าว

“ประธานวิปรัฐบาล” ยกงบฯ 70 เป็นงบฯ “ปรุงจืด” ฟื้นฟูการคลังประเทศ

01 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

“ประธานวิปรัฐบาล” ยกงบฯ 70 เป็นงบฯ “ปรุงจืด” ฟื้นฟูการคลังประเทศ

“ประธานวิปรัฐบาล” ยกงบฯ 70 เป็นงบฯ “ปรุงจืด” รักษาประเทศมากกว่าภาพลักษณ์ เริ่มปรับสมดุล-ฟื้นฟูการคลัง สร้างวินัยการเงิน วางรากฐานประเทศ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล อภิปรายสรุปภาพรวมร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวาระแรก โดยยอมรับว่า ร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ฉบับนี้ เป็นงบประมาณแบบ “ปรุงจืด” จืด ๆ อึน ๆ ไม่มีสีสัน ไม่เผ็ดร้อน แต่สวยแบบธรรมชาติ และต้องแลกกับการเสียดสีทางการเมือง วาทกรรมการเมือง แต่ต้องแลกด้วยข้อเท็จจริง และข้อเสนอจากสภาฯ ซึ่งหากละประเด็นทางการเมือง และฟังได้ให้ยิน จะพบว่า ข้อเสนอของ สส.ฝ่ายค้าน มีประโยชน์ต่อการบริหารประเทศ

นายกรวีร์ ยอมรับว่า รัฐบาลชุดนี้ เผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งชายแดน ภัยพิบัติธรรมชาติ ภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน วิกฤตพลังงาน และวิกฤตค่าครองชีพ ซึ่งเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่กี่เดือนในรัฐบาลชุดนี้ งบประมาณ 2569 จึงไม่เพียงพอต่อการกู้วิกฤต ทำให้ต้องใช้เครื่องมือการเงินการคลัง ทั้งการกู้เงิน การโอนงบประมาณ และงบประมาณปีนี้ รัฐบาลได้จัดลำดับความสำคัญใหม่ ไม่ได้จัดตามอำเภอใจ แต่พุ่งเป้าเฉพาะความจำเป็น และต้องโปร่งใส ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากที่สุด เพื่อเริ่มปรับสมดุลการคลัง สร้างวินัยการเงิน วางรากฐานประเทศ ซึ่งรัฐบาลตัดสินใจถูก ที่ยอมเจ็บสั้น ดีกว่าปวดนาน จึงถือเป็นการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ ที่รัฐสภา เคยเรียกร้อง โดยไม่อิงงบประมาณปีที่ผ่าน ๆ มาของหน่วยงาน แต่จัดตามความเป็นจำ เพื่อพาประเทศกลับไปสู่วินัยการเงินการคลัง ซึ่งในปี 2569 รัฐบาลตั้งงบประมาณขาดดุล 860,000 ล้าน หรือ 4.4 % ของ GDP และปี 2570 ตั้งขาดุล 780,000 ล้านบาท 3.3% ของ GDP ปีถัดไปจะลดเหลือ 681,000 ล้านบาท หรือ 3.3% และในปี 2572 จะเป็นปีแรกที่ประเทศไทย มีตัวเลขขาดดุลต่ำกว่า 600,000 ล้านบาทในรอบหลายปีที่ผ่านมา หรือ 590,000 ล้านบาท หรือ 2.7% ของ GDP และในปี 2573 ตั้งขาดดุล 481,000 ล้านบาท หรือ 2.1% ของ GDP ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญว่า ในระยะเวลา 4 ปีของรัฐบาลนี้ รัฐบาลจะฟื้นฟูสถานะคลังให้ประเทศ และนำวินัยการคลัง กลับมาประเทศอีกครั้ง ดังนั้น รัฐบาล จึงไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่วางวินัยการเงินการคลังระยะยาว ประคับประคอง-ฟื้นฟูวันนี้ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าในวันข้างหน้า

นายกรวีร์ ยังยอมรับว่า งบประมาณ 2570 ฉบับนี้ เป็นงบฝีแตก ซึ่งเป็นเรื่องจริง เพราะงบประมาณ 3,780,000 ล้านบาท เป็นรายจ่ายถึง 73% หรือ 2,780,000 ล้านบาท เหลืองบลงทุนเพียง 780,000 ล้านบาท ลดลงกว่า 70,000 ล้านเมื่อเทียบกับงบประมาณของปีที่แล้ว ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่น่าภาคภูมิใจ และเป็นปัญหาที่สะสมมาหลายรัฐบาล หลายสิบปี รู้ว่าป่วย แต่ไม่เคยมีหมอคนใดรักษาอย่างจริงจัง และได้เริ่มตัดสินใจผ่าตัดงบประมาณในครั้งนี้และปีนี้ เพื่อนำฝีออกมา โดยยอมเจ็บในวันนี้ ดีกว่าผลักภาระให้รัฐบาลหน้า หรือเกิดความเสียหายในอนาคตเกินกว่าที่จะเยียวยาและเกินการแก้ปัญหา ดังนั้น รัฐบาลชุดนี้ จึงเลือกรักษาประเทศ มากกว่าภาพลักษณ์ หรือคะแนนเสียงทางการเมือง ดังนั้น งบประมาณฉบับนี้ไม่ได้ยึดประโยชน์พรรคการเมือง หรือพวกใดพวกหนึ่ง แต่ยึดความจำเป็นของประเทศ เพราะกระทรวงที่ถูกตัดลดงบประมาณมากที่สุด คือ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย 

นายกรวีร์ ยังชี้แจงถึงกรณีที่ สส.ฝ่ายค้านแสดงความกังวลที่งบกลางมากขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ว่า เพิ่มขึ้น 60,000 ล้าน ซึ่งเป็นเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ และสมทบเงินชดเชยข้าราชการ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่ถูกซุกไว้ใต้พรม แต่รัฐบาลได้นำปัญหาขึ้นมา และตั้งงบประมาณให้สอดคล้องความเป็นจริง ซึ่งเป็นการผ่าฝีทางการเงิน จึงถึงเวลาทบทวนหลักเกณฑ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการจ่ายเงินสมทบข้าราชการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 

นายกรวีร์ กล่าวถึงกรณีที่ สส.ฝ่ายค้านระบุเห็นงบประมาณแล้ว ไม่เห็นอนาคตประเทศ แต่ตนเห็นแล้ว กลับเห็นอนาคตของประเทศมากมาย ซึ่งอนาคตของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกันก็ได้ และที่ สส.ฝ่ายค้าน ตั้งคำถามงบไทยช่วยใครว่า ตนเองก็ได้สรุปว่า งบประมาณนี้ ไม่ได้ช่วยใครคนใดคนหนึ่ง พรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ไปช่วยคนตัวเล็กตัวน้อย ช่วยคนหาเช้ากินค่ำ สร้างโอกาส สร้างรายได้ที่มั่นคงให้ประชาชน ช่วยผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย ร้านค้า SMEs ให้มีลมใต้ปีก เติบโตต่อไปในอนาคต และช่วยประเทศฟื้นฟูวินัยการคลัง ลดการขาดดุล และวางรากฐานที่มั่นคงต่อไป ดังนั้น จึงไม่ใช่งบไทยช่วยใคร แต่เป็นงบไทยช่วยไทยอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด