แผนปฏิบัติการนี้สร้างขึ้นตาม 4 ยุทธศาสตร์หลักซึ่งระบุจากการวิเคราะห์สถานการณ์ภาพรวมโดยมูลนิธิเอไอพี ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานหมวกนิรภัย การเฝ้าระวังตลาด การบังคับใช้กฎหมาย และการสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะ กิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย
1. ส่งเสริมการใช้หมวกนิรภัยที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน
2. จัดตั้งคณะทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเพิ่มศักยภาพการตรวจตลาด และสร้างต้นแบบฐานข้อมูลกลางเพื่อติดตามการปฏิบัติตามกฎระเบียบและสกัดหมวกนิรภัยที่ไม่ได้มาตรฐาน
3. ส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายสวมหมวกนิรภัยตามรูปแบบ “เตือนก่อนปรับ” โดยจัดทำขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOPs) และบูรณาการข้อมูลเพื่อติดตามและประเมินผลกระทบของการบังคับใช้
และ 4. ส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้ที่สามารถขยายผลและบูรณาการได้
ทั้งนี้หากดำเนินการได้สำเร็จ ผลการคาดการณ์ระดับชาติ 3 ปี (2569–2571) คาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ ประหยัดต้นทุนทางเศรษฐกิจสะสม 189,750 ล้านบาท ลดการบาดเจ็บที่ป้องกันได้หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บศีรษะ 62,954 ราย รักษาชีวิต 1,162 ราย นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
เพิ่มอัตราการสวมหมวกนิรภัยของผู้ขับขี่จากร้อยละ 52 เป็นร้อยละ75 และผู้โดยสารจากร้อยละ 21 เป็นร้อยละ 50
นางรัตนวดี วินเธอร์ ประธานมูลนิธิ AIP Foundation ประเทศไทย กล่าวว่า “ โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะเปลี่ยนจากข้อเสนอเชิงนโยบายบนกระดาษไปสู่ผลกระทบมูลค่าหลายพันล้านบาทต่อเศรษฐกิจของเรา และที่สำคัญยิ่งกว่าคือต่อครอบครัวของเรา การทำให้ผู้ใช้ถนนสวมหมวกนิรภัยที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพและปฏิบัติได้จริงในการรักษาชีวิตบนท้องถนนของประเทศไทย” นางรัตนวดี กล่าว