ปลดล็อกโซล่าเซลล์ เลิกนโยบาย "ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย"
นายแก้วสรร เสนอให้ดูแบบอย่างจากประเทศจีนที่เตรียมตัวเรื่องพลังงานสะอาดมานานกว่า 5-6 ปี โดยใช้โซล่าเซลล์สร้าง "ทุ่งพลังงาน" อย่างเต็มตัว ในขณะที่หลังคาบ้านคนไทยยังว่างเปล่า รัฐบาลควรเปิดระบบให้ประชาชนติดตั้งโซล่าเซลล์แล้วต่อไฟเข้าสู่ระบบของ กฟผ. โดยไม่ต้องผ่านเอกชนรายใหญ่ที่ผูกขาด และต้องยกเลิกค่าความคุ้มทุนประเภท "ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย" เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานและลดต้นทุนในระดับฐานราก
เกษตรเทคโนโลยี ทางรอดในตลาดโลก
ในด้านเศรษฐกิจ นายแก้วสรร ชี้ว่า ไทยต้องการนโยบายที่มองไปข้างหน้า เช่น การจัดการเรื่องปุ๋ยแพงหรือการบริหารโควต้าน้ำมันขนส่งหากเกิดการขาดแคลน นอกจากนี้ต้องยกระดับภาคเกษตรกรรมสู่ "เกษตรเทคโนโลยี" หรือเกษตรแปรรูป เพื่อตอบโจทย์ตลาดโลกที่กำลังเดือดร้อน ไม่ใช่แค่การขายผลผลิตดิบแบบเดิมๆ
ทางออก MOU 44: เน้นพลังงาน ไม่ใช่บูรณภาพ
สำหรับการยกเลิก MOU 44 นายแก้วสรร ให้ความเห็นว่าเป้าหมายหลักคือการนำทรัพยากรพลังงานขึ้นมาใช้ให้เร็วที่สุด การเจรจาแบบเดิมที่ไม่มีใครยอมใครจะทำให้ไม่ได้อะไรเลย เสนอให้ทำ MOU ใหม่โดยยึดอนุสัญญากฎหมายทางทะเล และร่วมทุนสำรวจสัมปทานร่วมกันระหว่างไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานร่วมกัน แทนที่จะติดหล่มอยู่กับความขัดแย้งเดิมๆ
เตือนรัฐบาลหยุดนโยบาย "โปรยขนมปัง"
นายแก้วสรร ฟาดแรงถึงรูปแบบการเมืองไทยว่า รัฐบาลต้องเลิกมองประชาชนเป็น "ปลาในน้ำ" ที่คอยหว่านขนมปังให้กินผ่านนโยบายประชานิยม หากนักการเมืองไม่ปรับตัวและไม่สร้างความหวังที่แท้จริงให้เห็นอนาคต ความเกลียดชังจะพุ่งสูงขึ้นจนนำไปสู่วิกฤตการเมืองรอบใหม่
"โลกกำลังเปลี่ยนไปมาก การทำมาหากินแบบเดิมในยุคโลกาภิวัตน์สิ้นสุดลงแล้ว เราต้องเก่งด้วยตัวเอง และต้องระวังความแตกแยกภายในท่ามกลางกลุ่มทุนสีเทาที่ไหลเข้ามาในประเทศ ทั้งยิวเทา จีนเทา และไทยเทา อย่ามัวจมอยู่กับภาพเก่าๆ หรือผลประโยชน์ส่วนตัว" นายแก้วสรร กล่าวทิ้งท้าย
#แก้วสรรอติโพธิ #วิกฤตพลังงาน #MOU44 #โซล่าเซลล์ #การเมืองไทย2569 #ความมั่นคงทางพลังงาน #ประชานิยม #เศรษฐกิจไทย #จีนเทา #พลังงานสะอาด