เนชั่นทีวี

ข่าว

อนุสติ! จาก "แก้วสรร" ถึง "ทักษิณ" หลังพักโทษ การเมืองไทยเป็นอย่างไร?

10 พ.ค. 2569

อนุสติ! จาก "แก้วสรร" ถึง "ทักษิณ" หลังพักโทษ การเมืองไทยเป็นอย่างไร?

อนุสติ! จาก "แก้วสรร" ถึง "ทักษิณ" หลังพักโทษ การเมืองไทยเป็นอย่างไร? เตือนสติเลิกจัดตั้งความโลภ-ความเกลียด เพื่อก้าวข้าม 20 ปีที่สูญเปล่า

10 พฤษภาคม 2569 นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) นักกฎหมายและนักวิชาการ กล่าวถึง

 

การได้รับอิสระภาพของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าจะอยู่บ้านเลี้ยงหลานไม่เล่นการเมือง หรือยังคงเดินหน้าทำการเมืองต่อ ว่า ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจว่านายทักษิณจะทำอะไรต่อไป สิ่งที่ต้องดูตอนนี้คือการเมืองในประเทศเราจะไปยังไง นายทักษิณจะเป็นประโยชน์หรือจะเป็นปัญหาอย่างไร 
 

 

 

 

 

ชี้ช่องพฤติการณ์ความผิดทักษิณ หนักหรือเบา

นายแก้วสรร เผย ส่วนตัวมองว่านายทักษิณได้รับโทษแล้ว หากเป็นบุคคลธรรมดาคงได้รับโทษที่หนักกว่านี้ แต่นี่กลับไปเข้าคุกได้ก็ถือว่ารักษากฎหมายไว้ได้ในระดับหนึ่ง ส่วนการพักโทษก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ถ้าคนใดคิดว่านายทักษิณยังมีความผิดและคิดว่าควรจะได้รับโทษมากกว่านี้ ก็ให้ไปดู ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าการที่ไม่ต้องนอนคุกแล้วศาลตัดสิน ว่าไม่ถูกต้องมีใครทำผิดบ้าง

 

อนุสติ! จาก "แก้วสรร" ถึง "ทักษิณ" หลังพักโทษ การเมืองไทยเป็นอย่างไร? นายแก้วสรร อติโพธิ

 

 

"นายทักษิณรู้เห็นหรือไม่ หากใครสนใจเรื่องคดีความก็ไปเพ่งเล็งตรงนั้น ส่วนหากได้รับอิสรภาพแล้วจะออกมาทำอะไร น่าสนใจแค่ไหน น่ามองแค่ไหน อย่าไปมองเป็นตัวคน ต้องมองเป็นสภาวการณ์ ซึ่งสำหรับนายทักษิณ ก็ต้องมองโจทย์ว่าระบอบทักษิณจะอยู่ต่อไปหรือไม่ นายทักษิณอาจจะไม่อยู่แต่ระบอบนี้อาจจะยังอยู่ แล้วเราพอใจกับระบอบนี้ไหม นั่นคือโจทย์ว่าระบอบนี้จะทำบ้านทำเมืองได้หรือไม่" นายแก้วสรร ระบุ

บทเรียนประชานิยม ความโลภ สู่ความผิด

นายแก้วสรร กล่าว โดยปัญหาในเชิงระบอบอยากจะเสนอแบบนี้ว่าเขาดังขึ้นมาได้ ตั้งพรรคขึ้นมาได้ เป็น 10 ปีปฏิวัติและยังกลับมาได้ เพราะอะไร ประชาธิปัตย์ ชาติไทย ล่วงบิ๊กจิ๋วถูกควบรวมพรรคความหวังใหม่ เขาทำการเมืองอย่างไรเพราะตรงนี้คือความหมายในตัวตนของเขา ทักษิณอยู่ที่ความโลภ เอาเงินมาซื้อ สส. ตอนตั้งพรรคก็ 2,000 กว่าล้าน ซื้อบ้านใหญ่บ้านเล็กแล้วก็ยังควบความหวังใหม่เข้ามาอีก อาศัยจังหวะการเมืองยุบสภาอยากได้เปรียบ อันนี้คือการใช้เงินสร้างการเมือง

 

 

อนุสติ! จาก "แก้วสรร" ถึง "ทักษิณ" หลังพักโทษ การเมืองไทยเป็นอย่างไร?

 

อนุสติ! จาก "แก้วสรร" ถึง "ทักษิณ" หลังพักโทษ การเมืองไทยเป็นอย่างไร?

