“มานะ” ชี้คอร์รัปชันต้องแก้ทั้งระบบ ไล่จับรายเคส ไม่มีวันแก้ได้
17 เม.ย. 2569

ดร.มานะ ชี้ไล่จับข้าราชการทุจริต ไม่มีวันแก้คอร์รัปชัน ถ้าไม่ปฏิรูปโครงสร้างรัฐ เสนอใช้เทคโนโลยี ปรับกติกา ลดอำนาจเอื้อโกง ต้องเปลี่ยนทั้งระบบ
ข่าว
17 เม.ย. 2569

ดร.มานะ ชี้ไล่จับข้าราชการทุจริต ไม่มีวันแก้คอร์รัปชัน ถ้าไม่ปฏิรูปโครงสร้างรัฐ เสนอใช้เทคโนโลยี ปรับกติกา ลดอำนาจเอื้อโกง ต้องเปลี่ยนทั้งระบบ
17 เมษายน 2569 ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) นำเสนอบทความ เรื่อง แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง: เป็นจริงได้ ถ้ากล้าทำ ระบุว่า
“แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง” คือการควบคุมคอร์รัปชันเพื่อ “หยุดปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำ” ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่ระบบ กติกา หรือโครงสร้างอำนาจและสถาบันรัฐ เช่น กฎหมาย หน่วยงาน/องค์กร โครงสร้างเศรษฐกิจ/สังคม
เรามาพิจารณาบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ก่อนจะถกเถียงในบทสรุป
1. เจ้าหน้าที่เรียกรับเงินใต้โต๊ะ ค่าออกใบอนุญาตก่อสร้างบ้านจึงถูกจับติดคุก แต่พฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้นมายาวนาน เห็นกันอยู่ว่าทันทีที่คนใหม่ย้ายมาแทน เขาจะรีดไถชาวบ้านต่อไป เพราะเขารู้ดีว่าตำแหน่งนี้หากินกันอย่างไร ส่งส่วยให้นายแค่ไหน
แน่นอนว่าคนโกงกินต้องติดคุก แต่มันหยุดอะไรไม่ได้ เพราะระบบและสภาพแวดล้อมยังเหมือนเดิม คนเก่าไปคนใหม่มาสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านต่อไป
การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างคือ ต้อง “สร้างรัฐประสิทธิภาพสูง ลดแรงจูงใจคอร์รัปชัน” แก้กฎระเบียบให้ทันยุคสมัย อะไรไม่จำเป็นก็ยกเลิก ขั้นตอนให้บริการประชาชนหรือใช้อำนาจต้องถูกทบทวน (Revise) และออกแบบใหม่ (Re – process) อะไรมากไปก็ลดลง เอาประโยชน์ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใช้เทคโนโลยี่ช่วยลดภาระเจ้าหน้าที่ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ให้ประชาชนติดตามเรื่องง่าย ตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอด จะร้องเรียนก็ชัดเจนเป็นธรรม
2. โกงกินค่าธรรมเนียมเที่ยวหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ทุจริตกันง่ายมาก คนมาเที่ยว 30 คน แต่ลงบัญชี 10 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องเก็บ 400 บาท ก็บันทึกว่าเป็นคนไทยเก็บมา 100 เดียว ในปี 2566 ที่แห่งนี้มีรายได้เพียง 276 ล้านบาท เมื่อ ป.ป.ช. ตรวจพบแล้วเปลี่ยนมาเก็บเงินด้วยระบบ E-Ticket ใครมาเที่ยวต้องจองคิว จ่ายเงินออนไลน์ สแกนใบหน้า ทำให้ปี 2567 เก็บได้เพิ่มกว่าเท่าตัวเป็น 629 ล้านบาท และ 648 ล้านบาทในปี 2568
มาวันนี้ยังพบกลโกงเดิมๆ เจ้าหน้าที่เก็บเงินสดไม่ผ่าน E-Ticket ก็ได้ บางทีก็แกล้งทำให้ระบบล่มเสีย วันข้างหน้าหากรัฐเพิ่มกล้องวงจรปิด Ai ให้นับคนและสแกนใบหน้าตั้งแต่ท่าเรือชายฝั่งและบนเกาะ คงช่วยลดได้อีกระดับแต่คนโกงก็จะดิ้นรนซิกแซกไป
ทุกท่านคงจำข่าวดังเมื่อสองปีก่อน เกิดคดีอดีตอธิบดีกรมอุทยานทางทะเล ถูกจับคาห้องทำงาน เพราะรับส่วยสินบนซื้อขายตำแหน่งเจ้าหน้าที่ในกรมฯ เชื่อว่าที่มาของเงินส่วยเหล่านั้นส่วนหนึ่งก็คือเงินค่าเข้าอุทยานที่ทั้งหลายโกงกันมานั่นเอง
ยังมีคนบอกว่า เจ้าหน้าที่เก็บเงินของอุทยานทำงานสำคัญ แต่เงินเดือนแค่ 8 – 9 พันบาท ไม่พอเลี้ยงครอบครัว ประเด็นนี้น่าคิด หากรัฐให้เขามีรายได้มากขึ้น เราคงคัดเลือกคนได้คุณภาพดีขึ้น คนโกงอาจลดลง และเมื่อใช้เทคโนโลยีมาช่วยงานก็น่าจะลดจำนวนคนได้ แล้วเอาเงินส่วนนี้ไปเพิ่มให้คนที่ทำงานอยู่
สรุปแล้วทั้งพัฒนาระบบ ใช้เทคโนโลยี ยกคุณภาพคน ไปพร้อมๆ กัน คือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
3. งานวันเกิดปลัดกระทรวง มีข้าราชการนับร้อยแห่แหนไปร่วมฉลองโดยใช้รถหลวงขนคนขนสัมภาระ พวกอยู่จังหวัดไกลๆ ก็ทิ้งงานมาร่วมด้วย นี่คือคำตอบว่า “ทำไมประเทศไทยเอาชนะคอร์รัปชันไม่ได้สักที” เพราะเรื่องแย่ๆ แบบนี้เกิดขึ้นแทบทุกวัน ใครๆ ก็เห็นเป็นธรรมเนียม!!!
