นายกฯ เช็กสถานะการคลัง ลุยไทยช่วยไทย เฟส 2 เล็งปรับ 50:50
07 ส.ค. 2569 | titayu_pur

นายกรัฐมนตรีสั่งเช็กสถานะการคลังด่วน ลุยต่อโครงการไทยช่วยไทย เฟส 2 จ่อปรับสัดส่วนเป็น 50:50 พร้อมแย้มออปชันออก พ.ร.ก.กู้เงิน กระตุ้นเศรษฐกิจสู้ดัชนีซบเซา
ข่าว
07 ส.ค. 2569 | titayu_pur

นายกรัฐมนตรีสั่งเช็กสถานะการคลังด่วน ลุยต่อโครงการไทยช่วยไทย เฟส 2 จ่อปรับสัดส่วนเป็น 50:50 พร้อมแย้มออปชันออก พ.ร.ก.กู้เงิน กระตุ้นเศรษฐกิจสู้ดัชนีซบเซา
KEY
POINTS
7 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรี เผยความคืบหน้ามาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุด เตรียมสั่งการเร่งประเมิน สถานะการคลัง อย่างละเอียด เพื่อเดินหน้าโครงการ ไทยช่วยไทยเฟส2 หลังสิ้นสุดเฟสแรก ก.ย.นี้ โดยมีแนวคิดปรับสัดส่วนสิทธิประโยชน์เป็น 50:50 พร้อมแย้มใช้แนวทาง พ.ร.ก.กู้เงิน ดอกเบี้ยต่ำ 1.2% หากคุ้มค่าและสามารถชำระคืนได้ เพื่อพยุงระบบเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความชัดเจนของโครงการไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 หลังจากเฟส 1 จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ว่า นโยบายใดที่เป็นประโยชน์ และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ การค้าขายคล่องตัว และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน รัฐบาลพร้อมพิจารณาทุกเรื่อง
ส่วนเงื่อนไขที่จะปรับเป็น 50:50 แทนปัจจุบันที่ใช้ 60:40 นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่ลงรายละเอียดในขณะนี้ เนื่องจากต้องพิจารณาสถานะการคลังควบคู่ไปด้วย
ส่วนจะดำเนินการโดยใช้งบประมาณปกติหรือจาก พ.ร.ก. กู้เงินนั้น นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ต้องตรวจสอบสถานะการคลังอย่างรอบคอบ เพราะการกู้เงินมักถูกมองว่า จะสร้างภาระต่อประชาชน ซึ่งต้องพิจารณาเงื่อนไขการกู้ยืมด้วย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กรณี พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าวมีอัตราดอกเบี้ยเพียง 1.2% ซึ่งหากกู้มาแล้วสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าต้นทุน 1.2% ก็ควรดำเนินการ โดยการปล่อยกู้มาจากสถาบันการเงิน ซึ่งสิ่งสำคัญคือการพิจารณาความสามารถในการชำระคืน หากสามารถคืนเงินได้ตามอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดก็ไม่มีปัญหา รัฐบาลจึงต้องกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
พร้อมย้ำว่า การกู้เงินมาใช้ในระบบเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการกระจายตัวนั้น ไม่ใช่เพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เห็นได้จากผลสะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่น การลงทุน มูลค่าการค้า การส่งออกที่เพิ่มขึ้น และจีดีพี ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่มักถูกมองข้าม
-เมื่อถามถึงแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากนี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลพยายามกระตุ้นทุกภาคส่วน ตั้งแต่การลดและแยกประเภทค่าไฟฟ้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อประชาชน การปรับลดความเสี่ยงด้านพลังงาน และการจัดระเบียบศูนย์ข้อมูล (Data Center) ใหม่ เนื่องจากมีการใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าจำนวนมาก จึงต้องมีการกำกับดูแลเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับการชื่นชม ทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนและมีการจ้างงานคนไทยเพิ่มมากขึ้น
-เมื่อถามถึงสถานะการคลังปัจจุบัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องพิจารณาเงินคงคลังและปัจจัยต่างๆ ซึ่งสถานะปัจจุบันยังคงมีความมั่นคง