 

"พอได้อำนาจหน้าที่ ก็สร้างประชานิยม บ้านเมืองไม่เคยเจอแบบนี้สัญญาโน่นสัญญานี่เป็นประชานิยมเริ่มตั้งแต่ยุคนั้น ฉะนั้นจากความโลภของระบอบนี้ที่เขาจะคืนทุน ซื้ออำนาจรัฐแล้วเอาอำนาจรัฐมาปรนเปรอชินคอร์ป และความโลภของประชาชนด้วย ว่าจะได้โน่นได้นี่ ขณะเดียวกันก็ซื้อสื่อ ครอบครองสื่อ เพราะฉะนั้นทางอำนาจ เงิน พวก ความหลงก็ผนึกตัวกันเป็นระบอบทักษิณ ระบอบนี้โตขึ้นจากความโลภความหลง ซึ่งสร้างบ้านสร้างเมืองไม่ได้เป็นแค่ความหลงเท่านั้นเอง" นายแก้วสรร กล่าว

 

 

จากระบอบทักษิณถึง ระบอบอนุทินหวังว่าจะไม่ซ้ำรอยกงกรรมเดิม

นายแก้วสรร กล่าวว่า ความโลภและความหลงเชื่อสื่อประโคมตลอด ซึ่งอันนี้ตนก็ภาวนาว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันไม่ออกสื่อทุกอาทิตย์ก็ดีแล้ว ไม่ต้องทำแบบนายทักษิณ เอาผลงานต่างๆมานำเสนอ แต่ในยุคของนายทักษิณทั้งหมดเป็นการจัดตั้งความโลภในทุกภาคส่วน เอาอำนาจหน้าที่มาหาเงิน แล้วเอาเงินไปสร้างอำนาจต่อ เมืองไทยอยู่ในช่วงที่เสียเวลากันไปเป็น 20 ปีของระบอบนี้

และด้วยความที่บ้านเมืองถูกละทิ้งหนุ่มสาวไม่เห็นอนาคต จึงเกิดความเกลียดขึ้น เราอยู่กับโลภกับหลงมา ก็เกิดความเกลียดเมื่อเกิดขึ้นมา ก็มีการจัดตั้งความเกลียดขึ้นมาเป็นกระแสการเมือง เมื่อหนุ่มสาวเกลียดอะไรร่วมกันก็เข้มแข็งเป็นพลังไม่ต้องไปซื้อเสียงอะไรมากมาย ในท่ามกลางปัจจุบันที่มองไม่เห็นอนาคต นี่คือจุดกำเนิดของพรรคส้ม เกิดกระแสส้มขึ้นมา กระแสนี้เกิดจากความโกรธความเกลียด ไม่ได้เกิดจากความหลง ไม่ว่าจะเป็นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล หรือผู้นำของพรรคส้ม ไม่สามารถทำได้กว่าทักษิณ และเขาก็ไม่ได้มีกระบอกเสียง มากมายแต่อาศัยโซเชียล ฉะนั้นความเกลียดเมื่อสร้างโลกแห่งความเกลียดขึ้นมาในโซเชียล เป็นพลังได้ อย่างในช่วงกำเนิดของพรรคส้มและถูกยุบพรรคมาเรื่อยๆ 

 

นายแก้วสรร กล่าวว่า เมื่อย้อนดูทั้งหมดบ้านเมืองจมอยู่กับความโลภ ความโกรธ ความเกลียด แต่ไม่เคยมีใครทำให้การเมืองไปสู่ความหวังได้สร้างอนาคตร่วมกันได้ 

 

 

เพื่อไทย vs ภท. หลังทักษิณพ้นเรือนจำ

นายแก้วสรร ชี้ แล้วเมื่อถามว่าระบอบทักษิณจะกลับมาได้หรือไม่ ต่อให้นายทักษิณไม่วางมือก็ตามหรือวางมือก็ตาม ถ้ายังมีคนกล้า เปย์กล้าจ่าย เขาก็เดินต่อได้สร้างประชานิยม. ถ้าถามว่าระบอบทักษิณเติบโตได้ด้วยตัวเองต่อไปหรือไม่ ได้ทักษิณมีบทบาทจำกัดแน่นอนออกหน้าออกตาไม่ได้ อาจจะปล่อยเงินมาอะไรก็แล้วแต่ แต่จะระดมเงินได้หรือไม่ การตัดสินใจรวมศูนย์จะทำได้หรือไม่

 

"ขณะเดียวกันฝ่ายภูมิใจไทยก็ไม่หมู ได้อำนาจหน้าที่แล้วก็สร้างฐานขึ้นมา จะควบเขาง่ายๆแบบความหวังใหม่ คงไม่ใช่ และเมื่อมองแบบนี้ผมไม่เห็นคุณทักษิณเป็นปัญหา ต่อให้ลงมา ต่อให้เจี๊ยวจ๊าว ก็ไม่เป็นปัญหา สำหรับปัจจุบันและอนาคต แต่การเมืองไทยเป็นปัญหา ไม่ว่าคุณทักษิณจะลงไม่ลงก็มีชะตากรรมของมัน" นายแก้วสรร กล่าว

 

 

