สวนกลับข้อหาเผาคลังสินค้าโอเสม็ด "ไร้หลักฐาน" หนุนตั้งกรรมการร่วมตรวจ
สำหรับกรณีที่ทางการกัมพูชาพาดพิงและกล่าวหาว่าทางการไทยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุเพลิงไหม้คลังสินค้าบริเวณช่องโอเสม็ดนั้น ผู้อำนวยการ JIC ระบุอย่างชัดเจนว่า ในปัจจุบันยังไม่มีการตรวจพบข้อมูลหรือหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ใด ๆ ที่สามารถมายืนยันข้อกล่าวหาดังกล่าวได้เลย
ดังนั้น ฝ่ายไทยจึงเห็นว่าทั้งสองประเทศควรดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน ผ่านกลไกและคณะกรรมการชายแดนที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง แม่นยำ โปร่งใส และเกิดความเป็นธรรมสูงสุดต่อทุกฝ่าย มากกว่าการด่วนสรุปและกล่าวหาฝ่ายเดียว
ยึดมั่น MOU 2000 - ถ้อยแถลงร่วมปี 2568 เน้นการทูตสยบความตึงเครียด
เมื่อถามถึงแนวทางการตอบโต้ทางทูตของรัฐบาลไทย พล.อ.อ.ประภาส ย้ำว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา หรือ MOU 2000 อย่างเคร่งครัด รวมถึงยึดกรอบแนวทางตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568
“ประเทศไทยให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง และการใช้ช่องทางทางการทูตผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ตามความเหมาะสม มากกว่าการออกมาโต้ตอบกันไปมาผ่านสื่อมวลชน เนื่องจากรัฐบาลไทยไม่ต้องการให้สถานการณ์บริเวณชายแดนลุกลาม บานปลาย หรือเป็นการเพิ่มระดับความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น จุดยืนของไทยยังคงเน้นย้ำการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ผ่านกลไกทวิภาคีที่ทั้งสองประเทศยอมรับร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดเงื่อนไขที่นำไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มเติมในอนาคต” พล.อ.อ.ประภาส กล่าวทิ้งท้าย