“ระบบอุปถัมภ์ วิ่งเต้นเส้นสาย ผู้น้อยเอาใจนาย คนเป็นใหญ่ได้แสดงอำนาจบารมี”
“เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เบียดบังใช้ของหลวง”
นี่เป็นแบบอย่างที่เลว ผู้ใหญ่ผู้น้อยต่างรู้แก่ใจว่ามีอะไรไม่ถูกต้อง แต่ไม่เขินอาย ไม่ห้ามปรามกัน แม้ตกเป็นข่าวจนผู้คนรู้กันทั่วว่ามีหลายอย่างผิดแต่ก็ยังไม่ตั้งกรรมการสอบสวน
3.1 กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาต้องร่วมรับผิดชอบต่อความผิดของผู้ใต้บังคับบัญชา และต้องประกาศมาตรการป้องกันการละเมิดจริยธรรม การทุจริตและประพฤติมิชอบที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการทำงานของตน เพิ่มขึ้นจากแนวทางของ ก.พ. และหน่วยงานภายนอกอื่น
3.2 ใช้มาตรการทางวินัยและปกครองทันทีเมื่อเกิดเหตุต้องสงสัย โดยไม่รอกระบวนการทางอาญา ไม่ถ่วงเวลารอผลการสอบสวนของ ป.ป.ช. หรือ สตง.
3.3 การแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรต้องมีกติกาชัดเจน มีกระบวนการที่เปิดเผย ยึดถือผลงาน ความสามารถ ความเหมาะสมเป็นเกณฑ์หลัก
3.4 ออกกฎหมายว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ฯ ให้รู้กันชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีอะไรทำได้ ทำไม่ได้
4. สำนักงานประกันสังคม ควักเงิน 7 พันล้านบาท ซื้อตึกที่มีราคาเพียง 3.5 พันล้านบาท ผ่านมาถึงวันนี้ดูเหมือนว่า ทั้งนักการเมืองและข้าราชการไม่มีใครผิด พ่อค้าคนขายตึกก็ไม่ผิด ทุกคนต่างอ้างว่าถูกระเบียบ (Legal) แต่สังคมมองว่านี่เป็นเรื่องไม่ชอบด้วยหลักของกฎหมาย (Rule of Law) เพราะเงินของประชาชนถูกปล้น! ประเทศเสียหาย! อย่างนี้จะไม่มีใครต้องรับผิดชอบได้อย่างไร!
ไม่ต่างจากการที่มีอาคารราชการถูกปล่อยทิ้งร้างสร้างไม่เสร็จทั่วประเทศ มูลค่ารวมกันนับแสนล้านบาท เพราะคอร์รัปชัน ความด้อยประสิทธิภาพหรือความมักง่ายของผู้มีอำนาจ การป้องกันจึงทำได้ยากมาก
4.1 ทำให้ทุกการลงทุนของรัฐต้องรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ ตั้งแต่การเสนอโครงการ การศึกษาประโยชน์ใช้สอยและความเหมาะสมในการลงทุน การจัดทำงบประมาณ จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อฯ
4.2 ยกระดับระบบตรวจสอบภายใน ขณะที่การตรวจสอบจากองค์กรอิสระเช่น สตง. ป.ป.ช. ป.ป.ท. ต้องเป็นอิสระ มีประสิทธิภาพกว่าทุกวันนี้
4.3 จริงจังในการตรวจสอบทรัพย์สินและความร่ำรวยผิดปรกติของเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยเทคโนโลยีที่การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐและสถาบันการเงิน
4.4 มีมาตรการชัดเจนป้องกันมิให้นักการเมืองแทรกแซงการบริหารและการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ รวมถึงองค์กรอิสระฯ
อันที่จริง.. แนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยกตัวอย่างมานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ สังคมไทยได้ยินกันมานานแล้ว แต่ปฏิบัติพอเป็นพิธี ส่วนมากไม่เคยถูกใช้หรือไม่เป็นที่ยอมรับ เพราะผู้บริหารประเทศและเจ้าหน้าที่รัฐตกในสภาพ “ไม่กล้า - ไม่ทำ - ไม่สนใจ” บ้านเมืองจึงตกต่ำเพราะคอร์รัปชันเช่นทุกวันนี้
โดยสรุป “เพราะระบบราชการด้อยประสิทธิภาพ จึงเกิดคอร์รัปชันได้ง่าย ขณะที่เครือข่ายของคนโกงก็แทรกตัวในระบบราชการ.. ดังนั้นการไล่จับเอาคนมาผิดลงโทษ เป็นกรณีไปจึงไม่มีทางหยุดอะไรได้”
ข่าวล่าสุด