เพื่อไทยต้องทบทวนนโยบายประชานิยม

นายแก้วสรร กล่าวต่อว่า ความโลภความโกรธความหลงความเกลียดชังต้องเลิก ส้มต้องเปลี่ยนนโยบาย เลิกสักทีที่ต้องมาช่วยกันเกลียด มีอะไรก็ลากสถาบันมาเป็นเป้าหมาย จนเกิดคดีความ ในศาลรัฐธรรมนูญไม่รู้จบ อย่างนี้ประเทศก็แตกไปเรื่อยๆ ถ้ามาแข่งกันตรงความหวังประเทศไทยก็ไปรอด 

 

"นายทักษิณจะทำอะไร ไม่น่าสนใจสำหรับผม เหมือนเอาตัวบุคคลมากำหนดอนาคตบ้านเมือง เขาจะเป็นจะตายหรือทำอะไรผมไม่สนใจ ให้ประเทศเลื่อนไปจากความไร้อนาคตนี้ซะที มีแต่สีมีแต่การเอาความแตกต่างมาเป็นความรุนแรงหมด เราเสียเวลาไปเป็น 20 กว่าปีกับระบอบทักษิณ เอาความหลงความโลภเข้ามาแล้วก็เกิดความเกลียดความโกรธเกิดเป็นสีต่างๆ สลัดกิเลสพวกนี้ออกมา ทักษิณถ้าจะเล่นต่อ ถ้าเราได้คิดเขาก็ไม่แตกต่างอะไร เป็นคนขี้โกหกเท่านั้นเอง" นายแก้วสรร กล่าว

 

 

เพื่อไทยอาจทรุด หากฉุดทักษิณอยู่แถวหน้า

นายแก้วสรร ยังกล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาภายในพรรคเพื่อไทยมีอะไรก็ต้องขึ้นกับนายกับคุณหญิงก็เรื่องของเขา เราไปคิดไปพูดอย่างไรก็ไม่เกี่ยว แต่ปัญหาคือนายทักษิณจะออกหน้าหรือไม่ จะประกาศนโยบายอย่างนั้นอย่างนี้สไตล์เดิมอีกหรือไม่ ยังมาเอาความหลงความโลภเข้ามา ซึ่งถ้าทำเช่นนี้จริงส่งผลเสียกับพรรคเพื่อไทยแน่นอน ที่ประเทศไทยไปไหนไม่ได้ไม่เห็นอนาคตก็เพราะจมอยู่กับความโลภที่จัดตั้งแล้ว และความเกลียดที่จัดตั้งแล้ว 

 


นายแก้วสรร ระบุว่า พฤติการณ์ความผิดของนายทักษิณนั้น หากเป็นบุคคลธรรมดาคงได้รับโทษหนักกว่านี้ แต่การได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็ถือว่าเป็นการรักษากฎหมายได้ระดับหนึ่ง

 

 

ชี้ปัญหาคือ "ระบอบ" ไม่ใช่ตัวบุคคล

นายแก้วสรร กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่ว่านายทักษิณจะทำอะไรต่อไป แต่คือ "ระบอบทักษิณ" จะยังอยู่หรือไม่ โดยนิยามว่าระบอบนี้เติบโตจากความโลภ มีการใช้เงินซื้อ สส. และใช้ประชานิยมมอมเมาประชาชนเพื่อคืนทุนสู่อำนาจรัฐและธุรกิจของครอบครัว จนกลายเป็นเครือข่ายอำนาจ เงิน และการครอบครองสื่อ

 

เพื่อไทยอาจทรุด หากทักษิณออกหน้า

ในส่วนของพรรคเพื่อไทย นายแก้วสรร วิเคราะห์ว่า หากนายทักษิณยังออกหน้าประกาศนโยบายสไตล์เดิม หรือใช้ความหลงและความโลภเข้ามาขับเคลื่อน จะส่งผลเสียต่อพรรคแน่นอน พร้อมย้ำว่าการเมืองไทยปัจจุบัน "ภูมิใจไทย" เองก็มีฐานอำนาจที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ระบอบทักษิณจะกลับมาควบรวมได้เหมือนอดีต

 

 

"ผมไม่สนใจว่าทักษิณจะทำอะไร เหมือนเอาตัวบุคคลมากำหนดอนาคตบ้านเมือง ประเทศควรเลื่อนไปจากความไร้อนาคตนี้เสียที สลัดกิเลส โลภ โกรธ หลง ออกมา แล้วมาแข่งกันที่ความหวัง ประเทศไทยถึงจะรอด" นายแก้วสรร กล่าวทิ้งท้าย

 


#แก้วสรรอติโพธิ #ทักษิณชินวัตร #ระบอบทักษิณ #การเมืองไทย2569 #อนุทินชาญวีรกูล #พรรคก้าวไกล #พรรคส้ม #เพื่อไทย #ภูมิใจไทย #ประชานิยม