นายอภิสิทธิ์ ยังเห็นว่า ปัญหาความไม่โปร่งใสการบริหารกรุงเทพฯ ควรได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด และใครที่กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ ทำไมเพิ่งมาพูดเรื่องนี้ในช่วงเวลานี้เพราะอะไร ก็เพราะนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ เพิ่งทำแพล็ตฟอร์มเสร็จ และนำมาจับข้อมูลในกรุงเทพฯ เมื่อ 2-3 สัปดาห์ และพบข้อมูลที่ความจริงทุกคนสัมผัสอยู่แล้ว หรือใครกล้าปฏิเสธปัญหาส่วย และหากใครยังเรียกร้องให้ส่งหลักฐานมา ก็ไม่ควรจะบริหาร กทม.อีกต่อไป เพราะไม่ว่าจะเดินไปที่ใด ก็เจอเรื่องร้องเรียนสาระพัดมากมาย ดังนั้น จึงเป็นความตั้งใจของพรรคฯ ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้
นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ ส่งผู้สมัคร สก.ครบทั้ง 50 เขต ซึ่งทำงาน สก.มากว่า 30 ปี ก็มั่นใจว่า สก.ของพรรคฯ รู้จักทุกตรอกซอกซอยในกรุงเทพฯ และพร้อมทำงานต่อเนื่อง แม้หลายคนสอบคนมาอย่างยาวนาน ก็ยังคงเดินหน้าทำงานอยู่ ซึ่งตนเข้าใจดีกว่า หลายพื้นที่นั้นยาก แต่ผู้สมัครฯ ได้ลงพื้นที่มาถึง 8 ปี ตนก็ยังยืนยันว่า ผู้สมัครเหล่านี้ มีความตั้งใจแน่นอน ซึ่งเป็นทีมที่จะเข้ามาทำงานเป็นพรรค ที่มีความรับผิดชอบตรงกัน ตรงไปตรงมา และประกาศชัดว่า เป็นนักการเมือง เข้ามาอาสา รับเลือกตั้ง เมื่อมีตำแหน่งก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่อ้างว่า ไม่ใช่นักการเมือง และไม่ตรงไปตรงมา พร้อมบอกว่า ตนเดินทางไปมาช่วงนี้ ตนแปลกใจว่า ''ให้เลือก สก.อิสระทั้งทีม'' อิสระแบบใดมีทีมด้วย แต่พรรคประชาธิปัตย์ ตรงไปตรงมา ไม่เคยโอ้อวดว่า พรรคฯ ไม่เคยทำอะไรผิด แต่เมื่อทำผิด นั่นคือ ความรับผิดชอบของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ทีมที่พร้อมทำงาน และตรวจสอบกันเอง เมื่อพบว่า มีอะไรไม่ถูกต้อง ดังนั้น จึงวิงวอนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเลือกผู้ว่าฯ กทม. แต่การเลือกองคาพยพทั้งพรรคฯ ที่จะมาทุ่มเททำงานตามที่นายอนุชาได้กำหนไว้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการตัดสินใจของนายอนุชา ที่ตัดสินใจลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ว่า พิสูจน์แล้วว่า นายอนุชามีความตั้งใจ แม้คะแนนจะตามอยู่ล้านคะแนน และกลับมาพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นฝ่ายค้าน แต่แพ้ชนะ ประชาชนจะเป็นคนกำหนด แต่สิ่งสำคัญคือ นายอนุชา ต้องการทำตามความตั้งใจ และพรรคฯ ก็ภาคภูมิใจในตัวนายอนุชา ถึงแม้จะไม่ชนะ แต่คนที่ชนะยังไงก็ต้องหนาว เพราะจะถูกกดดันจากนโยบาย บรรทัดฐาน วิสัยทัศน์ ที่คนเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะอ้างอยู่นอกเหนืออำนาจไม่ได้ ทั้งที่ความจริงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. จะต้องถูกกดดัน จากที่พรรคฯ ยืนยันแล้วว่า นายชัชชาติ จะเรียกหาหลักฐานอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ความผิดปกติการบริหารงบประมาณ จะทำให้มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และโปร่งใสกว่านี้ จะต้องเกิดขึ้น และหากระบอบอากงมีจริง ถึงชนะไป ระบอบอากง ก็อยู่ต่อไปไม่ได้ ดังนั้น ทำไมจะต้องให้เขาชนะ เพราะคนที่เปิดประเด็นด้วยข้อมูลที่นำมาจากการตรวจสอบแบบวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่คำรำลือ และต้องได้รับการแก้ไข ดังนั้น ผู้ที่จะเข้าไปแก้ไข คือคนที่นำเรื่องนี้มาเปิดเผย คือ นายอนุชา บูรพชัยศรี
นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำว่า ถึงเวลาแล้ว ที่ต้องให้กรุงเทพฯ เดินไปข้างหน้า ทำเมืองให้น่าอยู่ น่าเที่ยว ทำให้เมืองสะอาดไม่เฉพาะกายภาพ แต่จะต้องเป็นการเมืองสุจริต โปร่งใสด้ยซึ่งทั้งหมด คือความมุ่งมั่นตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้น ในวันอาทิตย์นี้ขอให้ประชาชน ได้ช่วยกันเลือกนายอนุชา และ สก.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองฟ้าอมร and more
