“ดร.มานะ” แฉกลโกงเรียก ขรก.กินโจ๊ก หวังโขกงบ-ตบหัวคิว
02 พ.ค. 2569

"กินโจ๊ก" มื้อนี้มีราคา! “ดร.มานะ" แฉกลโกงนักการเมืองล้วงลูก ขรก. ตบหัวคิว-เรียกค่าเซ็น-ซื้อขายตำแหน่ง สรุปชัด 4 พฤติกรรมทุจริตที่กลายเป็นเรื่อง "ปกติ" ในการเมืองไทย
ข่าว
02 พ.ค. 2569

"กินโจ๊ก" มื้อนี้มีราคา! “ดร.มานะ" แฉกลโกงนักการเมืองล้วงลูก ขรก. ตบหัวคิว-เรียกค่าเซ็น-ซื้อขายตำแหน่ง สรุปชัด 4 พฤติกรรมทุจริตที่กลายเป็นเรื่อง "ปกติ" ในการเมืองไทย
2 พฤษภาคม 2569 เปิดโปงเบื้องหลังวงการราชการไทย เมื่อการ 'กินโจ๊ก' ไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร แต่คือจุดเริ่มต้นของ คอร์รัปชัน และการใช้อำนาจมืดแทรกแซงงบประมาณแผ่นดิน ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ออกมาแฉกลไก ส่วย และการเรียกรับ ผลประโยชน์ทับซ้อน ที่ฝังรากลึก พร้อมชี้ทางออกด้วยเทคโนโลยี
ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์ในรายการ ”เนชั่นวิเคราะห์ข่าว” มองปรากฏการณ์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในมิติของการใช้อำนาจทางการเมืองล้วงลูกข้าราชการ เพื่อหวังผลเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ให้เป็นประโยชน์ต่อพวกพ้องของนักการเมือง โดยเฉพาะรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง
ดร.มานะ บอกว่า พฤติกรรมแบบที่เป็นข่าวนี้ ตามที่อธิบดีราเชน ศิลปะรายะ ออกมาแฉ จริงๆ แล้วมีมาทุกยุคทุกสมัย จนกลายเป็นเรื่อง "ไม่ปกติที่กลายเป็นเรื่องปกติ" ในการเมืองไทย
ดร.มานะ ยกประสบการณ์ของตนเองที่ได้ศึกษา เก็บข้อมูลพฤติกรรมเหล่านี้มาโดยตลอด สรุปได้แบบนี้
- นักการเมืองมักเรียกข้าราชการระดับสูงไปกินโจ๊ก กินข้าวต้ม หรือกินข้าวที่บ้านในตอนเช้าของวันจันทร์หรืออังคาร
- วันจันทร์คือวันเริ่มต้นของสัปดาห์ เปิดทำการของราชการ ส่วนวันอังคารคือก่อนประชุม ครม.
- เป้าหมายเพื่อสร้างความใกล้ชิด และใช้บารมีครอบงำข้าราชการให้เกรงกลัวจนยอมทำตาม
- เมื่อเข้ารับตำแหน่งใหม่ นักการเมืองจะเรียกดูโครงการทั้งหมด อ้างว่าไม่ไว้ใจรัฐมนตรีคนก่อนหรือข้าราชการ
- แต่วัตถุประสงค์จริงๆ แล้วเพื่อกดดันให้ "เปลี่ยนสาระสำคัญ" ของโครงการ ให้เป็นไปในทิศทางที่พวกพ้องตนเองสามารถควบคุมการจัดซื้อจัดจ้างได้
- หากโครงการยังไม่เกิดขึ้น คือเพิ่งตั้งงบ ของบ ก็จะแทรกแซงเพื่อกำหนดเงื่อนไขหรือสเปคให้บริษัทในเครือข่ายของตนได้เปรียบ หรือได้รับสัมปทาน
- การเรียกคอมมิชชัน ด้วยการบอกข้าราชการตรงๆ ว่าโครงการนี้ขอให้พวกตน หรือขอหักค่าคอมมิชชันกี่เปอร์เซ็นต์
- การเรียกค่า "น้ำหมึก" แม้การประมูลจะจบไปแล้วหรืออยู่ในขั้นตอนรอจ่ายเงิน นักการเมืองยังเรียกเอกชนมาเจรจาผลประโยชน์ หรือขอค่าเซ็นชื่อ ซึ่งหลายๆ กรณีก็เรียกผ่านข้าราชการที่เป็นเจ้าของโครงการนั้นๆ นั่นเอง
- ข้าราชการต้องจ่ายส่วยให้นักการเมืองเพื่อ "รักษาเก้าอี้" หรือเพื่อให้ได้ย้ายไปอยู่ในตำแหน่ง "เกรดเอ" ที่มีรายได้ดีกว่าตำแหน่งเดิม
ดร.มานะ บอกว่า สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจนเป็นเรื่องปกติธรรมดาในการเมืองไทย แต่นักการเมืองมักชอบอ้างกฎหมาย หรือพูดให้ดูดีตอนออกทีวี เช่น การประมูล จัดซื้อจัดจ้าง ทุกอย่างจะดูสวยหรู อ้างว่าผ่านระบบ e-bidding ที่แทรกแซงไม่ได้ แต่ในชีวิตจริงมีการกดดันกันเบื้องหลัง ซึ่งข้าราชการมักยอมเพื่อความอยู่รอด
ส่วนพฤติกรรมที่ยกมา ถือว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งมีบัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ดร.มานะ บอกว่า นักการเมืองมักโต้แย้งว่า “จริยธรรม” ไม่มีเกณฑ์ชี้วัดที่ชัดเจน แต่คำอ้างแบบนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบในเรื่อง "ผลประโยชน์ทับซ้อน" ซึ่งจากการที่ทำงานตรวจสอบคอร์รัปชันมานาน ปัญหาร้ายแรงมากที่สุดเรื่องหนึ่ง คือ “ผลประโยชน์ทับซ้อน”
- การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส 360 องศา ทำให้ประชาชนเห็นขั้นตอนการอนุมัติ/อนุญาต ใครดึงเรื่องช้า ระบบจะฟ้องย้อนหลังได้ เหมือนระบบ Traffy Fondue หรือระบบยื่นขอสร้างอาคารของ กทม.
- สร้างระบบ AI ตรวจสอบราคา เพื่อเปรียบเทียบราคาสิ่งของชนิดเดียวกันที่จัดซื้อในแต่ละจังหวัด เช่น รถดับเพลิง ว่าที่ไหนซื้อแพงผิดปกติ เพื่อสะท้อนความไม่โปร่งใส โดยขณะนี้ AI ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน คือ ACT AI ได้รับเงินทุนสนับสนุน เพื่อปรับปรุงระบบให้ครอบคลุมข้อมูลมากยิ่งขึ้นแล้ว
- สิ่งสำคัญคือต้องทลายกำแพงข้อมูลของแต่ละหน่วยงานราชการ เพื่อให้ตรวจสอบไขว้กันได้
ข่าวล่าสุด