ขณะที่ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ย้ำรายละเอียดนโยบายของพรรคฯ 5 ด้าน ทั้งสะดวก สะอาด สบาย เศรษฐกิจดี และปราศจากการทุจริต และย้ำความตั้งใจในการลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่า ตนเองพร้อมมารับหน้าที่ ในฐานะผู้ว่าฯ กทม.ซึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ ตนไม่ได้ต้องการขายฝัน เพราะตนอยู่กับความเป็นจริง และเมื่อตนได้รับโอกาสเข้าไปรับตำแหน่ง เรื่องแรกที่ตนจะแก้ไข คือ ปัญหาการทุจริต เพราะตนยึดแนวทางการเมืองสุจริตตามแนวทางของนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ และยังเพราะพบการทุจริตจากการที่ตนใช้แพล็ตฟอร์ม ''ส่องรัฐ'' ของพรรคประชาธิปัตย์ ในการตรวจสอบและพบข้อมูลข้อเท็จจริง
นายอนุชา ยังย้ำความตั้งใจในการทำกรุงเทพฯ ให้เป็นมากกว่าเมืองที่น่าเที่ยว แต่เป็นเมืองที่น่าอยู่ ดังนั้น ตนเองจึงมีความพร้อม และผู้สมัคร สก.ก็มีความพร้อม รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ ก็พร้อม ซึ่งตนรู้สึกโชคดี ที่ตนได้กลับมาพรรคประชาธิปัตย์ องค์กรที่มีวัฒนธรรมเดียวกัน ไม่เบียดเบียนนำภาษีประชาชนมาหากิน จึงหวังว่า คนกรุงเทพฯ จะรับพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมาทำหน้าที่ ไม่เพียงเฉพาะฝ่ายค้านเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาพรรคฯ ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ดังนั้น จึงขอโอกาสให้ตน ที่พูดไม่เก่ง แต่ได้เข้าไปพิสูจน์ด้วยการกระทำ ทำให้กรุงเทพฯ เดินทางสะดวกขึ้น สะอาดขึ้น เป็นเมืองที่คนกรุงเทพฯ ใช้ชีวิตได้สบายขึ้น ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น และทุจริตจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน ภายใต้ผู้ว่าฯ กทม. และ สก.พรรคประชาธิปัตย์ จึงขอโอกาสประชาชนทุกเขต ให้โอกาส สก.พรรคฯ และตนเอง ไปทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองฟ้าอมร และเป็นได้มากกว่านี้
ด้าน นายจูรี นุ่มแก้ว รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งข้อสงสัยที่เพจพรรคประชาธิปัตย์, เพจนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ และเพจนายอนุชา ถูก I.O. ถล่ม ซึ่งให้ความรู้สึกว่า ผู้บัญชาการ I.O. น่าจะส่ง I.O.มาผิดพรรค เพราะล่าสุดมีการด่าวิโรจน์ จึงอยากฝากให้ผู้บัญชาการ I.O. ชี้เป้าหมายให้ชัดว่า ควรจะเดินทางไปที่ใด
นายจูรี ยังได้เล่าย้อนไปปี 2552 สมัยที่ได้เข้ามาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ก็ได้เจอกับปัญหาน้ำท่วม ซึ่งผ่านมากว่า 10 ปี ปัจจุบันกรุงเทพฯ น้ำก็ยังท่วมอยู่ พร้อมเล่าถึงการทำงานประจำ ที่ต้องเดินทางจากรามคำแหง ไปเมืองทอง ที่ต้องเสียเวลาเปล่ากับการเดินทาง 2 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 670 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งตนอยู่กรุงเทพฯ 10 ปี เสียเวลาเปล่า ๆ 6,700 ชั่วโมงในการเดินทาง รวมถึงปัญหาการเดินทางด้วยเรือแสนแสบที่ต้องคอยหลบน้ำคลอง ซึ่งตนได้สะท้อนปัญหาต่าง ๆ ให้นายอนุชาไปแก้ปัญหาแล้ว ดังนั้น ฝากถึงคนใต้ในกรุงเทพฯ ตั้งจิตตั้งใจให้แม่น ไม่ต้องคิดอะไรมาก ให้เลือกนายอนุชา เป็นผู้ว่าฯ กทม. และเลือก สก.พรรคประชาธิปัตย์ยกทีม
ขณะเดียวกัน การปราศรัยใหญ่ในครั้งนี้ ยังมีแกนนำพรรคฯ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช, นางการดี เลียวไพโรจน์, นายสกลธี ภัทิยกุล, นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคฯ, นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคฯ, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ รวมถึงอดีตแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และนายณัฏฐพงษ์ ทีปสุวรรณ อดีตรองหัวหน้าพรรคฯ เป็นต้น